เช็คลิสต์ 5 หุ้นค้าปลีกมูลค่าไม่แพง เตรียมรับปัจจัยบวก ดันผลงานโตต่อเนื่อง
จากปัจจัยภายนอกที่ผ่อนคลายมากขึ้น รวมถึงเม็ดเงินใหม่จากกองทุน TESG ที่คาดว่าจะทยอยเข้ามาต่อเนื่อง จะช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวได้ดีตามตลาดหุ้นต่างประเทศ หุ้นที่ราคาปรับตัวลงไปก่อนหน้านี้ น่าจะมีโอกาสฟื้นตัวได้เช่นกัน ดังนั้น Wealthy Thai จึงมีกลุ่มหุ้นค้าปลีกที่ราคายังอยู่ในโซนล่าง และ Valuation ไม่แพง พร้อมรับผลบวกจากแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2567 ที่ฟื้นตัวมาฝาก
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ปัจจัยภายนอกที่ผ่อนคลายมากขึ้น หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยในปีหน้าและราคานํ้ามันที่ปรับตัวขึ้น หนุน SET ฟื้นตัวได้ดีตามตลาดหุ้นต่างประเทศยืนเหนือ 1,400 จุด มองมีโอกาสปรับขึ้นต่อในระยะถัดไปจากแรงหนุนเม็ดเงินใหม่ของกองทุน TESG ที่คาดว่าจะทยอยเข้ามามากขึ้น
อีกทั้งราคาหุ้นหลายตัวอยู่ในโซนล่าง Valuation ไม่แพง ขณะที่เศรษฐกิจไทยปี 2567 คาดปรับตัวดีขึ้นจากปีนี้ พร้อมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ทยอยออกมาตั้งแต่ต้นปีหน้า จึงแนะนํา “ซื้อ” หุ้นกลุ่มค้าปลีกที่ราคาอยู่โซนล่าง เช่น CRC CPN CPALL COM7 และ MOSHI
สำหรับปัจจัยพื้นฐานของ CRC นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เชื่อว่าราคาหุ้นที่ผ่านมาปรับลงสะท้อนปัจจัยลบไปแล้ว ปัจจุบันซื้อขายต่ำกว่าราคา IPO ที่ 42 บาท ราว 8% ตรงกันข้ามกับแนวโน้มกำไรปกติในไตรมาส 4/66 ที่คาดเริ่มฟื้นจากไตรมาส 3/66 ทำจุดสูงสุดของปี
ก่อนที่ไตรมาส 1/67 จะกลับมาโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอีกครั้ง บวกกับคาดว่า CRC จะเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่จะได้อานิสงส์มากสุดจากโครงการ e-refund ของภาครัฐ ประเมินกำไรปี 66 ที่ 7,790 ล้านบาท โต 8.57% ดังนั้นจึงมองเป็นจังหวะสะสมหุ้น ราคาเป้าหมาย 45 บาท
ส่วน CPN นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด แนะนํา Outperform ราคาเป้าหมายปี 2567 ที่ 83 บาท จากปัจจัยหนุนทั้งเปิดโครงการใหม่, มาตรการ e-refund และการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลส่งท้ายปี จะขับเคลื่อนกําไรไตรมาส 4/66 เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่อ่อนตัวจากไตรมาสก่อนหน้า จากค่าใช้จ่ายที่สูงเป็นปกติของทุกปี
พร้อมผลักดันกําไรทํา new high ปี 2566 ที่ 14,568 ล้านบาท โต 35.39% และต่อเนื่องอีกหลายปีข้างหน้า ตามแผนลงทุนโครงการใหม่ไม่หยุดยั้งทั้ง retail และ non- retail
ขณะที่ CPALL นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เลือกให้เป็นหุ้นเด่นกลุ่มค้าปลีกคู่กับ DOHOME จากกำไรไตรมาส 3/66 โตดีและทิศทางกำไรไตรมาส 4/66 ที่จะปรับขึ้นเด่นต่อ ทั้งร้านสะดวกซื้อและค้าปลีก(CPAXT) หนุนให้กำไรปี 2566 อยู่ที่ 17,079 ล้านบาท โต 29% ดีกว่ากลุ่มค้าปลีกที่ 15%
ขณะที่ด้าน Valuation อยู่ในโซนถูก หลังราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายบน P/E ปี 2567 เพียง 24-25 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอดีตราว 2.0SD มองเป็นจังหวะ ซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 76 บาท
ด้าน COM7 นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มองแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4/66 ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการเข้าสู่ช่วง high season, ไม่มีปัญหา iPhone ขาดตลาดเหมือนไตรมาส 4/65 และ GPM จะเพิ่มขึ้น ประเมินกำไรปี 2566 ที่ 3,060 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน
แต่กำไรจะดีต่อเนื่องในปี 2567, มีการเปิดตัวสินค้าและบริการใหม่เพื่อเพิ่ม synergy รวมถึงกระจายความเสี่ยงมากขึ้น ผ่านการลดการพึ่งพิงรายได้การขายสินค้า IT รวมทั้งราคาปัจจุบันยังเทรดต่ำ PER ที่ 17 เท่า คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 30 บาท
และสุดท้าย MOSHI นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงประมาณการกำไรสุทธิของปี 2566-2567 อยู่ที่ 390 ล้านบาท โต 54% และ 501 ล้านบาท โต 28% ตามลำดับ โดยแนวโน้มไตรมาส 4/66 คาดรายได้และ GPM ขยายตัวต่อได้จากไตรมาสก่อนหน้า จากการเป็น high season ในช่วงเทศกาล
อย่างไรก็ตามหากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนอาจเห็นการเติบโตได้จำกัด จากฐานที่สูงจาก pent-up demand ในไตรมาส 4/65 โดยมองแนวโน้ม GPM ที่ขยายตัวได้ต่อเนื่อง จากการผลักดันยอดขายสินค้ากลุ่มที่มี margin สูง คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 60 บาท

