Official Update :

PTTGC ควง WHA ผสานความแข็งแกร่ง ลุยธุรกิจคลังสินค้า-ศูนย์กระจายสินค้า หวังเพิ่มความสามารถยกระดับให้บริการ

WHA ทุ่ม 2.64 พันล้านบาท เข้าซื้อหุ้นบ.ย่อย PTTGC บริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่นส์ จำกัด (GCL) ในสัดส่วน 50% ผสานความแข็งแกร่ง ธุรกิจคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าตลอดจนด้านโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพสูง ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลกของ WHA ที่จะช่วยให้ GCL ก้าวสู่การเป็น Integrated Logistics Company ที่มีเครือข่ายทางธุรกิจอย่างครบวงจร


ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC กล่าวว่า บริษัทมีการวางกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจให้แข็งแกร่ง


ด้วยการสนับสนุนและเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรในหลายด้าน เช่น ด้านเทคโนโลยีการผลิต ด้านผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์พิเศษ ความร่วมมือระหว่าง GC และ WHA ในครั้งนี้นับเป็นการผสานความแข็งแกร่งของทั้ง 2 บริษัทเข้าด้วยกันอย่างลงตัว


โดยความเป็นผู้นำด้านธุรกิจคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าตลอดจนด้านโลจิสติกส์ที่มีศักยภาพสูง ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลกของ WHA จะช่วยให้ GCL ก้าวสู่การเป็น Integrated Logistics Company ที่มีเครือข่ายทางธุรกิจอย่างครบวงจร


อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถและยกระดับการให้บริการกับลูกค้าของเรา ทำให้การรับสินค้ามีความถูกต้องแม่นยำสูง รวดเร็ว รวมถึงมีต้นทุนที่แข่งขันได้ นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถมีส่วนร่วมในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทำให้คาร์บอน ฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) ในการดำเนินธุรกิจลดลง ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านกรีนลอจิสติก (Green Logistics) อีกด้วย


สำหรับ GCL เป็นบริษัทใน GC Group ให้บริการด้านโลจิสติกส์อย่างครบวงจร (Integrated Logistics Services) ในธุรกิจเคมีภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ โดยแบ่งประเภทการให้บริการได้เป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ 1.Supply Chain Solutions การบริหารจัดการซัพพลายเซน 


2.Silo Bagging and Packing  บริการด้านการบรรจุสินค้า 3.Warehouse Management การบริหารจัดการคลังสินค้า 4.Transportation – บริการด้านการขนส่ง


5.Custom Clearance บริการด้านการศุลกากร และ 6.Freight Forwarding บริการด้านการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศ การเข้าร่วมทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ในครั้งนี้ระหว่าง GC และ WHA ถือเป็นการผสมผสานความเชี่ยวชาญ จุดแข็ง และความเป็นผู้นำในตลาดของทั้งสองฝ่าย ในการพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการให้บริการของ GCLในปัจจุบันและอนาคต


ด้านนางจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท บริษัท จีซี โลจิสติกส์ โซลูชั่นส์ จำกัด (GCL) บริษัทย่อยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ในสัดส่วน 50%


โดยการทำรายการดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 2.64 พันล้านบาท โดยบริษัทได้มองถึง Synergies ที่จะเกิดจาก Expertise และ Market Position ของทั้ง GC และ WHA ในการที่จะทำให้ฐานธุรกิจที่มีอยู่ในปัจจุบันของ GCL มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้นไปอีก และขยายโอกาสการขยายฐานธุรกิจในอนาคต


เบื้องต้นจะมุ่งเน้นเรื่องการทรานฟอร์ม GCL ให้เป็น 4th Party Logistics (4PLs) ผ่าน 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.Enhance Competitiveness การเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของ GCL โดยอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทั้ง GC และ WHA


2.Lean Organization & Business Process Improvement ปรับองค์กรและกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพและลดต้นทุนการดำเนินธุรกิจ


3.Asset-Light Model ลดการถือครองสินทรัพย์ถาวร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวทางด้านการเงิน และ 4. Digital Transformation & Innovation นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ ที่เป็นแนวความคิดการบริหารจัดการกิจกรรมด้านโลจิสติกส์ในทุกมิติ


พร้อมกันนี้ยังคำนึงถึงการลดผลกระทบต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ดังสะท้อนจากการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีสีเขียวและการใช้พลังงานสะอาด เช่น ที่จะเป็นการช่วยประหยัดพลังงานและลดการสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม


สำหรับแผนธุรกิจของบริษัทในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งรายได้และกำไรสุทธิเติบโต 10% จากปีก่อนหน้า และยังเป็นการทำสถิติใหม่สูงสุดต่อเนื่อง ตามการเติบโตของธุรกิจทั้ง 4 กลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ส่วนแผนธุรกิจในปี 2567 ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำแผนซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปพร้อมกับประกาศออกมาได้ในช่วงปลายเดือนมกราคม 67


อย่างไรก็ดี ในด้านการลงทุนใหม่ๆบริษัทก็มีความสนใจและอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าลงทุนและพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในประเทศกัมพูชา ด้วยทิศทางการลงทุนและการตั้งโรงงานของผู้ประกอบการต่างได้หันไปให้ความสนใจในประทศดังกล่าว บริษัทจึงเห็นโอกาสทางธุรกิจ ซึ่งในเบื้องต้นรูปแบบหรือโมเดลของการทำธุรกิจจะคล้ายคลึงกับประเทศเวียดนามที่บริษัทได้เข้าไปลงทุนไว้ แต่การใช้ธุรกิจใดเป็นตัวนำร่องในการเข้าลงทุนนั้นยังไม่สามารถสรุปได้ในเร็วๆนี้