ส่องเทรนด์ไตรมาส 4/66 หุ้น “กลุ่มซีพี” CPF-TRUE กระอัก! ขาดทุนต่อ
“กลุ่มซีพี” หนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจรายใหญ่ของไทย และเป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก เนื่องจากเป็นหุ้นขนาดใหญ่และดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคของประชาชน ดังนั้นในครั้งนี้ Wealthy Thai จึงได้รวบรวมแนวโน้มการเติบโตในช่วงไตรมาส 4/66 ของหุ้นกลุ่ม “ซีพี” มาฝากนักลงทุน
เริ่มกันที่ CPALL นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 76 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 4/66 จะโตก้าวกระโดดเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนผ่อนคลายลง ได้แก่ ค่าไฟต่อหน่วยลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน, ร้านสะดวกซื้อจะไม่มีบันทึกรายการปรับปรุงค่าใช้จ่ายพนักงานมูลค่าสูง 1 พันล้านบาท เหมือนไตรมาส 4/66 แล้ว
ส่วนหากเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า คาดกำไรโตต่อตามอานิสงส์ High season ธุรกิจและท่องเที่ยว โดยทิศทาง SSSG ต.ค.ยังบวก 2-4% ใกล้เคียงไตรมาส 3/66 ดังนั้น ยังคงคาดกำไรปกติทั้งปี 66 ที่ 1.71 หมื่นล้านบาท เติบโต 29% จากปีก่อน เด่นสุดในกลุ่มค้าปลีก
ต่อด้วย CPAXT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 32.50 บาท คาดผลประกอบการไตรมาส 4/66 โตทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำจุดสูงสุดของปี
โดยหากเทียบจากไตรมาสก่อนเติบโตตามปัจจัยฤดูกาล และไม่มีการบันทึกขาดทุนจากการดำเนินงานจากร้านค้าในจีนราว 40 ล้านบาท หลังขายร้านค้าดังกล่าวเสร็จ สิ้นในไตรมาส 3/66
ส่วนเมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แรงหนุนจากยอดขายทั้งธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งที่เติบโต ดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงหลังรีไฟแนนซ์ เงินกู้เสร็จสิ้นและต้นทุนค่าไฟต่อหน่วยลดลง ดังนั้นคาดทั้งปี 2566 มีกำไรปกติ 8.1 พันล้านบาท เติบโต 5.5% จากปีก่อน
ถัดมา CPF นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 22 บาท ราคาหมูไทยเฉลี่ยนับจากต้นไตรมาส 4 เริ่มกลับมาฟื้น 8% จากไตรมาสก่อน แต่ยังลด 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดเริ่มรับรู้ต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงได้มากขึ้น
จึงคาดไตรมาส 4/66 น่าจะมีผลขาดทุนน้อยลงจากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ที่ยังมองขาดทุนต่อ เพราะราคาเนื้อสัตว์โดยรวมทั้งในและต่างประเทศยังตํ่ากว่าต้นทุนการเลี้ยงเล็กน้อย และคาดพลิกมีกําไรอีกครั้งครึ่งแรกปี 67 ดังนั้นยังคงประมาณการขาดทุนสุทธิปี 66 ไว้ที่ 8,886 ล้านบาท
ปิดท้ายกันที่ TRUE นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด คงคำแนะนำเพียง “Neutral” สำหรับ TRUE ราคา เป้าหมายสำหรับปี 2567 ที่ 8.50 บาท เพราะแนวโน้มผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 4/66 น่าจะยังขาดทุนต่อ และประโยชน์จากการควบรวมที่เข้ามาช้า และภาพการดำเนินงานในระยะ 1-2 ปีข้างหน้าที่จะยังขาดทุนอยู่
โดยบริษัทมีแนวโน้มจะมีค่าใช้จ่ายในที่สูงขึ้นในไตรมาส 4/66 โดยเฉพาะจากค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการควบรวมกิจการที่จะเริ่มเข้ามามากขึ้น ตามที่บริษัทเคยให้ guidance ไว้ ซึ่งเชื่อว่าจะกดดันให้ผลการดำเนินงานน่าจะยังขาดทุนอยู่ ทำให้ยังคงประมาณการขาดทุนสุทธิในปี 2566 นี้ไว้ที่ 6 พันล้านบาท และขาดทุนปกติในจำนวนที่น้อยลงเหลือ 4.1 พันล้านบาทในปี 2567

