Official Update :

จัดอันดับ 5 หนังทำเงิน ให้ MAJOR มากที่สุด ในไตรมาส 4/66

มีนักวิเคราะห์หลายค่ายต่างออกมาประเมินแนวโน้มไตรมาส 4/66 ของบริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR ที่จะรายงานออกมาอย่างโดดเด่น โดยหากนักลงทุนจำกันได้ ช่วงเวลานั้นต้องยอมรับว่ากระแสภาพยนตร์แต่ละเรื่องมีความฮอตอย่างมาก


ดังนั้น Wealthy Thai จะพานักลงทุนไปหาคำตอบว่า ในช่วงไตรมาส 4/66 ที่ผ่านมา มีภาพยนตร์เรื่องไหนบ้างที่สร้างรายได้ให้กับ MAJOR มากที่สุด จนทำให้ผลประกอบการในช่วงนี้มีแนวโน้มเติบโตอย่างโดดเด่น


หากถอดมุมมองนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ที่ประเมินแนวโน้มไตรมาส 4/66 ไว้อย่างน่าสนใจ โดยคาดว่า กำไรสุทธิงวดไตรมาส 4/66 จะอยู่ที่ระดับกว่า 303 ล้านบาท เติบโต 191% จากไตรมาสก่อน และเติบโตสูงถึง 299% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ทั้งนี้แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 4/66 น่าจะโดดเด่นมาก ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากธุรกิจโรงภาพยนตร์ที่เกิดปรากฏการณ์ภาพยนตร์ไทย 3 เรื่อง กวาดรายได้ถล่มทลาย ได้แก่ สัปเหร่อ ทำรายได้ 509 ล้านบาท ธี่หยด ทำรายได้ 341 ล้านบาท และ 4 Kings ภาค 2 ทำรายได้ 167 ล้านบาท


ส่วนภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จากต่างประเทศที่ทำรายได้สูงสุดไตรมาสนี้คือ Aquaman and the Lost Kingdom ทำรายได้ 88 ล้านบาท และ The Marvels ทำรายได้ 48 ล้านบาท


โดยรวมงวดไตรมาส 4/66 คาดการณ์รายได้ขายตั๋วภาพยนตร์จะทำได้สูงถึง 1,577 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 70% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


การเพิ่มขึ้นของรายได้ขายตั๋วภาพยนตร์ส่งผลบวกไปถึงรายได้ธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจป๊อปคอร์นและเครื่องดื่ม หรือ “Concession” ที่คาดจะมีรายได้เติบโต 50% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามรายได้ภาพยนตร์และมีรายได้ส่วนเพิ่มจากการขายป๊อปคอร์นนอกโรงหนัง


ขณะที่ธุรกิจโฆษณาในโรงภาพยนตร์ยังมี Momentum ที่ดีจากการต่อสัญญาของลูกค้าที่เป็น Naming Sponsor หลายราย แต่การขายโฆษณาให้กับเอเจนซี่และแบรนด์สินค้าเป็นการเจรจาล่วงหน้า ซึ่งการทำรายได้ถล่มทลายของภาพยนตร์ไทยไม่ได้เป็นสิ่งที่คาดหวังไว้ก่อน จึงทำให้รายได้ธุรกิจโฆษณาไตรมาสนี้น่าจะเติบโตเพียง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ส่วนธุรกิจโบลลิ่งที่ได้รับอานิสงส์จากการจัดกิจกรรมของลูกค้า Corporate ในช่วงส่งท้ายปลายปี คาดรายได้เติบโต 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับธุรกิจ Movie Content ไตรมาสนี้คาดรายได้เติบโต 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่า MAJOR จะขาย MPIC ออกไปแล้ว ทำให้มีรายได้ในส่วนของการ Distribution หนังหายไป


แต่ก็จะมีรายได้จากภาพยนตร์เรื่อง “ธี่หยด” ที่ MAJOR Join Film (MAJOR ถือหุ้น 99.99%) ร่วมลงทุนกับ BEC เข้ามาทดแทน ฝ่ายวิจัยจึงคาดรายได้จากธุรกิจหลักรวมงวดไตรมาส 4/66 จะอยู่ที่ 2,871 ล้านบาท เติบโต 65% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


สำหรับปี 2567 ฝ่ายวิจัยเชื่อว่ายังเป็นปีที่ดีสำหรับธุรกิจโรงภาพยนตร์ โดยจะมีจำนวนภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ของค่ายหนังระดับโลกออกฉาย ใกล้เคียงกับปี 2566 ที่มี 77 เรื่อง บวกกับภาพยนตร์ไทยที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างสูงจากผู้ชมอีกครั้ง ทำให้ปี 2567 น่าจะมีหนังไทยคุณภาพดีออกฉายไม่ต่ำกว่าปี 2566 ที่มีจำนวนหนังไทย 52 เรื่อง


ซึ่งรายได้ภาพยนตร์ไทยที่เพิ่มขึ้นเป็นผลลัพธ์ที่เกิดจากการขยายโรงภาพยนตร์ในต่างจังหวัดของ MAJOR อย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา


โดยปี 2567 MAJOR มีแผนจะเพิ่มจำนวนจอภาพยนตร์อีก 47 จอ จากสิ้นปี 2566 ที่มีทั้งหมด 851 จอ และตั้งเป้าจะมีสัดส่วนรายได้จากภาพยนตร์ไทยเพิ่มเป็น 50% ของรายได้ภาพยนตร์ทั้งหมดในปี 2567 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้ประมาณ 40-45% ประเมินราคาเหมาะสมได้ที่ 20 บาท ให้น้ำหนักการลงทุน Outperform


สำหรับภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุด 5 อันดับแรกของ MAJOR ในงวดผลประกอบการไตรมาส 4/66 Wealthy Thai สรุปมาให้นักลงทุนผ่าน infographic แล้ว