Official Update :

สำรวจท็อป 10 หุ้น ESG เรทติ้ง AAA คว้าโอกาสดึงเงินกองทุน Thailand ESG Fund

เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า กระทรวงการคลังได้เห็นชอบการจัดตั้งกองทุนไทยเพื่อความยั่งยืน Thailand ESG Fund หรือ TESG เพื่อสนับสนุนการออมระยะยาว และมีเป้าหมายในการลงทุนในกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ที่เป็น ESG และรวมไปถึงการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจะเป็นการขึ้นมาเพิ่มจาก RMF และ SSF


แน่นอนว่าประเด็นข้างต้น ย่อมส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนที่ดีขึ้นต่อตลาดและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ ESG แต่สำหรับหุ้นรายตัวนั้นจะมีตัวใดบ้างที่จะเป็นที่หมายตาต่อกองทุนนั้น ในครั้งนี้เราก็ได้ทำการหยิบยกมุมมองที่น่าสนใจและปัจจัยพื้นฐานของหุ้นดังกล่าวมานำเสนอ


โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด มองว่าหุ้นที่มี Rating ระดับ AAA พร้อมกับมีปัจจัยพื้นฐาน และแนวโน้มกำไรที่แข็งแกร่ง น่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของกองทุน จึงให้คำแนะนำ “ซื้อ” ADVANC, AMATA, BPP, CKP, CPALL, CRC, KTB, KBANK, SABINA (ปันผลสูงระดับ 6%) WHA


ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า Thailand ESG Fund อิงโครงสร้างการเสียภาษีในปัจจุบัน และข้อมูลการซื้อ LTF ในช่วงปี 60-62 ผสานภาพ SET ปัจจุบันอยู่ในโซนลงทุน PBV อยู่ราว 1.3 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ย - 2 S.D. เราเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเห็นเม็ดเงินกองทุนที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่เข้าสู่ตลาดช่วง ธ.ค.66 กรอบบนช่วง 1.0-1.5 หมื่นล้านบาท และเข้าสู่หุ้นหลักในดัชนี SETESG


ทั้งนี้ เชิงกลยุทธ์เน้นหุ้นที่ปรับฐานจากจุดสูงสุด (30 ส.ค.) ลึกกว่า SET, Short Sales Volume สูง และพื้นฐานระยะกลาง-ยาวมีความแข็งแกร่ง เน้น CPALL, GULF, CRC, GPSC, PTTGC, IVL, SCGP, OR, CBG, HMPRO


กระทรวงการคลังอนุมัติออกกองทุน TESG ลงทุนในหุ้นที่มี ESG จำนวน 210 จาก 600 บริษัทในตลาด และตราสารหนี้ระยะยาว เป็นกองทุนเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่มี RMF และ SSF ลงทุนสูงสุดไม่เกิน 1.0 แสนบาท ใช้ระยะเวลาลงทุน 8 ปีเต็ม ขณะที่ขั้นตอนหลังจากนี้ จะเสนอ ครม. และขอให้ ก.ล.ต. ช่วยออกหลักเกณฑ์ ให้มีผลทัน 1 ธ.ค.66


โดย หากอิงโครงสร้างการเสียภาษีในปัจจุบัน และข้อมูลการซื้อ LTF ในช่วงปี 60-62 ผสาน ภาพ SET ปัจจุบันอยู่ในโซนลงทุน PBV อยู่ราว 1.3 เท่า ใกล้ค่าเฉลี่ย - 2 S.D. และภาพแรงหนุนวงจรดอกเบี้ยขาขึ้นสิ้นสุดแล้ว


ดังนั้นเชื่อว่ามีโอกาสที่จะเห็นเม็ดเงินกองทุนที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่เข้าสู่ตลาดช่วง ธ.ค. 66 เร่งเข้าสู่ตลาด และอยู่ในกรอบบนช่วง 1.0-1.5 หมื่นล้านบาท


ในเชิงกลยุทธ์คาดหุ้นที่อยู่ในกลุ่ม SET ESG Index จะน่าสนใจขึ้น และมีโอกาสถูก Active Fund ในประเทศดึงสถานะกลับก่อน เน้นหุ้นในกลุ่ม 1) ราคาลงแรงกว่า THAIESG Index -14%YTD และ 2) ถูก Short sales บนกระดานหลัก +NVDR ตั้งแต่จุดสูง 30 ส.ค. 23 – ปัจจุบัน


รวมถึงมีสัดส่วนเปอร์เซน Short Sales Volume (+NVDR) มากกว่า 8% ของมูลค่าซื้อขายรายตัว ทั้งนี้หุ้นในกลุ่มดังกล่าวที่น่าจะเป็นเป้าหมายกองทุน


ได้แก่ CPALL (คาดเม็ดเงินเข้า 453-680 ล้านบาท) GULF (คาดเม็ดเงินเข้า 477-716 ล้านบาท) CRC (คาดเม็ดเงินเข้า 210-316 ล้านบาท) GPSC (คาดเม็ดเงินเข้า 110-166 ล้านบาท) PTTGC (คาดเม็ดเงินเข้า 150-225 ล้านบาท) IVL (คาดเม็ดเงินเข้า 123-184 ล้านบาท) SCGP (คาดเม็ดเงินเข้า 143-214 ล้านบาท)