“เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล” หรือ ANI ผู้ให้บริการตัวแทนระวางสินค้าสายการบิน ที่มาพร้อมกับการเติบโตแบบก้าวกระโดด

รู้หรือไม่ว่า บริษัท เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ ANI นั้น แม้จะถูกจัดให้อยู่ในหมวดธุรกิจขนส่งและโลจิสติกส์ แต่จริงๆแล้วธุรกิจของ ANI ไม่เหมือนกับผู้ให้บริการโลจิสติกส์อื่นๆในตลาดหุ้นไทย โดย ANI เป็นผู้เล่นรายใหญ่ ที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด


เมื่อถามว่า ANI ต่างกับบริษัทอื่นในหมวดธุรกิจโลจิสติกส์อย่างไร และ ANI ทำธุรกิจอะไร ทำไมถึงอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ


โดย ANI หรือ “เอเชีย เน็ตเวิร์ค อินเตอร์เนชั่นแนล” ประกอบธุรกิจตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบิน (Cargo General Sales Agent: Cargo GSA (GSA) ให้แก่สายการบินชั้นนำกว่า 20 สายการบิน ซึ่งมี 7 สายการบินที่ ANI ได้รับความไว้วางใจให้เป็นตัวแทน GSA มาแล้วยาวนานเกินกว่า 10 ปี ANI เป็นตัวแทนใน GSA ใน 8 ประเทศและเขตบริหารพิเศษทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฮ่องกง และจีน


ทั้งนี้ ข้อมูลของ Frost & Sullivan ระบุว่า ANI เป็นตัวแทนขายระวางสินค้าสายการบิน (GSA) รายใหญ่ที่มีส่วนแบ่งการตลาด (market share) ติด 1 ใน 3 ของผู้ประกอบธุรกิจ GSA ในภูมิภาค และยังเป็นบริษัท GSA แห่งแรกของเอเชียที่ได้มีการจดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์


ไม่เพียงแค่นั้น ANI ยังประกอบธุรกิจให้บริการอื่น โดยการดำเนินธุรกิจจัดหาทรัพยากรบุคคล รวมทั้งยานพาหนะ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บริการแก่ผู้ให้บริการภาคพื้นท่าอากาศยาน (Ground Handler) ของท่าอากาศยานชางงี (Changi Airport) ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในท่าอากาศยานที่มีการเดินทางและขนส่งหนาแน่นแห่งหนึ่งของโลก


โดย Frost & Sullivan ได้ประเมินไว้ว่าความต้องการในการขนส่งสินค้าทางอากาศในประเทศที่สร้างรายได้หลักจะสามารถเติบโตเฉลี่ยได้สูงถึง 7.8% ต่อปี ในช่วงระยะเวลาปี 2565 -2570 ซึ่งเป็นการได้อานิสงส์จากการเติบโตของธุรกิจ E-commerce หลังสถานการณ์โควิด - 19 ที่ทำให้พฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


นอกจากนี้เองธุรกิจ GSA ยังถูกประเมินว่าจะเติบโตสูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมขนส่งสินค้าทางอากาศโดยรวม จากความมีประสิทธิภาพและการลดค่าใช้จ่ายให้กับสายการบิน ทั้งนี้ Frost & Sullivan ประเมินธุรกิจ GSA สำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศในประเทศที่สร้างรายได้หลักจะมีการเติบโตเฉลี่ยถึง 10.3% ต่อปีในช่วงปี 2565-2570


ขณะเดียวกัน ANI ได้วางแผนการเติบโตอย่างต่อเนื่องสู่การเป็นผู้นำธุรกิจ GSA ในภูมิภาคเอเชีย ด้วยการตั้งเป้าหมายการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ของรายได้ในปี 2566-2568 ที่ประมาณ 30% ซึ่งเป็นการจัดหาสัญญาใหม่ปีละ 6-8 สัญญา โดยเป็นการอ้างอิงจากสภาวะตลาด อัตราค่าระวาง และแนวโน้มอุตสาหกรรมในเดือนมิ.ย. 2566


รวมไปถึงยังได้ดำเนินกลยุทธ์ในการมุ่งการรักษาฐานลูกค้าเดิม และเติบโตไปพร้อมกับสายการบินที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันในเส้นทางใหม่ จากเดิมที่ครอบคลุมเส้นทางการบินซึ่งมีปลายทางกว่า 400 แห่งในทุกภูมิภาคทั่วโลก


ANI มีเป้าหมายระยะสั้นคือจะมุ่งขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมในกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตและความต้องการการขนส่งสินค้าทางอากาศที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินเดีย


ส่วนเป้าหมายในระยะยาวจะขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมไปยังภูมิภาคอื่น เช่น ทวีปยุโรป และออสเตรเลีย รวมถึงการขยายธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการ-ร่วมทุนกับบริษัทที่ประกอบธุรกิจ GSA หรือธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ ในอุตสาหกรรมการขนส่งทางอากาศ เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในอนาคต


ขณะที่ทางด้านของนักวิเคราะห์ก็มีมุมมองเป็นเสียงเดียวกันว่าธุรกิจของ ANI ยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด และจะสะท้อนไปยังกำไรของ ANI ให้เติบโตตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมิน P/E ปี 2567 เอาไว้ที่ระดับ 16.7 เท่า


โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) ประเมินราคาเป้าหมายปี 67 ไว้ ที่ 9.41 บาท และประเมินมูลค่าบริษัทที่ 17,398 ล้านบาท โดยอิงวิธี P/E ปี 67 ที่ 16.7 เท่า ซึ่งเท่ากับค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรมขนส่ง


ทั้งนี้คาดการณ์ว่ากําไรของ ANI จะเติบโตเฉลี่ย 13% ในช่วงปี 2565-2568 จาก 798 ล้านบาท ในปี 65 เป็นระดับ 1,156 ล้านบาทในปี 68 จากการฟื้นตัวของปริมาณการค้าโลก การขยายเส้นทางการบินและการทำสัญญาเป็นตัวแทนสายการบินเพิ่มขึ้น และความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่งระดับ 28%


ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 9.24 บาท และประเมินมูลค่าพื้นฐานของ ANI ที่ 14,031-17,071 ล้านบาท โดยอิงวิธีการประเมินมูลค่ากิจการแบบเป้าหมาย PER เฉลี่ยปี 67 สำหรับคู่เทียบผู้ให้บริการนายหน้าด้านการขนส่งในไทย และค่าเฉลี่ยที่รวมกับของบริษัทนานาชาติด้วยอยู่ที่ 12.0-14.6 เท่า ตามลำดับ


โดยคาดกำไรจากการดำเนินงานปกติหรือกำไรหลัก (ไม่รวมรายการพิเศษ) ปี 66 อยู่ที่ 912 ล้านบาท และปี 66-69 จะอยู่ที่ 1,169 1,380 และ 1,571 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 19.9% ต่อปี (CAGR) สำหรับปี 66-69 ปัจจัยหนุนจากปริมาณการขนส่งที่เพิ่มขึ้นทั้งจาก Organic และ Inorganic growth


สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประเมินราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 9.16 บาท และประเมิน Fair Value ของส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 15,395-16,926 ล้านบาท ซึ่งคำนวณมาจากวิธี Discounted Cash Flow (Fig. 15-16) อิงประมาณการกำไรปี 67-69 คาดการณ์เติบโต 3% ในปี 2570-2572 และ Termina Growth 1% โดยมูลค่าดังกล่าวเทียบเท่า FY67F PE 15.1x ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย P/E ของหุ้น iii และ WICE ซึ่งประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน


ส่วน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด ประเมินราคาเป้าหมายปี 67 ที่ 7.14 บาท และได้ประเมินมูลค่าเหมาะสมของ ANI ได้ 13,102 ล้านบาท ด้วยวิธี Earnings Yield อิงประมาณการกำไรต่อหุ้นสำหรับระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้า คิดลดด้วยอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง 7.8% ระดับราคาดังกล่าวเทียบเท่ากับ PER 12.8 เท่า


อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับ ANI ก็คือ การมีผู้ถือหุ้นใหญ่เป็น 3 บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของไทย ได้แก่ บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ III ซึ่งทาง III เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1 ซึ่งถือหุ้น จำนวน 668,047,650 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 36.15%


ขณะที่ บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD ซึ่งเป็นบริษัทที่ควบรวมกันระหว่างกลุ่มบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ในเครือ SCG และ JWD ที่เป็นผู้ให้บริการขนส่งโลจิสติกส์รายใหญ่ของไทย ที่มีการให้บริการทั่วภูมิภาค ซึ่งถือหุ้นอยู่ใน ANI จำนวน 92,200,000 หุ้น ติดอันดับผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 4 ที่สัดส่วน 4.99% รวมถึง บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY ถือหุ้น ANI จำนวน 28,595,500 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนกว่า 1.55%


ดังนั้นจะเห็นได้ว่าโอกาสการเติบโตของ ANI ยังมีแนวโน้มที่ให้เติบโตได้อีกมาก จะภาวะอุตสาหกรรมภาคการขนส่งสินค้ายังคงเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งจะสะท้อนกลับมายังผลประกอบการของ ANI ให้เติบโตด้วยเช่นกัน


อีกทั้งยังสะท้อนไปถึงความเชื่อมั่นที่นักวิเคราะห์ได้ประมาณการณ์ไว้ รวมไปถึงยังมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งโลจิสติกส์รายใหญ่ระดับภูมิภาค ที่ช่วยการันตีความเชื่อมั่นในโอกาสการเติบโตได้อย่างแน่นอน

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 19 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 22 hours ago
Follow Us