Official Update :

เปิดรายชื่อ 6 หุ้นรับอานิสงส์เชิงบวก เมื่อยักษ์โลกบุก “ดาต้าเซ็นเตอร์” ในไทย

ประเทศไทยเนื้อหอมอย่างต่อเนื่อง เมื่อบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลกต่างทยอยเข้ามาลงทุน Data Center ด้วยเม็ดเงินที่มีมูลค่าสูง เรียกได้ว่าตอนนี้เป็นยุคทองของ Data Center ในประเทศไทยอย่างแท้จริง


แต่ถ้าหันกลับมายังตลาดหุ้นไทย เมื่อการเข้ามาลงทุน Data Center ของบริษัทรายใหญ่ระดับโลก จะส่งผลบวกต่อหุ้นอะไรบ้าง Wealthy Thai จะพาไปหาคำตอบ


โดยกูรูสายหุ้นอย่างนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า กระแสลงทุน Data Center เป็นขาขึ้นชัดเจน TRUE IDC ประกาศลงทุนอีก 1 หมื่นล้านบาท ภายใน 3 ปี โดยการลงทุนนี้จะประกอบไปด้วยหลายโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการขยายดาต้าเซ็นเตอร์ที่ ทรู ไอดีซี อีสต์ บางนา แคมปัส และทรู ไอดีซี นอร์ท เมืองทอง


ทั้งนี้ เป็นภาพต่อเนื่องจาก 1.ปลายสัปดาห์ที่กลุ่ม Ctrls จากอินเดียประกาศลงทุน 1.5 หมื่นล้านบาท ในพื้นที่ EEC 2.การเข้ามาของ Amazon (ลงทุน 1.9 แสนล้านบาท ใน 15 ปี ) 3.FPT จับมือ STT global ลงทุน Hyperscale Data Center 4.NTT จากญี่ปุ่น ขณะที่ Microsoft และ Google ก็กำลังพิจารณาลงทุนในไทย


โดยไทยมีจุดเด่น อยู่ในศูนย์กลางภูมิภาคสร้างโอกาสใน CLMV ได้ อินเตอร์เนตเสถียร ความเสี่ยงภัยพิบัติต่ำ นโยบายส่งเสริมของรัฐฯ ความพร้อมสาธารณูปโภค ต้นทุนไม่แพง โอกาสทางธุรกิจสูงกำลังให้บริการ Data Center ไทยอยู่ที่ 0.7 MW/ประชากร เทียบ อาเซียนที่ 5.0 MW


ดังนั้นมองบวกต่อโอกาสธุรกิจดังกล่าวเป็น S Curve ใหม่ของไทย จิตวิทยาบวกหุ้นนิคมฯ WHA, AMATA หุ้นที่มีฐานธุรกิจอิงดิจิทัล BE8, BBIK, INSET, GULF เน้น BBIK, INSET (ระยะสั้นเน้นตั้งรับ)


แต่หากเข้ามาสำรวจปัจจัยพื้นฐานทั้ง 6 หุ้นดังกล่าว พบว่า  WHA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินกำไรปี 2567 ที่ 4,255 ล้านบาท เติบโต 7.4% จากปีก่อน จาก 1. บริษัทฯ มี Backlog ที่คาดจะรับรู้เป็นรายได้ราว 1.1 พันไร่ (53% จากประมาณการของเราที่ 2.2 พันไร่) และ 2. คาดรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคจะเติบโตตามลูกค้านิคมที่เพิ่มขึ้น


นอกจากนี้ มี Upside เพิ่มเติม ได้แก่ การปรับราคาขายที่ดินขึ้น และการโอนที่ดินทำได้ดีกว่าที่คาด (ทุกการโอนที่ดินเพิ่มขึ้น 100 ไร่ จะมี Upside ต่อประมาณการกำไรราว 2-3% และต่อราคาเป้าหมายประมาณ 0.15 บาท/หุ้น) คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 5.80 บาท


ส่วน AMATA นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 2,009 ล้านบาท เติบโต 17.2% จากปีก่อน หนุนจากยอด Backlog สิ้นปี 2566 ที่หนาแน่นมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโต 109.4% จากปีก่อน (แบ่งเป็นไทย 87% และเวียดนาม 13%) แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการรับรู้รายได้จากการโอนที่ค่อนข้างชัดเจน


สำหรับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมที่สำคัญ ได้แก่ นโยบายและการสนับสนุนจากทางภาครัฐแก่นักลงทุนที่เข้ามาลงทุนและตั้งฐานการผลิตในไทยอย่างต่อเนื่อง แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 29.40 บาท


BE8 นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดว่ากำไรปี 2567 คาด 326 ล้านบาท เติบโต 17% และมองว่าการปรับตัวของภาคธุรกิจเข้าสู่ระบบ Digital จะส่งผลให้อุตสาหกรรม Digital Transformation เติบโตได้อีกมาก


BBIK นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 123 บาท เนื่องจากคาดว่ากำไรหลักปี 67 จะเติบโต 38% และแนวโน้มระยะยาวที่แข็งแกร่ง ผู้บริหาร BBIK ยืนยันเป้าหมายการเติบโตของรายได้ 50% ในปี 67 และคาดว่า Backlog จะเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 1/67 ขณะที่กำไรหลักปี 66-68 เติบโตเท่ากับ 39% CAGR


INSET นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า INSET หุ้นเด่นในกลุ่มดิจิตอลที่ฝ่ายวิจัยแนะนำต่อเนื่อง มองมีปัจจัยหนุนจาก TRUE IDC ประกาศลงทุน Data Center มูลค่า 1 หมื่นล้านบาท ใน 3 ปีข้างหน้า มองกระแสลงทุน Data Center เร่งจะหนุนหุ้นต่อเนื่อง แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.2 บาท


โดยกระแสลงทุน Data Center เป็นภาพบวกต่อ INSET ด้านโอกาสรับงาน Data Center ต่อเนื่องระยะถัดไปและเป็น Upside ต่อประมาณการทั้งด้านกำไรและโอกาส Rerate PER ที่ใช้กำหนดมูลค่าพื้นฐานขึ้น


สุดท้าย GULF นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 52.75 บาท โดยประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 18,107 ล้านบาท เติบโต 16% จากปีก่อน แม้มองว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวในระยะกลาง-ยาว ตามการเติบโตของกำาไรและแรงเก็งกำไรเกี่ยวกับการประกาศแผน PDP ฉบับใหม่ของไทย (คาดมีความชัดเจนในปี 2567) และการเปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่วนขยายของ กกพ. (คาดมีความชัดเจนในครึ่งหลังปี 67 เป็นอย่างเร็ว)


แต่ในช่วงสั้นคาดการฟื้นตัวของราคาหุ้นมีโอกาสถูกกดดันจากงบไตรมาส 4/66 ที่ไม่เด่น เชิงกลยุทธ์นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจพิจารณาชะลอการลงทุน และรอเข้าลงทุนเพื่อหวังการฟื้นตัวของราคาหุ้นในหลังการประกาศงบไตรมาส 4/66 (คาดรายงานวันที่ 15 ก.พ.)