Official Update :

ชี้เป้า 3 หุ้นกลุ่มธนาคาร น่าลงทุน รับปรากฎการณ์ January Effect ช่วยดันหุ้นไทยทะยานในเดือน ม.ค.

January Effect เป็นปรากฎการณ์ที่ตลาดหุ้นมักปรับตัวขึ้นในเดือนม.ค. เพราะความคาดหวังต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีใหม่ และอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นของ SET Index ทำให้ส่งผลให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรจะเข้าสะสมหุ้นไทยในเดือน ม.ค.


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยมักจะเกิดปรากฎการณ์ January Effect โดย SET Index จะปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. อ้างอิงจากข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี 2557-2566 พบว่า SET Index ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 7 ปี ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ยราว 1.3%


สวนทางกับตลาดหุ้นสหรัฐฯที่เป็นแหล่งกำเนิดของ January Effect ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกเพียง 4 ปี จาก 10 ปี และให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกเล็กน้อยเพียง 0.3% จึงได้ข้อสรุปว่า January Effect มีในตลาดหุ้นไทย แต่ไม่มีในตลาดหุ้นสหรัฐฯ


ทั้งนี้ ประเมินถึงสาเหตุที่ SET Index มักปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. ว่ามาจาก 2 สาเหตุ ได้แก่ 1.ความคาดหวังต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยปีใหม่จะเติบโตได้ดีกว่าปีก่อนหน้าเสมอ 2.อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นของ SET Index ที่มักจะคาดที่บริเวณ 100 บาท/หุ้น ในทุกๆปี (แม้จะปิดปีด้วยกำไรต่อหุ้นที่บริเวณ 90 บาท/หุ้น เสมอ)


จาก 2 สาเหตุข้างต้น ส่งผลให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรจะเข้าสะสมหุ้นไทยในเดือน ม.ค. โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มธนาคาร เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สะท้อนถึงการเติบโตของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี


โดยข้อมูลทางสถิติชี้ให้เห็นว่าหุ้นกลุ่มธนาคารมักปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. เฉลี่ยราว 2.6% โดยให้ผลตอบแทนเป็นบวก 9 ปี จาก 10 ปี ย้อนหลัง


ขณะที่อีกกลุ่มอุตสาหกรรมที่มักปรับตัวขึ้นได้ดีในเดือน ม.ค. คือกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก 8 ปี จาก 10 ปี ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 1.9%


สำหรับปี 2567 ประเมินว่ากลุ่มธนาคารมีความน่าสนใจมากกว่ากลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ เนื่องจาก กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์มีปัจจัยกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และเศรษฐกิจในประเทศจีน เป็นปัจจัยสำคัญที่จะคอยกดดันภาคการท่องเที่ยวไทย ขณะที่กลุ่มธนาคารแม้จะมีถูกกดดันจากทิศทางของ NIM ที่ผ่านพ้นจุดสูงสุดไปแล้ว แต่มีปัจจัยบวกที่รออยู่ ได้แก่


1.ประเมินว่าจะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลในปี 2567 จะมีความเข้มข้นมากขึ้น หลังจากที่อัตราเงินเฟ้อของประเทศไทยติดลบ และเป็นปีที่รัฐบาลได้ทำงานเต็มปีเป็นปีแรก ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศฟื้นตัวชัดเจน


2.ดัชนี SET50FF/SET100FF ที่มีการนำเอา Free Float มาคำนวณสัดส่วนน้ำหนักในดัชนี ส่งผลให้หุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ในดัชนีตัวใหม่ จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับดัชนี SET50/SET100 ซึ่งหากกองทุนในประเทศและต่างประเทศนาดัชนีนี้ไปใช้ในการลงทุน จะส่งผลให้มีเม็ดเงินไหลเข้าหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่มากขึ้น


3. คาดการณ์เงินปันผลของหุ้นกลุ่มธนาคารปี 2567 อยู่ในระดับสูง โดย KBANK 3.1%, BBL 4.4%, SCB 6.5% และTISCO 8.4% ดังนั้นหุ้น Top Picks ใน Theme January Effect ได้แก่ KBANK, SCB และ TISCO

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
Updated 1 day ago
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
Updated 7 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
Updated 1 day ago
Stock of the Day
EGCO ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว! Q3/69 กำไรฟื้นแตะ 1.2 พันลบ. AE II เพิ่มอัพไซส์-ปันผล 3.25 บาท ลุ้นปี 70 กำไร 4.6 พันลบ. โตแรง 39%
Updated 1 day ago
Stock of the Day
KCE พุ่งแรง 10% หลังโบรกฯ นอกให้เป้าสูง บล.กรุงศรี ชี้ยังมีอัพไซส์ปรับราคาขาย แต่สะท้อนในหุ้นแล้ว ชู DELTA เด่นกว่า
Updated 1 day ago
Follow Us