ส่องเทรนด์หุ้นโรงแรม เมื่อโค้งสุดท้ายเป็น “ไฮซีซั่น”
ไตรมาส 4/66 มักเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะหุ้นโรงแรมที่จะได้รับปัจจัยเชิงบวกจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น แต่ช่วงที่ผ่านมาแม้รัฐบาลจะมีมาตรการฟรีวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนออกมา เพื่อหวังกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวช่วงสิ้นปี 2566 ให้คึกคัก
แต่ดูเหมือนจำนวนนักท่องเที่ยวจีนยังไม่กลับมาตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ จากการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศจีน และกระแสข่าวเชิงลบที่ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนขาดความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้รวบรวมคาดการณ์กำไรและแนวโน้มธุรกิจของหุ้นกลุ่มโรงแรม 5 ตัวมาฝาก มาดูกันว่าหุ้นตัวไหนจะสร้างการเติบโตในไตรมาส 4/66 ได้บ้าง
มาเริ่มกันที่ CENTEL หรือ บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดแนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 4/66 ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า โดยกำไรที่ลดลงจากไตรมาส 4/65 สาเหตุมาจากค่าแรงที่สูงขึ้นจากปีที่แล้ว ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายเพิ่มขึ้น, ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น, และมีส่วนแบ่งขาดทุนฯ จาก JV
ส่วนการฟื้นตัวจากไตรมาส 3/66 เพราะเป็นช่วง high season ของธุรกิจโรงแรมทั้งไทย Maldives และธุรกิจร้านอาหารรวมถึงค่าใช้จ่ายภาษีของโรงแรมในหัวหินลดลง โดยประเมินกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 1,202 ล้านบาท โต 200% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม outlook ไม่เด่นเท่าที่เราและตลาดคาดหวัง คงคำแนะนำ neutral และปรับราคาเป้าหมายลงมาที่ 48 บาท
ถัดมา ERW บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) คาดผลประกอบการไตรมาส 4/66 ฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และไตรมาสก่อนหน้า จากการท่องเที่ยวในประเทศที่ฟื้นตัว และเข้าสู่ช่วง high season แม้เหตุการณ์กราดยิงที่สยามพารากอนกระทบการท่องเที่ยวไปบ้าง แต่ตัวเลขสถิติใน ต.ค. 66 ของ ERW สะท้อนผลกระทบที่จำกัด
คาดในเดือนพ.ย. และธ.ค. จะเห็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าจะชดเชย pre-opening cost ของโรงแรมในญี่ปุ่นที่จะเพิ่มขึ้นอีกราว 30-35 ล้านบาทได้ คงประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 760 ล้านบาท พลิกเป็นบวกจากปีก่อนที่ขาดทุน 224 ล้านบาท สูงกว่าระดับช่วงก่อนเกิด COVID-19 แล้วราว 60% หนุนจาก RevPAR ที่สูงกว่า เพราะปรับ ADR ได้มาก คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 6.6 บาท
MINT หรือ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติในไตรมาส 4/66 ชะลอตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้า เพราะเข้า Low Season ของโรงแรมในยุโรปช่วงปลายไตรมาส
แต่หากเทียบจากไตรมาส 4/65 คาดกำไรยังโตได้ จากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในไทยที่เข้าสู่ High Season สอดคล้องกับมุมมองการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยคงประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 6,443 ล้านบาท โต 219% จากปีก่อน และคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 39บาท
AWC หรือ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดกำไรปกติในไตรมาส 4/66 จะปรับตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจากดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น แต่จะเติบโตจากไตรมาสก่อนหน้าตามปัจจัยด้านฤดูกาล โดยประเมินกำไรปี 2566 อยู่ที่ 4,115 ล้านบาท โต 6.77% จากปีก่อน พร้อมยังคงคําแนะนํา tactical call ระยะ 3 เดือน สําหรับ AWC ไว้ที่ NEUTRAL ด้วยราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 5.4 บาท
ปิดท้ายที่ SHR หรือ บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดผลประกอบการไตรมาส 4/66 ฟื้นตัวเด่นและกลับมารายงานกําไรปกติได้จากการเข้าช่วง High Season ของโรงแรมหลักในไทยและมัลดีฟส์ คาด Rev Par ในตลาดมัลดีฟส์ดีขึ้นจากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล และการปรับลด ADR ดึงดูดนักท่องเที่ยวตลาดใหม่ๆ
ส่วนโรงแรมในไทยจะทยอยรับคืนห้องที่รีโนเวทตั้งแต่เดือนพ.ย. หนุนให้ Capacity เพิ่มขึ้น โดยคงประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 106 ล้านบาท โต 657% จากปีก่อน และคงคําแนะนํา ซื้อ ราคาเหมาะสม สิ้นไตรมาส 2/67 ที่ 3.60 บาท

