BDMS-BCH หุ้นโรงพยาบาลชื่อดัง เหมาะลงทุนระยะยาว
หุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเป็นหนึ่งในกลุ่มหุ้นที่ได้รับความนิยมและอยู่ในเรดาห์ของนักลงทุนเสมอ โดยทิศทางการเติบโตในปี 2567 ไปถึง 2568 นักวิเคราะห์มองว่ากำไรจะเติบโตต่อเนื่องสูงกว่าช่วงก่อนเกิดโควิด ในขณะที่ Valuation ไม่แพง จึงทำให้หุ้นเป็นอีกกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจลงทุนในระยาว
ดังนั้น Wealthy Thai ขอพานักลงทุนมาสำรวจพื้นฐาน 2 หุ้นโรงพยาบาลที่ถูกยกให้เป็น Top pick ของกลุ่มฯ อย่าง BDMS และ BCH ว่าจะมีแผนการดำเนินงานอย่างไร รวมถึงแนวโน้มกำไรน่าประทับใจแค่ไหน
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนะนำ “ซื้อ” กลุ่มโรงพยาบาล มอง Valuation “น่าสนใจ” สําหรับลงทุนระยะยาว ซึ่ง P/E ของกลุ่มโรงพยาบาล ถูก de-rated อย่างมาก P/E ปี 67 อยู่ที่ 27.5 เท่า ตํ่ากว่าค่าเฉลี่ย 7 ปีที่ผ่านมาที่ 38.3 เท่า สวนทางกับกําไรและ ROE ที่แข็งแกร่งขึ้น
โดยฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า 1. กําไรจะกลับมาเติบโต 12% ในปี 2567 และ 10% ในปี 2568 สูงกว่าช่วงก่อนโควิดที่ระดับ 7% จากจํานวนผู้ป่วยโรคทั่วไป ทั้งชาวไทยและต่างชาติที่เพิ่มขึ้น, 2. อัตรากําไรที่เพิ่มขึ้นจากการรักษาโรคร้ายแรง,
3. พื้นฐานธุรกิจโรงพยาบาลมีแนวโน้มเติบโตดีจากสังคมผู้สูงอายุการใส่ใจและดูแลเรื่องสุขภาพมากขึ้นรวมถึงการรักษาโรคที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และ 4. Balance sheet แข็งแกร่งและ ROE สูงกว่าระดับก่อนเกิดโควิด ฝ่ายวิเคราะห์จึงแนะนํา “ซื้อ” กลุ่มโรงพยาบาล เลือก Top pick เป็น BDMS และ BCH
ในส่วนทิศทางการเติบโตของ BDMS นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประมาณการกำไรปี 2566 ที่ 13,999 ล้านบาท เติบโต 11% จากปีก่อน ซึ่งกำไรไตรมาส 3/66 แม้จะดีกว่าที่คาดและบริษัทมีการปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้เพิ่ม แต่กำไรงวด 9 เดือน คิดเป็น 75% ของประมาณการทั้งปี ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่าผลประกอบการทั้งปีจะเป็นไปตามที่คาดไว้
สำหรับปี 2567 ประเมินกำไรอยู่ที่ 15,262 ล้านบาท เติบโต 9% จากปีก่อน จากการเติบโตของคนไข้ต่างชาติ และการเติบโตของ Center of Excellence (CoE) ขณะที่ 3 ปีข้างหน้าฝ่ายวิเคราะห์ประมาณการกำไรเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 7% บริษัทวางกลยุทธ์ในการขยายฐานลูกค้าใหม่ อาทิ กลุ่มประกันสุขภาพและกลุ่ม Wellness & Residence สอดคล้องกับการที่ประเทศไทยกำลังจะก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society)
ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยคงมุมมองเป็นบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการที่คาดเติบโตดีต่อเนื่อง ผลบวกจากการเปิดประเทศและแผนในการขยายธุรกิจต่อเนื่อง ขณะเดียวกันราคาหุ้นปรับลดลงสวนทางผลประกอบการที่เติบโตดี เป็นจังหวะในการเข้าลงทุน จึงคงมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 35.30 บาท ยังมี Upside จากราคาปัจจุบัน
ด้าน BCH นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรสุทธิปี 2566 ที่ 1,341 ล้านบาท ลดลง 67% จากปีก่อน และจะพลิกเติบโต 30% ในปี 2567 เป็นกำไรสุทธิที่ 1,742 ล้านบาท
ทั้งนี้ ประมาณการกำไรปกติในช่วง 4 ปีข้างหน้า (2567-2570) เติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 15% ตามแผนกลยุทธ์ ซึ่งมาจากการสร้างโรงพยาบาลใหม่ และ M&A โดยมีแผนเพิ่มเตียงจดทะเบียนจากปัจจุบัน 2,254 เตียง เป็น 3,100 เตียง ภายในปี 2570 ดังนี้
1.Expansion แผนสร้างโรงพยาบาลใหม่ อาทิ โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ สุวรรณภูมิ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปี 2567 เปิดให้บริการภายในปี 2569 และโรงพยาบาลโรคมะเร็ง ที่แจ้งวัฒนะ คาดเริ่มก่อสร้างปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า, 2. Existing แผนรีโนเวทโรงพยาบาลเดิม อาทิ กรุณเวช เกษมราษฎร์ สาขาบางแค, ประชาชื่น, สระบุรี และฉะเชิงเทรา
2.External Agreement การร่วมมือกับพันธมิตร อาทิ การให้บริการตรวจ Check-up กลุ่มลูกค้าประกันสังคม และ 4. แผน M&A โดยการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
ฝ่ายวิเคราะห์คงคำแนะนำ "ซื้อ" มีมุมมองเป็นบวกต่อผลประกอบการในครึ่งหลังของปี 2566 ที่พลิกกลับมาเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ 4 ปีข้างหน้าคาดเติบโตต่อเนื่อง ตามแผนขยายธุรกิจ ทั้งสร้างโรงพยาบาลใหม่ ปรับปรุงขยายพื้นที่เดิม การเปิดเพิ่มศูนย์เฉพาะทาง และแผน M&A เราประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 23.10 บาท

