MFEC ผู้พัฒนางานเทคโนโลยีครบวงจร สู่การเติบโตบนเส้นทางของ AI

เทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตได้อย่างโดดเด่น ด้วยปัจจัยบวกต่างๆ ที่รอสนับสนุนในอนาคต โดยหนึ่งในนั้นก็คือการมาของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาขับเคลื่อนในภาคธุรกิจอื่นๆ รวมไปถึงเพิ่มบทบาทให้แก่กลุ่มเทคโนโลยีเช่นเดียวกัน


โดยบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ที่เป็นผู้พัฒนางานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศแบบครบวงจร ภายใต้กลุ่มธุรกิจหลัก 3 กลุ่มธุรกิจ ประกอบไปด้วย 1. Enterprise Solution 2. Hybrid Infrastructure Services และ 3. Transformation ก็เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่เติบโตได้อย่างโดดเด่น


สะท้อนจากในปี 2566 ที่รายได้รวมกว่า 6,738 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% และ กำไรสุทธิ 681 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189% จากการรับรู้รายได้จากการดำเนินโครงการต่อเนื่อง โดยเฉพาะรายได้จากการพัฒนาระบบ (System Integration Service) และรายได้จากสัญญาบำรุงรักษาระบบงาน (System Maintenance Service) ที่มีการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่หลายแห่ง


ขณะเดียวกันก็ยังได้ปูพรมสู่การเติบโตในอนาคต ด้วยการตุนงานโครงการที่รอส่งมอบให้ลูกค้า (Backlog) ณ สิ้นปี 2566 มูลค่ากว่า 7,563 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องได้ในระยะยาวสูงสุดถึง 6 ปี และสัดส่วนของงานที่สามารถรับรู้รายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) สูงถึง 62% ของมูลค่า Backlog ทั้งหมด


นอกจากนี้ นาย ธนกร ชาลี ประธานเจ้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFEC ก็ได้ฉายภาพการเติบโตของรายได้ในระยะสั้นหรือในช่วง 3 ปีข้างหน้านี้ (2567-2569) เฉลี่ยปีละ 15% พร้อมกับกลยุทธ์ที่จะใช้เป็นตัวขับเคลื่อนและปัจจัยสนับสนุนการเติบโต


สำหรับ 4 กลยุทธ์หลักที่จะขับเคลื่อนการเติบโต ประกอบไปด้วย 1.การเตรียมบุคลากรและผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพ เพื่อเสนอให้แก่ลูกค้าได้อย่างเหมาะสม 2.การลงทุนและการแสวงหาโอกาสการลงทุน เพื่อสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืน 3.การขยายฐานลูกค้าใหม่และการแชร์ฐานลูกค้าภายในกลุ่มบริษัท และ4.การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด


ในเบื้องต้นปี 2567 บริษัทได้ปรับกลยุทธ์ที่จะเน้นการเติบโตในการขยายฐานลูกค้า ด้วยการนำกลุ่มธุรกิจบริการเข้าไปเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการเฉพาะเจาะจงมากขึ้น พร้อมกับการนำ AI เข้ามาประยุกต์ภายในหน่วยงานเพื่อลดต้นทุน ควบคุมการนำไปให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อเกิดประสิทธิภาพสูงสุด


“ AI ในปัจจุบันไม่ใช่ทางเลือกแต่เป็นทางรอด ด้วยศักยภาพในการทำงานของ AI ที่สามารถช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถประหยัดต้นทุนได้มากขึ้นและสร้างผลลัพธ์ได้สูงขึ้น จึงเป็นตัวช่วยสร้างศักยภาพในการแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น”  นาย ธนกร กล่าวเพิ่มเติม


ทั้งนี้ จากการสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและการสะสมข้อมูล (Data) ก็จะช่วยให้ในปี 2568 และ 2569 บริษัทมีความเข้าใจความต้องการของลูกค้าได้ครอบคลุมมากขึ้น รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมการให้บริการรูปแบบใหม่ๆ แต่อย่างไรก็ดีด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ก็อาจมีการปรับกลยุทธ์และแบบแผนให้เข้ากับสถานการณ์


Most Viewed
Stock of the Day
SAPPE บวก 3.68% รับกำไรจ่อกลับมาโต Q3/69 โบรกฯ แนะ “ซื้อ” ชูเป้า 44 บาท ชี้ผ่านจุดต่ำสุด-เข้าสู่รอบขากลับมาโต
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
SYNNEX ส่งซิก H2/69 สดใส ผนึก AWS ยกระดับสู่ AI Hub ดันรายได้ปี 69 แตะ 5.3 หมื่นล้านบาท เตือนต้นทุนฮาร์ดแวร์พุ่งยาวถึงปี 2570
Updated 18 hours ago
Fund Move
PROSPECT REIT ปักหมุดเปิดจองซื้อ 9-17 ก.ย.นี้ สำหรับนักลงทุนประเภทบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล โชว์ศักยภาพทรัพย์สินใหม่
Updated 21 hours ago
Stock of the Day
เปิดพิกัด 4 หุ้นเด่น “หยวนต้า” แนะสะสมดักปัจจัยบวก มอง SET แกว่ง Sideway Down เริ่มจำกัด ชี้จังหวะย่อตัวเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานดี
Updated 1 day ago
Stock of the Day
BANPU กางแผน 5 ปี อัป EBITDA โต 1.5 เท่า ทุ่ม 3 พันล้านเหรียญฯ ลุยธุรกิจพลังงาน ลุ้นผลงานปี 69 ฟื้นรับดีมานด์ถ่านหินพุ่ง
Updated 20 hours ago
Follow Us