ผ่าอนาคต 7 หุ้นเด่น หลังไตรมาส 3 กำไรดีเกินคาด
เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3/66 กันแล้ว มีหลายบริษัทที่รายงานกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น และก็มีหลายบริษัทเช่นกัน ที่รายงานกำไรสุทธิออกมาไม่เป็นดั่งที่หวัง ดังนั้น โพยหุ้นประจำวันจันทร์ จึงได้รวบรวม 7 บริษัทที่รายงานกำไรไตรมาส 3/66 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ มาฝากนักลงทุน และทิศทางนับจากนี้จะเป็นอย่างไร Wealthy Thai หาคำตอบมาให้แล้ว
เริ่มกันที่ OR หุ้นยอดนิยมของนักลงทุน รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 ที่ 5,169.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 637.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งดีกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ประเมินว่า หากหักรายการพิเศษออก กำไรปกติอยู่ที่ 4,678 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 508% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สูงกว่าที่คาด 24% เนื่องจากค่าการตลาดที่สูงกว่าคาด 9% และค่าใช้จ่าย SG&A ที่ ต่ำกว่าคาด 4%
โดยกำไรปกติ 9 เดือนปี 66 คิดเป็นสัดส่วน 90% ของกำไรทั้งปี ส่งผลให้ประมาณการปี 2566 ที่ 11,413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อน มี Upside ราว 5-10% เบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 4/66 ที่ระดับ 2,000 ล้านบาท พลิกเป็นกำไรเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากค่าการตลาดที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำในปีก่อน หลังไม่มีการปิดซ่อมโรงกลั่นน้ำมันในประเทศ (อุปทานน้ำมันในประเทศไม่ตึงตัว) แนะนำ “TRADING” คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 20.10 บาท
อีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มปตท. อย่าง PTTGC ไตรมาส 3/66 พลิกมีกำไร 1,426.66 ล้านบาท เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองว่าผลประกอบการดังกล่าว สูงกว่าคาด จากเงินเคลมประกันฯ
โดยคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 52 บาท สามารถลงทุนระยะยาวรับการฟื้นของธุรกิจในครึ่งหลังปี 66 (โรงกลั่นหนุน) ถึงปี 67 (ปิโตรเคมี oversupply ลดลง) หากผู้ลงทุนรับความเสี่ยงด้าน regulatory ที่ยังไม่ชัดเจน และ การฟื้นตัวของ allnex ที่ล่าช้า (อาจส่งให้มีความเสี่ยงด้อยค่าฯ) ได้
ถัดมา GULF ล่าสุดไตรมาส 3/2566 มีกำไรสุทธิ 3,360 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209% จากงวดเดียวกันปี 65 นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า GULF รายงานกำไรสุทธิดังกล่าว หากหักรายการพิเศษออก กำไรปกติอยู่ที่ 4,203 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 94% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำระดับสูงสุดใหม่รายไตรมาสและสูงกว่าที่คาด 10%
โดยกำไรปกติ 9 เดือนปี 66 คิดเป็นสัดส่วน 78% ของกำไรทั้งปี ส่งผลให้ประมาณการปี 2566 ที่ 14,688 ล้านบาท โต 29% จากปีก่อน มี Upside ราว 5-10% เบื้องต้นคาดกำไรปกติไตรมาส 4/66 ที่ระดับ 4,000-4,500 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทรงตัวอยู่ในระดับสูงจากไตรมาสก่อน แม้ได้รับผลกระทบจากนโยบายปรับลดค่าไฟฟ้างวด ก.ย. - ธ.ค. 2566 ลงเป็น 3.99 บาท/หน่วย แบบเต็มไตรมาส หลังได้แรงหนุนจาก
1.การรับรู้รายได้จากโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 2 ขนาด 662.5MW 2.ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้าที่มีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ที่ปรับตัวขึ้นตามปัจจัยฤดูกาลและ 3.ปัจจัยฤดูกาลของโครงการลมในประเทศ (High Season) แนะนำ “TRADING” คงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 47.50 บาท
ต่อกันที่ BCP ไตรมาส 3/66 กำไรสุทธิสูงถึง 11,011 ล้านบาท หลังรวมงบ ESSO และบันทึกกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของทรัพย์สินในดีลซื้อกิจการ ESSO นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) มองว่าสูงกว่าฝ่ายวิจัยและตลาดคาดมาก เพราะกำไรพิเศษจากการตีมูลค่าสินทรัพย์ของ ESSO (ไม่ใช่รายการเงินสด)
หากตัดรายการดังกล่าวและรายการพิเศษอื่นออก กำไรปกติ 4,434 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 1,470% จากไตรมาสก่อน ดีกว่าคาดเล็กน้อย 4% โดยคงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 55 บาทและเลือกเป็น top pick มองครึ่งหลังปี 66 ถึงปี 67 มีปัจจัยบวกเด่นกว่ากลุ่ม และยังมี upside ในระยะยาวจากการจัดโครงสร้างกิจการ
ขณะที่ GPSC ไตรมาส 3/66 มีกำไรสุทธิ 1,789 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 440% นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มองว่า หักรายการพิเศษกำไรหลักจะอยู่ที่ 1,724 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 340% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 523% จากไตรมาสก่อนสูงกว่าที่เราและตลาดคาด จาก GM มากกว่าคาด
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/66 คาดกำไรหลักจะออกมาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน ตามฤดูกาล ปรับกำไรปี 66 ขึ้น 14% สะท้อนภาพ 9 เดือนปี 66 ที่ออกมา คงคำแนะนำ ซื้อ และเลื่อนไปใช้ราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 74 บาท
อีกหนึ่งบริษัทยอดนิยมของนักลงทุน TIDLOR รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/66 มีกำไรสุทธิ 1,006.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองว่า กําไรดีเกินคาด เพราะ credit cost ลดลง และ NIM ดีขึ้น ภาพรวมทั้งปี 2566 จึงปรับประมาณการกําไรของ TIDLOR เพิ่มอีก 6%
เบื้องต้นคาดกำไรไตรมาส 4/66 จะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน เพราะจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากสินเชื่อที่เติบโตดีและรายได้ค่านายหน้าประกันภัยที่ดี ปรับเรทติ้งขึ้น เป็น OUTPERFORM จาก NEUTRAL ราคาเป้าหมายเพิ่มเป็น 25 บาท จากเดิม 24 บาท
ปิดท้ายด้วย OSP รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 3/66 มีกำไรสุทธิ 642 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า OSP รายงานกำไรสุทธิดังกล่าวสูงกว่าตลาดคาด 13% และฝ่ายวิจัยคาด 15% จาก GPM ที่ดีกว่าคาด แนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 35.00 บาท
ทั้งนี้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 66 ขึ้น 12% เพื่อสะท้อน GPM ที่ดีกว่าคาด จึงประเมินกำไรสุทธิปี 66 ที่ 2,752 ล้านบาท เติบโต 42% จากปีก่อน เนื่องจากรายได้รวมลดลง 3% จากปีก่อน ขณะที่ GPM ขยายตัว จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวลดลง, volume การผลิตที่เพิ่มขึ้น และแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวลดลง

