NOBLE ปักธงปี 67 รายได้แตะ 1.4 หมื่นลบ. โชว์ยอดขายรอโอน กว่า 1.97 หมื่นลบ. กางแผน 3 ปี Spin-Off บ.ย่อย เข้าตลาดหุ้น
NOBLE ปักธงปี 67 รายได้แตะ 1.4 หมื่นลบ. ยอดขายที่ 1.8 หมื่นลบ. อวด Backlog กว่า 1.97 หมื่นลบ. เตรียมเปิด 7 โครงการใหม่ มูลค่า 1.43 หมื่นลบ. พร้อมกางแผน 3 ปีข้างหน้า สปินออฟ "เซิร์ฟ โซลูชั่น" เข้าตลาด
นายธงชัย บุศราพันธ์ รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOBLE เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้รวมจะแตะระดับ 1.4 หมื่นล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้น ปี 2566 มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ในมือรวมมูลค่ากว่า 1.97 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้ภายใน 3 ปีข้างหน้า
ขณะเดียวกันได้วางยอดขายจะอยู่ที่ระดับ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยมีแผนเปิดตัว 7 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 1.43 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมแบบ Low Rise รวม 5 โครงการ มูลค่ารวม 6.71 พันล้านบาท
ส่วนที่เหลือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแนวสูง 2 โครงการ มูลค่า 7.6 พันล้านบาท นอกจากนี้ยังมีสินค้าพร้อมอยู่และระหว่างก่อสร้างในมือมูลค่าอีกกว่า 3.44 หมื่นล้านบาท ซึ่งตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพจึงเชื่อว่าจะสามารถสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องด้วย
ด้านแผนการลงทุน ภายใต้ความมุ่งมั่นการก้าวสู่ระดับ Top 5 ในฐานะผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในไทย บริษัทยังคงเร่งเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีแผนซื้อที่ดินราว 3 พันล้านบาท เพิ่มอีก 3 แปลง ประกอบด้วย 1. ที่ดินบนทำเล พระราม 9 เพื่อจะพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแนวสูง มูลค่าเกือบหมื่นล้านบาท
2.ที่ดินทำเลย่านประชาชื่น เพื่อจะพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียม Low Rise และ 3.ที่ดินบนทำเลบางนา-ตราด ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับกลุ่ม BTS และสหพัฒน์ เพื่อพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว
ทั้งนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าต่อยอดธุรกิจให้มีความครบวงจรเต็มรูปแบบมากขึ้น โดยการเพิ่มไลน์ธุรกิจ ซึ่งจะเป็นการดำเนินการภายใต้บริษัท เซิร์ฟ โซลูชั่น จำกัด ในรูปแบบธุรกิจบริหารนิติบุคคล ธุรกิจบริการฝากขาย-ปล่อยเช่า รวมถึงธุรกิจการบริการจัดหาเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจต่อเนื่องที่จะสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เช่น ธุรกิจการให้บริการสายไฟเบอร์ออฟติก (Fiber Optic Cable) ในโครงการที่อยู่อาศัย ธุรกิจบริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้า (EV Charger) ธุรกิจบริการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ (Solar Cell) บนหลังคาของโครงการที่อยู่อาศัย เป็นต้น
รวมถึงการมองหาธุรกิจใหม่ๆ ที่จะทำร่วมกับพันธมิตรซึ่งมีความเชี่ยวชาญโดยตรง เช่น ธุรกิจบริการพื้นที่เก็บของ (Self-Storage) คาดว่าจะสามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เร็วๆ นี้
อีกทั้งอยู่ระหว่างเจรจาการเข้าซื้อกิจการในธุรกิจเฟอร์นิเจอร์มูลค่าหลักร้อยล้านบาท ซึ่งจะสรุปดีลดังกล่าวได้ภายในไตรมาส 2/67 ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตให้แก่บริษัท เซิร์ฟ โซลูชั่น จำกัด พร้อมกับเตรียมความพร้อมให้แก่บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า
