Official Update :

ส่องเทรนด์การเติบโต 5 สุดยอดผู้นำอุตสาหกรรมในตลาดหุ้นไทย

ข้อมูลด้านปัจจัยพื้นฐาน เป็นอีกหนึ่งสิ่งในการประกอบการตัดสินใจลงทุน ดังนั้นในครั้งนี้ Wealthy Thai จะพานักลงทุนมาส่องแนวโน้มการเติบโตของบริษัทที่เป็นผู้นำในแต่ละอุตสาหกรรมของตลาดหุ้นไทย ที่มีมาร์เก็ตแคปสูงสุดของอุตสาหกรรม ว่าจะมีทิศทางการเติบโตได้ดีแค่ไหน โดยยกตัวอย่างมา 5 อุตสาหกรรมยอดนิยมของนักลงทุน


เริ่มกันที่ผู้นำอุตสาหกรรมพลังงาน อย่าง PTT โดยแนวโน้มการเติบโตนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า กำไรสุทธิ 9 เดือนปี 66 ทำได้ 78% ของทั้งปี อย่างไรก็ตามคงประมาณการปี 2566 ที่ 1 แสนล้านบาทไว้ก่อน เติบโต 12% จากปีก่อน


เนื่องจากคาดว่าไตรมาส 4/66 จะชะลอตัวจากไตรมาสก่อนตามทิศทางผลประกอบการของบริษัทลูก ทั้งค่าการกลั่น ลดลงจากปัญหาอุปทานคลายตัว ท่ามกลางอุปสงค์ชะลอตัวตามฤดูกาล - เศรษฐกิจโลก, Crude Premium และค่าขนส่งสูงขึ้น


รวมทั้ง Spread ปิโตรเคมียังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับโอกาสขาดทุนสต็อกน้ำมัน อัตรากำไรต่อลิตรของธุรกิจน้ำมันลดลง ขณะที่ธุรกิจโรงไฟฟ้าอ่อนแอลงตามปัจจัยฤดูกาล และนโยบายค่าไฟฟ้า ด้านธุรกิจต้นน้ำมีความเสี่ยงจากขาดทุนด้อยค่าสินทรัพย์


อย่างไรก็ตามคงคำแนะนำ “TRADING” ราคาเหมาะสม 36.50 บาท โดยหุ้นมีจุดเด่นด้านเงินปันผลปัจจุบันมี Dividend Yield สูงเกือบ 6% ต่อปี, ผลประกอบการมั่นคงจากธุรกิจครบวงจร, หุ้นได้รับการจัดอันดับ AAA จาก SET ESG Rating มีโอกาสได้อานิสงส์บวก หากรัฐบาลอนุมัติจัดตั้งกองทุน ESG ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษี


ต่อกันที่ผู้นำในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้า อย่าง GULF นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “TRADING” ราคาเป้าหมาย 47.50 บาท คาดกำไรปกติไตรมาส 4/66 ทำจุดสูงสุดใหม่รายไตรมาสได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 2 ติดต่อกัน จากปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson ในสหรัฐฯ และโครงการลมในประเทศ


รวมถึงรับรู้รายได้จาก COD โรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 2 ขนาด 662.5 MW ที่ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา โดยทั้งปี 2566 คาดกำไร 14,688 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน 


ตามด้วย ผู้นำในอุตสาหกรรมโรงแรม อย่าง MINT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ยังคงชอบ MINT เนื่องจากมีปัจจัยหนุนกำไร ปัจจัยพื้นฐานที่ดี และธุรกิจโรงแรมและธุรกิจเชนร้านอาหารที่แข็งแกร่ง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 42 บาท โดยคาดปี 66 มีกำไรสุทธิ 6,708 ล้านบาท เติบโต 56% จากปีก่อน


ทั้งนี้คาดกำไรไตรมาส 4/66 จะลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะต้นทุนการดำเนินงานและดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้น และทรงตัวจากไตรมาสก่อนช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวในประเทศไทยและมัลดีฟส์ จะกลบผลกระทบของช่วงโลว์ซีซั่นของการท่องเที่ยวในยุโรปไม่มากก็น้อยสำหรับ NH Hotel Group


ต่อด้วยผู้นำอุตสาหกรรมโรงพยาบาลอย่าง BDMS นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 36 บาท เนื่องจากมีความพร้อมด้าน Capacity สำหรับให้บริการ และมี Ecosystem ของการให้บริการทางการแพทย์ครบวงจรรองรับการเติบโตระยะยาว


อีกทั้งยังได้เปรียบด้านฐานลูกค้ากว้างตั้งแต่ระดับกลางขึ้นไป ประกอบกับอยู่ในช่วงขยายฐานลูกค้าใหม่ๆทั้งชาวไทยและต่างชาติ ทำให้จะมีผลบวก Economies of scale ของการใช้บริการเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 67 เป็นต้นไป


ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/66 คาดมีกำไรสุทธิราว 3,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางรายได้คาดเติบโต แต่ลดลง 18% จากไตรมาสก่อน จากการใช้บริการมีแนวโน้มชะลอตัวในเดือน ธ.ค. ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่


ประกอบกับคาด Gross margin ดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน ตามทิศทางรายได้และผลบวกจาก Intensity ค่ารักษาลดลงจากไตรมาสก่อนตามสัดส่วนรายได้ลูกค้าต่างชาติ ทำให้ทั้งปี 66 คาดกำไรสุทธิจะมี upside เล็กน้อยราว 2% จากประมาณการกำไรสุทธิที่ 13,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน


ปิดท้ายกันที่ผู้นำอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย อย่าง LH โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.70 บาท คาดเงินปันผลครึ่งหลังปี 66 ที่ 0.46 บาท/หุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนของเงินปันผลที่สูงถึง 6.1% ซึ่งมองว่าจะช่วยจำกัด Downside risk ในช่วงไตรมาส 4/66


ส่วนไตรมาส 4/66 คาดผลประกอบการจะอยู่ที่ 2.2-2.3 พันล้านบาท เป็นจุดสูงสุดของปี เนื่องจากโครงการแนวราบ Segment บนที่เปิดตัวใหม่ปลายไตรมาส 3/66 จะพร้อมโอน และรายได้ค่าเช่าและบริการที่คาดได้ปัจจัยบวกจาก High Season มาช่วยหนุน


นอกจากนี้ในไตรมาส 4/66 จะมีการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโรงแรม 2 แห่งในพัทยา ได้แก่ Grande Centre Point และ Grande Centre Point Space ที่คาดอยู่ที่ 2.5-2.8 พันล้านบาท (หลังหักภาษี) ซึ่งจะส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิทั้งปี 66 อยู่ที่ 9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% จากปีก่อน


Most Viewed
Wealth EZ
“รุ่นหนึ่งสร้าง-รุ่นสองรักษา-รุ่นสามทำลาย” !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
จับตาวิกฤตตะวันออกกลาง ซาอุฯ ปิดท่อส่งน้ำมันดันราคาพุ่ง ชู PTTEP เด่นรับอานิสงส์น้ำมันดิบ กบง. ขยายเวลาตรึงดีเซลกดดันโรงกลั่น
Updated 14 hours ago
Stock of the Day
เรากำลังแข่งกันสร้าง “พระเจ้า” แต่เราแน่ใจแล้วหรือว่าจะเป็น “พระเจ้าผู้ทรงเมตตา”? ความกังวลที่ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เพิ่งเริ่มเป็นที่รับรู้
Updated 12 hours ago
Fun of Funds
“Fund of Property fund - Thai” โอกาสลงทุนรับ “ปันผลดี-สม่ำเสมอ” ง่ายๆ ผ่าน “กองทุนรวม” !!!
Updated 6 hours ago
Stock of the Day
SC วางหมากโค้งสุดท้าย ต่อยอด Live and Learn Home ส่งโปรดักต์ใหม่หนุน Q4/69 พีคสุดของปี ลุ้นปิดขาย 19 โครงการมูลค่ากว่า 2.56 หมื่นลบ.
Updated 7 hours ago
Follow Us