ASW ตุนแบ็กล็อก 1.95 หมื่นลบ. วางเป้าดันรายได้ปี 67 ทะยาน 8.7 พันลบ.
ASW ปักธงรายได้ปี 2567 ที่ 8.7 พันล้านบาท ตุน Backlog กว่า 1.95 หมื่นล้านบาท คาดทยอยรับรู้รายได้ช่วง 3 ปีนี้ พร้อมเล็งเปิด 12 โครงการใหม่ มูลค่า 2.59 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 9 โครงการ และ แนวราบ 3 โครงการ
นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่า บริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้ในปี 2567 จะอยู่ที่ 8.7 พันล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) ราว 1.95 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนโครงการในกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 1.37 หมื่นล้านบาท โครงการในทำเล EEC จำนวน 1.8 พันล้านบาท และโครงการในภูเก็ตอีกกว่า 4 พันล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2567 ต่อเนื่องไปถึงปี 2569
พร้อมกันนี้บริษัทยังมีโครงการที่สร้างเสร็จใหม่พร้อมโอนในปี 2567 อีก 9 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 7 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 9.55 พันล้านบาท และโครงการแนวราบ 2 โครงการ
ขณะเดียวกันบริษัทได้ตั้งเป้าหมายยอดขายในปีนี้จะเติบโต 8% จากปีก่อน หรือเพิ่มมาอยู่ที่ 1.78 หมื่นล้านบาท ตามแผนการเปิดโครงการใหม่ 12 โครงการ มูลค่า 2.59 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น คอนโดมิเนียม 9 โครงการ และ แนวราบ 3 โครงการ
สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตในทิศทางเดียวกับ GDP ของประเทศ ซึ่งแนวโน้มภาพรวมในวันนี้ยังมีทั้งโอกาสและความเสี่ยง ปัจจัยบวกที่จะเข้ามาช่วยส่งเสริม และกระตุ้นกำลังซื้อในปีนี้ มีหลายปัจจัย เช่น การต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียม โอน - จดจำนอง ออกไปอีก 1 ปี
รวมถึงมาตรการฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวจีนที่จะเริ่มใช้วันที่ 1 มีนาคม 2567 นี้ จะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวเมืองไทย ซึ่งคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจรวมถึงภาคอสังหาฯ กลับมาคึกคักอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง ภายใต้แนวคิด “THE NEW FRONTIERS” กับการพัฒนาแอสเซทไวส์ให้เติบโตอย่างยั่งยืนและมั่นคงในทุกมิติ ด้วย 3 กลยุทธ์
โดยกลยุทธ์ Execute การมุ่งมั่นสร้างสรรค์บ้านและคอนโดคุณภาพ รวมถึงการรักษาความแข็งแกร่งของพอร์ตธุรกิจหลักของแอสเซทไวส์ คือพอร์ตคอนโดมิเนียมที่มี 3 แบรนด์เรือธงอย่าง KAVE, ATMOZ และ MODIZ ปักหมุดทั่วเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และ EEC
ขณะเดียวกัน Expand การขยายโครงการให้เติบโตในทุกมิติทั้งด้านทำเล สินค้า และราคา โดยยังพัฒนาโครงการต่อเนื่องทั้งในทำเลที่เชี่ยวชาญ และมองหาโอกาสในการขยายทำเลใหม่ที่มีโอกาสในการพัฒนา และเติบโตไปในทำเลที่มีศักยภาพ รวมถึงการพัฒนาโครงการแนวราบให้มีความหลากหลาย เติมเต็มความต้องการของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ซึ่งในปีนี้บริษัทวางงบซื้อที่ดินไว้ที่ 2-3 พันล้านบาท
สุดท้าย Explore การแสวงหาโอกาสทางธุรกิจและการลงทุนใหม่ ๆเพื่อเป็นการสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) ให้กับบริษัทไม่ว่าจะเป็นธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ ภายใต้โครงการ Mingle Mall ที่ประกอบไปด้วยร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ , Well Aesthetic & Wellness Center พื้นที่เช่าสำหรับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจประเภทศูนย์สุขภาพและคลินิกด้านความงาม บนใจกลางย่านรัชดาภิเษก และล่าสุดกับ มิงเกิ้ล สปอร์ต วิลเลจ (Mingle Sport Village at Rangsit) ศูนย์กีฬาในร่มเอาใจสายรักสุขภาพ
รวมถึง Rocket Fitness โดยใช้ประสบการณ์และความชำนาญในด้านการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้การบริหารงานของ “บริษัท เทรเชอร์ เอ็ม จำกัด” ในเครือแอสเซทไวส์ และ ZAAP World ธุรกิจเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอนเสิร์ตและอีเวนท์ต่างๆ
