Official Update :

นับตั้งแต่ ปตท. เข้าตลาดหุ้น ส่งเงินเข้ารัฐแล้วกว่า 1.24 ล้านล้านบาท

อย่างที่ทราบกันดีแล้ว บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ได้รายงานผลประกอบการปี 2566 ออกมามียอดขาย 3,144,551 ล้านบาท ลดลง 6.6% จากปีก่อน แต่มีกำไรสุทธิโดดเด่นที่ระดับ 112,024 ล้านบาท เติบโต 22.9% 


โดยตัวเลขกำไรสุทธิดังกล่าว นับว่าเป็นระดับที่เกือบทำสถิติสูงสุดใหม่ หลังเคยทำจุดสูงสุดเมื่อปี 2560 ที่ระดับ 1.3 แสนล้านบาท ในสมัยที่ นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่


ทั้งนี้ในปี 2566 ทาง PTT  มีมติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลประกอบการปี 2566 ในอัตราหุ้นละ 2.00 บาท โดยได้จ่ายปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.80 บาท เมื่อกันยายน 2566 คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายอีกในอัตราหุ้นละ 1.20 บาท


ดังนั้นกระทรวงการคลังในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่และกองทุนวายุภักษ์รับปันผลรวมประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมกับภาษีเงินได้นิติบุคคลของ ปตท. และบริษัทในเครือ อีกประมาณ 4.2 หมื่นล้านบาท รวมกลุ่ม PTT นำส่งรายได้จากการดำเนินธุรกิจปี 2566 ให้กับรัฐแล้วประมาณ 7.8 หมื่นล้านบาท


อย่างไรก็ตามหากย้อนกลับไปนับตั้งแต่ที่ PTT เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ พบว่า กลุ่ม PTT นำส่งรายได้ให้กับรัฐในรูปแบบเงินปันผลและภาษีเงินได้ปี 2544 -2566 มูลค่ารวมประมาณ 1.24 ล้านล้านบาท และหากย้อนกลับไปเมื่อครั้งก่อนแปรรูปเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ นั้น โดยปี 2542 นำส่งเงินให้กับรัฐ มูลค่า 3,898 ล้านบาท ส่วนปี 2543 อยู่ที่ 7,155 ล้านบาท


ขณะที่ในแง่ของการเติบโตนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มธุรกิจ 67 คาดราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง 4% เหลือ 79 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากปีก่อนที่ 82 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากดีมานด์ไม่ฟื้นชัดเจน และผู้ผลิตนอก OPEC เพิ่มอุปทาน


ด้านค่าการกลั่นคาดลดลง 12% เหลือ 6.0 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากปีก่อน 6.8 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เนื่องจากโรงกลั่นใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนปิโตรเคมีคาดฟื้นตัวครึ่งหลังปี 67 หรือปี 68 เป็นต้นไป


ขณะที่ธุรกิจก๊าซฯ คาดปริมาณเพิ่มจากก๊าซในอ่าวไทย แต่อาจโดนผลกระทบจากการปรับโครงสร้างราคาก๊าซ ส่วนธุรกิจไฟฟ้าคาดดีขึ้นจากต้นทุนก๊าซ ในส่วนของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันคาดยอดขายโตได้ตามการโตของเศรษฐกิจ


และธุรกิจยายังโตได้และปัจจุบันยังมียาใน Pipeline ที่จะออกขายเพิ่มเติม ด้านประเด็น Single Pool Gas อยู่ระหว่างการเจรจาและศึกษา ใช้เวลาประมาณ 9 เดือน คาดจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ ยังแนะนำ “ซื้อ” ราคาพื้นฐาน 40 บาท


ส่วนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) มีความเห็นว่า แม้แนวโน้มไตรมาส 1/67 จะดูไม่น่าตื่นเต้น แต่มูลค่าหุ้นปัจจุบันของ PTT ซื้อขายที่ PBV ณ สิ้นปี 67 ที่ 0.9 เท่า (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.5 เท่าอยู่ 1.3 SD)


และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ดีในปี 67 ที่ 4.3% (เทียบกับ 3.1% โดยเฉลี่ยสำหรับตลาดหลักทรัพย์) ได้สะท้อนไปในราคาแล้ว เมื่อมองไปข้างหน้า การลงทุนใหม่ๆจะช่วยเพิ่มการเติบโตของกำไรในระยะยาวของ PTT จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 40 บาท