Official Update :

แนะกลยุทธ์เทรด ADVANC หลังกำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าคาด! โบรกฯ ชี้ หากราคาปรับลง เป็นโอกาสสะสม

ADVANC รายงานปี 2566 มีกำไรสุทธิ 29,086 เพิ่มขึ้น 12% โชว์ฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 44.6 ล้านเลขหมาย ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงฐานลูกค้าพุ่ง 4.74 ล้านราย ส่วนไตรมาส 4 กำไรต่ำคาด เหตุกระทบดอกเบี้ยจ่ายจากดีล TTTBB และค่าใช้จ่าย SG&A หลังรวม TTTBB ที่สูงกว่านักวิเคราะห์คาด


โบรกฯ หั่นราคาเป้าหมายเหลือ 245 บาท แต่ยังแนะนำ “ซื้อ” มองผลประกอบการอยู่ในรอบเติบโต แม้ผลกระทบจากดีล TTTBB สูงกว่าคาด แต่เป็นผลกระทบชั่วคราว ระยะยาวเชื่อว่า ADVANC จะได้ประโยชน์จากดีลนี้


บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC รายงานว่า ไตรมาส 4/66 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 7,003 ล้านบาท ลดลง 4.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากผลการดำเนินที่ขาดทุนของ TTTBB การตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการควบรวมกิจการ


ขณะที่เทียบไตรมาสก่อน กำไรลดลง 14% จากการรับรู้กำไรพิเศษครั้งเดียวจากการจำหน่ายเงินลงทุนในแรบบิทไลน์เพย์ (RLP) เมื่อไตรมาส 3/2566 การตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ในไตรมาส 4/2566 และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แม้จะถูกชดเชยโดยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน


หากไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว ได้แก่ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และ ผลกระทบจาก TTTBB กำไรสุทธิปกติจะอยู่ที่ 7,086 ล้านบาท เติบโต 6.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน และลดลง 8% จากไตรมาสก่อน


ส่วนผลประกอบการปี 2566 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 29,086 เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเติบโตของรายได้การให้บริการหลักที่เติบโตเหนือกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่าย ผ่านการบริหารจัดการต้นทุนที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้ผลกระทบจากการควบรวมกับ TTTBB


นอกจากนั้นกำไรสุทธิตามรายงานยังได้รับผลดีจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ และการจำหน่ายเงินลงทุนในแรบบิทไลน์เพย์ (RLP)


แต่หากไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิ และผลกระทบจาก TTTBB กำไรปกติจะอยู่ที่ 28,656 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน


โดยในปี 2566 มีรายได้รวมอยู่ที่ 188,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของรายได้การให้บริการซึ่งมีผลจากการรับรู้รายได้ของ TTTBB การเติบโตของธุรกิจอินเทอร์เน็ต การฟื้นตัวของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ และ การเติบโตที่แข็งแกร่งของธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร ชดเชยกับรายได้จากการขายอุปกรณ์ที่ลดลงเล็กน้อย หากไม่รวม TTTBB รายได้รวมเพิ่มขึ้น 0.7% จากรายได้การขายอุปกรณ์ที่ลดลง


สำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ณ สิ้นปี 2566 เอไอเอสมีฐานผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ทั้งสิ้น 44.6 ล้านเลขหมาย ลดลงสุทธิ 1.4 ล้านเลขหมาย เป็นผลจากผู้ใช้บริการเติมเงินที่ลดลง 1.5 ล้านเลขหมาย ในขณะที่ผู้ใช้บริการแบบรายเดือนเติบโต 155,000 เลขหมาย


ส่วนธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ภายหลังจากความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ TTTBB ทำให้สิ้นปี 2566 เอไอเอสมีฐานลูกค้าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงทั้งสิ้น 4.74 ล้านราย ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตจากการดำเนินงานปกติ 276,000 ราย และจากการผนวกผู้ใช้บริการ TTTBB ทั้งสิ้น 2.3 ล้านราย


ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายปันผลสำหรับงวดนี้ 4.61 บาทต่อหุ้น โดยวันขึ้นเครื่องหมาย XD คือวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2567 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 17 เมษายน 2567


สำหรับมุมมองแนวโน้มและกลยุทธ์ในปี 2567 วางเป้ารายได้จากการให้บริการหลักเติบโตประมาณ 13-15% ส่วน EBITDA เติบโตประมาณ 14-16% จากการมุ่งเน้นที่ความสามารถในการทำกำไร และตั้งเป้างบลงทุนระหว่าง 25,000-26,000 ล้านบาท เพื่อรักษาคุณภาพภายใต้ความเหมาะสม


ไตรมาส 4 กำไรต่ำคาด

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ประเด็น ADVANC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4/66 มีกำไรสุทธิ 7 พันล้านบาท แต่หากตัดกำไรอัตราแลกเปลี่ยน 412 ล้านบาท และการตั้งด้อยค่าสินทรัพย์ราว 450 ล้านบาท กำไรปกติ 4/66 อยู่ที่ 7.04 พันล้านบาท ลดลง 7.2% จากไตรมาสก่อน แต่เพิ่มขึ้น 8.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


โดย ผลประกอบการต่ำกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 7% และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 6% หลักๆมาจากรายการทางบัญชีที่กระทบดอกเบี้ยจ่ายจากดีล TTTBB และค่าใช้จ่าย SG&A หลังรวม TTTBB ที่สูงกว่าที่ฝ่ายวิจัยและตลาดคาด


ทั้งนี้ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี 2567 ลง 7% เป็น 3.07 หมื่นล้านบาท เติบโต 7.7% จากปีก่อน คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับลดราคาเหมาะสมลงเป็น 245 บาทต่อหุ้น ผลประกอบการอยู่ในรอบเติบโต แม้ผลกระทบจากดีล TTTBB สูงกว่าที่เราและตลาดคาดแต่เป็นผลกระทบชั่วคราว ระยะยาวเชื่อว่า ADVANC จะได้ประโยชน์จากดีลดังกล่าว


เชิงกลยุทธ์เนื่องจากผลประกอบการต่ำคาด และตลาดอาจต้องปรับลดประมาณการลงจากผลกระทบจากดีล TTTBB ที่สูงกว่าคาดทำให้คาดหุ้นตอบสนองเชิงลบก่อน


อย่างไรก็ดีเงินปันผลที่แข็งแกร่งและภาวะอุตสาหกรรมที่ดีขึ้นต่อเนื่องทำให้หากราคาหุ้นปรับลดลง มองเป็นโอกาสสะสมรอบใหม่ราคาหุ้นที่ต่ำกว่าระดับ 210 บาทจะคิดเป็นเงินปันผลคาดหวังในปี 2567 ที่ระดับราว 4.4% บนประมาณการใหม่ที่ประเมินผลกระทบจากดีล TTTBB ที่มากกว่าคาดไว้ แล้วเป็นระดับในการเริ่มทยอยสะสม
Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 6 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 16 hours ago
Follow Us