Official Update :

เจ็บอีกแล้ว! ถือ COM7 จากต้นปี เข้าเนื้อถึง 34% โบรกฯ เสียงแตก แนะนำทั้ง “ถือ” และ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายลง ผิดหวังงบ Q3/66

เมื่อพูดถึงสมาร์ทโฟนที่เป็นหนึ่งในดวงใจของผู้บริโภคย่อมมี iPhone ติดโพลเข้ามาอย่างแน่นอน ซึ่งสำหรับตลาดทุนเอง หุ้นที่เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าดังกล่าว ก็ได้รับความสนใจจากนักลงทุนด้วยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 ที่นอกจากจะจำหน่ายสินค้ายังได้เปิดศูนย์ในการรับซ่อมด้วยเช่นกัน


แต่จากการสำรวจและรวบรวมข้อมูลโดย Wealthy Thai กับพบว่า ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นไม่ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเท่าไหร่นัก ด้วยข้อสังเกตจากต้นปี 2566 ถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2566) ได้ปรับตัวลดลงกว่า 34.41% ลงมาอยู่ที่ระดับ 22.30 บาท ซึ่งการปรับตัวในครั้งนี้จะโอกาสให้ลงทุนได้หรือไม่นั้นเราจะพาไปหาคำตอบกัน


โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ได้ปรับลดคำแนะนำเป็น “ถือ” เพื่อรอให้เกิด S-curve ใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมกับปรับลดราคาเป้าหมายลงมาอยู่ที่ 29.50 บาท จาก 37.50 บาท เพื่อสะท้อนกับการเติบโตของกำไรที่ลดลงโดยในปี 2566 และปี 2567  


สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/66 ที่อ่อนแอกว่าคาด รวมถึงแนวโน้มการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของ Ufund ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจากภาวะดอกเบี้ยและการดำเนินธุรกิจที่มีกำลังซื้อชะลอตัวลง จึงได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2566 ลงเป็น 3.1 พันล้านบาท และในปี 2567 เป็น 3.7 พันล้านบาท


ฟากบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยังคงให้คำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายมาอยู่ที่ 30 บาท เพื่อสะท้อนการปรับลดกำไรสุทธิ และ de-rate PER ลง หลังจากบริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/66 ที่ 611 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าตลาดคาด 23%


แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/66 ที่ขยายตัวจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อน หนุนโดยการเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น, ไม่มีปัญหา iPhone ขาดตลาดเหมือนไตรมาส 4/65 และอัตรากำไรขั้นต้นที่จะเพิ่มขึ้น จากสำรองสินค้าล้าสมัย iPhone เครื่อง Demo ที่รับรู้ในไตรมาส 3/66 จากปีก่อนที่รับรู้ไตรมาส 4/65


เช่นเดียวกันกับบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด ให้คำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเป้าหมายที่ 33 บาท เนื่องจากแนวโน้มกําไรไตรมาส 4/66 ที่จะดูสดใสขึ้นและเป็นหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการกระเป๋าเงินดิจิทัล รวมถึงราคาหุ้นได้ปรับลดลงมามากแล้ว ทำให้ปัจจุบันราคาหุ้นยังไม่แพงเมื่อเทียบกับหุ้นในกลุ่มพาณิชย์


ทั้งนี้ แม้คาดว่ากําไรช่วงไตรมาส 4/66 จะดูสดใสขึ้น แต่กําไรสุทธิงวด 9 เดือน ปี 66 ที่ 2.3 พันล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 68% ของคาดการณ์กําไรทั้งปี ทำให้มาการปรับประมาณการกําไรสุทธิปี 2566-2567 ลงเหลือ 3.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน และ 3.5พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ตามลำดับ