ย้อนรอยหมอชื่อดัง! อินไซด์-ทำราคาหุ้น จนสะเทือนขวัญรายย่อย
เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวเซอร์ไพรส์วงการตลาดหุ้นอีกครั้ง อย่างประเด็น ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย กรณีซื้อหุ้น CHG โดยอาศัยข้อมูลภายใน และช่วยเหลือการกระทำความผิด
ในรายละเอียดระบุว่า ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับบุคคล 3 ราย ได้แก่ นายแพทย์กำพล พลัสสินทร์ นายกฤษณ์ พลัสสินทร์ และนางสาวกุลภา พลัสสินทร์ กรณีซื้อหุ้นบริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) (CHG) โดยอาศัยข้อมูลภายในที่ตนรู้หรือครอบครอง และช่วยเหลือการกระทำความผิด ซึ่งให้บุคคลทั้ง 3 ราย ชำระเงินรวม 8,070,018 บาท และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้กระทำผิดดังกล่าว
ก.ล.ต.ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตรวจสอบเพิ่มเติม พบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า บุคลลทั้ง 3 รายตามที่กล่าวข้างต้นกระทำการที่เข้าข่ายเป็นความผิดเกี่ยวกับการซื้อหุ้นโดยอาศัยข้อมูลภายในที่ส่งผลกระทบด้านบวกต่อราคาหุ้นที่ตนรู้หรือครอบครอง
ซึ่งเป็นข้อมูลผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 3/2562 ของ CHG ที่มีผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากได้รับเงินค่าบริการทางการแพทย์ตามภาระเสี่ยงจากสำนักงานประกันสังคม เพิ่มขึ้นมากกว่าที่ CHG ประมาณการไว้
โดยพบว่าภายหลังจากที่นายแพทย์กำพล (กรรมการผู้จัดการและกรรมการของ CHG) ล่วงรู้ภายในดังกล่าวแล้ว ได้ซื้อหุ้น CHG ผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ของนายกฤษณ์ และนางสาวกุลภา ก่อนที่ CHG จะเปิดเผยข้อมูลภายในดังกล่าวต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562
การกระทำของนายแพทย์กำพล กรณีซื้อหุ้น CHG โดยอาศัยข้อมูลภายในดังกล่าว เป็นความผิดตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 243(1) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ส่วนการกระทำของนายกฤษณ์และนางสาวกุลภาที่ยินยอมให้นายแพทย์กำพลใช้บัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ เป็นความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานซื้อหุ้น CHG โดยอาศัยข้อมูลภายในตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 315 ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 และมาตรา 296/2 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
[พบหมอชื่อดังถูกปรับฐานสร้างราคาหุ้น]
หากลองย้อนกลับไปในช่วงที่ผ่านมา ยังมีอีก 2 หมอชื่อดังที่ถูกก.ล.ต. ลงโทษ ฐานสร้างราคาหุ้น อย่างหมอเสริฐ หรือ นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ซึ่งหากนักลงทุนยังจำได้ ก.ล.ต. เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด 3 ราย
ได้แก่ (1) นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ (2) นางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ และ (3) นางนฤมล ใจหนักแน่น กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ BA โดยเรียกให้ชำระค่าปรับทางแพ่งรวม 499.45 ล้านบาท และสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน
ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ในช่วงระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2558 ถึงวันที่ 12 มกราคม 2559 นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ นางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ และนางนฤมล ใจหนักแน่น
โดยร่วมกันซื้อขายหุ้น BA อย่างต่อเนื่องและจับคู่ซื้อขายหลักทรัพย์ BA ระหว่างกันเองในลักษณะอำพรางการซื้อขาย ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ และส่งผลให้ราคาและปริมาณการซื้อขายหุ้น BA ผิดไปจากสภาพปกติของตลาด
ในช่วงที่เป็นข่าวนี้ ทำให้ราคาหุ้น BA หรือแม้กระทั่ง BDMS ปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรงอีกด้วย ทำให้นักลงทุน ณ เวลานั้น ต่างได้รับผลกระทบไปตามๆ กัน จากราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลง
อีกข่าวในวงการหมอ เมื่อครั้งที่ Covid-19 ระบาดหนักๆ ก็เกิดประเด็นราคาหุ้น THG เพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง หลังนพ.บุญ วนาสิน ออกมาเปิดเผยว่า เตรียมเซ็นสัญญากับตัวแทนในสหรัฐเพื่อสั่งซื้อวัคซีนโควิด-19
หลังจากนั้นนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้เข้ายื่นคำร้องต่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกรณีการออกมาให้ข่าวของ นพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการ THG เกี่ยวกับดีลการเจรจาจัดหาวัคซีนทางเลือก 20 ล้านโดส ซึ่งอาจไม่มีจริงและทำไปเพื่อหวังผลสร้างกระแสความนิยมในหุ้นของบริษัทหรือไม่
นอกจากนี้ นพ.บุญ วนาสิน ยังมีการเปิดเผยผ่านรายการโทรทัศน์ว่า ดีลเจรจาซื้อวัคซีนโควิด คาดว่าจะไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะติดขัดประเด็นหน่วยงานของรัฐที่จะเป็นผู้นำเข้าวัคซีน
ขณะที่ก.ล.ต. แจ้งให้ THG และนพ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริษัท ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการเซ็นสัญญากับกระทรวงกลาโหมเพื่อนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ รวมถึงการเสียเงินมัดจำจำนวน 500-600 ล้านบาท จากการผิดเงื่อนไขของสัญญา
สืบเนื่องจากนายบุญ ให้ข่าวผ่านสื่อเมื่อวันที่ 3 ส.ค.64 ว่าจะมีการเซ็นสัญญากับกระทรวงกลาโหมที่เป็นหน่วยงานนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์ ต่อมาในวันเดียวกันโฆษกกระทรวงกลาโหมได้ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว
และยืนยันว่าขณะนี้กระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในสังกัดยังไม่มีแผนหรือความตกลงร่วมกับหน่วยงานภาคเอกชนใดๆ ในการสั่งซื้อหรือนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์แต่อย่างใด นอกจากนี้ นายบุญยังกล่าวถึงการที่ต้องเสียเงินมัดจำเป็นจำนวน 500-600 ล้านบาท เนื่องจากผิดเงื่อนไขของสัญญาด้วย
ก.ล.ต. เห็นว่าเนื่องจากข้อเท็จจริงดังกล่าวมีความขัดแย้งกัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิด และอาจมีผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นหรือต่อการตัดสินใจลงทุนหรือต่อการเปลี่ยนแปลงในราคาหลักทรัพย์
ทาง ก.ล.ต. จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 58 (1) และ (2) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ให้ THG และนายบุญชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วันนับแต่วันที่ 4 ส.ค.64 พร้อมทั้งให้ THG เปิดเผยคำชี้แจงผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วย
ในที่สุด ก.ล.ต. ขอให้พนักงานอัยการฟ้อง “หมอบุญ” หลังไม่ยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษ เหตุเผยแพร่ข้อความทำให้เข้าใจผิดต่องบ-ราคาหุ้น THG
โดยในรายละเอียดระบุว่า ก.ล.ต. ขอให้พนักงานอัยการฟ้องนายแพทย์บุญ วนาสิน (นายแพทย์บุญ) ประธานกรรมการบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (THG) กรณีเผยแพร่ข้อความอันอาจก่อให้เกิดความสำคัญผิดเกี่ยวกับผลการดำเนินงานหรือข้อมูลอื่นใดของ THG
ในลักษณะมีผลกระทบต่อราคาหรือการตัดสินใจลงทุนในหุ้น THG ต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง เรียกให้ชำระเงินรวม 2,348,834 บาท พร้อมดอกเบี้ย กำหนดระยะเวลาห้ามซื้อขายหลักทรัพย์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหาร พร้อมรายงานการดำเนินการต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อ
ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมด ย่อมเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาหุ้น และเป็นเรื่องของ Corporate Governance หรือ บรรษัทภิบาล ในการดำเนินธุรกิจ ที่ผู้บริหารไม่ควรมองข้าม เพราะถือเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียหายร้ายแรงต่อนักลงทุน โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ คงหนีไม่พ้นนักลงทุนรายย่อยอย่างเราๆ อีกเช่นเคย

