TAN เทรดวันแรกเหนือจอง ผบห.พอใจราคา แม้ตลาดไม่เอื้อ ปักธงรายได้ปี 66 ที่ 1.5 พันล้านบาท
TAN เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ที่ราคา 16.80 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.8% จากราคาไอพีโอ 16.50 บาท ฟากผู้บริหารพอใจเปิดเหนือจองได้ แม้ภาวะตลาดไม่เอื้อ พร้อมปักธงรายได้ปี 2566 ที่ 1.5 พันล้านบาท ตามการขยายสาขาและขยายช่องทางออนไลน์
นายธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TAN เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับราคาซื้อขายวันแรกที่สามารถปรับตัวได้เหนือกว่าราคาจองซื้อ แม้ในสถานการณ์ที่ภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย และต้องขอบคุณกระแสการตอบรับจากนักลงทุนที่มีความไว้ใจและมั่นใจต่อธุรกิจ
ส่วนการเข้าถือหุ้นของเหล่าเซียนหุ้นนั้น ค่อนข้างดีใจที่ได้รับความสนใจจากกลุ่มนักลงทุนดังกล่าว โดยมองว่าเป็นพื้นฐานของธุรกิจและผลการดำเนินงานในอดีตที่ผ่านมาเป็นตัวดึงดูดความน่าสนใจและความเชื่อมั่น ส่วนระยะเวลาการลงทุนบริษัทก็ไม่สามารถประเมินได้ว่าจะถือในระยะยาวเพียงใด
ทั้งนี้ บริษัทได้วางแผนใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนเพื่อสร้างศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ได้แก่ ขยายสาขาแบรนด์ธุรกิจสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่กลุ่มบริษัทได้รับสิทธิในปัจจุบัน โดยในช่วงไตรมาส 3/66 นอกจากการขยายธุรกิจในประเทศไทยกลุ่มบริษัทมีการขยายสาขาไปยังต่างประเทศ
โดยมีการเปิดสาขาของ HARNN สาขาแรกในประเทศเวียดนามและสิงคโปร์ และเปิดสาขา Marimekko สาขาแรกในประเทศสิงคโปร์ โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้รับสิทธิการจัดจำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว (Exclusive Right) ในการนำเข้าจัดจำหน่าย ทำการตลาดสินค้าแบรนด์ Marimekko ในประเทศสิงคโปร์เป็นระยะเวลา 5 ปี
นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทได้รับสิทธิในการบริหารจัดการร้านอาหารในเครือของ Gordon Ramsey เชฟชื่อดังระดับโลกในประเทศไทย โดยปีนี้คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ 2 สาขา รวมถึงจะลงทุนในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อสนับสนุนธุรกิจและพัฒนาช่องทางการจำหน่ายออนไลน์รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
สำหรับแหล่งเงินทุนที่เหลือบริษัทจะนำไปปรับโครงสร้างเงินทุนผ่านการชำระหนี้สินให้แก่สถาบัน และสุดท้ายใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการบริหารจัดการสาขาเดิม การขยายสาขาใหม่ รวมทั้งเป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ด้านภาพรวมธุรกิจในปี 2566 บริษัทคาดการณ์รายได้จะทำได้สูงกว่าปี 2565 หรือราว 1.5 พันล้านบาท ตามกำลังซื้อในกลุ่มสินค้าแฟชั่นลักซ์ชัวรีที่ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง และประกอบกับในช่วงไตรมาส 4/66 จะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ จึงทำให้มีความต้องการใช้และการจับจ่ายใช้สอยค่อนข้างสูง
นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าออฟไลน์เพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็ได้มีการขยายช่องทางออนไลน์ในรูปแบบใหม่และรูปแบบเดิมเพื่อช่วยเจาะกลุ่มลูกค้าชอปปิ้งออนไลน์ รวมไปถึงการหาแบรนด์สินค้าแฟชั่นและอาหารใหม่เพิ่มเติม ซึ่งจะมีการเปิดตัวในช่วงธันวาคมนี้
