ลงทุนอย่างมั่นใจกับหุ้นกู้ค้ำประกันโดย CGIF ผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตที่แข็งแกร่งและเชื่อถือได้
หากจะพูดถึงการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยและสร้างผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ นักลงทุนบางส่วนก็อาจจะนึกถึง “หุ้นกู้” ด้วยการรับผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยตามช่วงระยะเวลาที่สั้นและยาว ตามที่ผู้ออกหุ้นกู้กำหนด แต่การลงทุนก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้ “ความน่าเชื่อถือ” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการประกอบการตัดสินใจด้วยเช่นกัน
วันนี้ทาง Wealthy Thai อยากจะขอพาผู้อ่านไปรู้จักกับ Credit Guarantee and Investment Facility หรือ CGIF เป็นองค์กรที่เป็นผู้ค้ำประกันหุ้นกู้ ควบคู่กับการช่วยแก้ปัญหาให้แก่นักลงทุนที่กังวลว่า ผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดจ่ายดอกเบี้ยและ/หรือเงินต้น ไปจนถึงการสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสม และเป็นทรัสต์เพื่อการลงทุน (Trust Fund) ผ่านการจัดตั้งโดยความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก ASEAN+3 ร่วมกับธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank หรือ ADB)
ซึ่งกลุ่มผู้ร่วมทุนหรือผู้ถือหุ้นของ CGIF คือ รัฐบาลของกลุ่มประเทศอาเซียนกับประเทศนอกกลุ่มอาเซียนอีก 3 ประเทศ (ASEAN+3) และ ADB จึงสะท้อนถึงสถานะที่แข็งแกร่งอย่างมากของ CGIF
โดย CGIF มีรัฐบาลจีนและญี่ปุ่นถือหุ้นใหญ่คิดเป็นสัดส่วนประเทศละ 29.60% ตามมาด้วยรัฐบาลเกาหลีใต้ถือหุ้นสัดส่วน 14.80% รัฐบาลกลุ่มประเทศอาเซียนถือร่วมกันประมาณ 10.46% และธนาคาร ADB ถือหุ้นในสัดส่วน 15.54%
CGIF มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชนในภูมิภาค ASEAN+3 โดยมีหน้าที่หลักคือให้การค้ำประกันการออกหุ้นกู้ที่ช่วยให้ต้นทุนการระดมทุนผ่านตราสารหนี้ของผู้ออกลดลง โดย CGIF จะเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันในอัตราที่เหมาะสมและอ้างอิงตามเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้
ขณะที่ในฝั่งของนักลงทุน CGIF ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพราะหุ้นกู้ที่ CGIF ค้ำประกันให้นั้น นักลงทุนจะได้รับชดเชยทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และดอกเบี้ยสำหรับระยะเวลาที่เกินมานับจากวันผิดนัดชำระหนี้คืน โดยไม่มีเงื่อนไขและไม่มีการเพิกถอนการค้ำประกัน
ทั้งนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า CGIF มีสถานะการเงินที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน ถึงสามารถค้ำประกันการจ่ายดอกเบี้ยและเงินต้นให้นักลงทุนได้ ก็ต้องบอกว่า CGIF นั้นได้รับการจัดอันดับเครดิตระดับสากลโดย S&P Global Ratings อยู่ที่ AA ซึ่งสูงกว่าอันดับเครดิตระดับสากลของประเทศไทยโดย S&P Global Ratings และ Fitch Ratings ที่ BBB+ ในขณะที่ CGIF ถูกจัดอันดับเครดิตในประเทศไทยที่ AAA โดย Tris Rating ซึ่งถือเป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดสำหรับสเกลประเทศไทยแล้ว
อันดับเครดิตนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลุ่มผู้ร่วมทุนหรือผู้ถือหุ้นซึ่งทำให้ CGIF เป็นสถาบันระหว่างประเทศ (Supranational Institution) และความแข็งแกร่งของบทบาทการดำเนินนโยบายสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นด้านกรอบธรรมาภิบาล และความเชี่ยวชาญของคณะผู้บริหาร รวมไปถึงสถานะเงินกองทุน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากการบริหารความเสี่ยงแบบระมัดระวัง ตลอดจนสถานะทางการเงินและสภาพคล่องที่ดี ทำให้ CGIF สามารถรองรับความเสี่ยงจากบริษัทและประเทศที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตค่อนข้างสูงได้
นอกจากนี้ CGIF ยังมี 4 หลักการในการบริหารความเสี่ยงและสภาพคล่อง 1. การกระจายความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด จำกัดสัดส่วนที่ได้รับการอนุมัติค้ำประกันในแต่ละประเทศ รวมไปถึงมีการทำข้อตกลงกับผู้ออกหุ้นกู้ทุกรายโดยเฉพาะ (Reimbursement & Indemnity Agreement)
2.ตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตของผู้ออกหุ้นกู้เป็นระยะ ซึ่งหากพบผู้ออกหุ้นกู้รายใดมีปัญหาด้านเครดิต CGIF ก็จะเตรียมแผนรับมือให้เท่าทันสถานการณ์และมีประสิทธิภาพ และ CGIF ยังมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงให้ตัวเองด้วยการซื้อประกันจากผู้ค้ำประกันรายอื่น (ประกันภัยต่อ) เป็นสัดส่วนถึง 25% ของมูลค่าค้ำประกันทั้งหมด
3.การทำ Liquidity Stress Test หรือการจำลองภาวะวิกฤตทุกไตรมาส เช่น กรณีบริษัทผู้ออกหุ้นกู้ที่ CGIF ไปค้ำประกันมีการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้พร้อมกันเป็นสัดส่วนรวม 20% ของจำนวนเงินที่ CGIF ค้ำประกันทั้งหมด โดย CGIF จะต้องมีเงินทุนรับรองค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ให้เพียงพอ ซึ่งจากการทดสอบล่าสุด ณ ไตรมาส 4 ปี 2566 ระบุว่า CGIF อยู่ในสถานะที่มีสภาพคล่องมากเพียงพอในการชำระหนี้คืนหากเกิดสถานการณ์ดังกล่าว
4.สินทรัพย์ทั้งหมดของ CGIF อยู่ในรูปของเงินสดและตราสารทางการเงินที่มีอันดับเครดิตระดับสากลอย่างน้อย A+ ขึ้นไปเท่านั้น ทำให้ CGIF มีสภาพคล่องสูงมาก สามารถดึงเม็ดเงินออกมาชำระหนี้หุ้นกู้ได้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ที่ผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม CGIF ไม่ได้ค้ำประกันให้กับผู้ออกหุ้นกู้ทุกราย แต่ต้องเป็นบริษัทที่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ โดยคุณสมบัติข้อแรกคือต้องมีสถานะเป็นนิติบุคคลที่มีผู้ถือหุ้นหลักมาจากประเทศ ASEAN+3 และดำเนินธุรกิจในกลุ่มประเทศ ASEAN+3
นอกจากนี้ บริษัทนั้น ๆ ต้องมี Credit Profile ที่ผ่านการประเมินโดยละเอียดจาก CGIF เช่น มีผลการดำเนินธุรกิจและสถานะทางการเงินที่ดี มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง มีคุณภาพในการบริหารจัดการบริษัท ซึ่งจะต้องผ่านขั้นตอนการอนุมัติภายในโดย CGIF รวมถึงมีที่ปรึกษาภายนอกเข้ามาช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงของผู้ออกหุ้นกู้อีกด้วย
และอีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การค้ำประกันของ CGIF มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังนั้น บริษัทผู้ออกหุ้นกู้ที่ได้รับการค้ำประกันจะต้องประกอบธุรกิจหรือมีวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ตามมาตรฐานการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสังคมของ CGIF เท่านั้น
แหล่งเงินทุนของ CGIF มาจากสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมทุนเป็นทุนชำระแล้วที่ไม่สามารถถูกเรียกคืนได้ และกำไรสะสมตลอดการทำธุรกิจ ทำให้ CGIF มีแหล่งเงินทุนรองรับการชำระหนี้จำนวนมากได้อย่างต่อเนื่อง หากเกิดเหตุการณ์ที่ต้องชำระหนี้ค้ำประกัน
ถือเป็นจุดเด่นและข้อแตกต่างระหว่าง CGIF และ ผู้รับค้ำประกันอื่นๆ ที่เงินทุนบางส่วนอาจเป็นทุนแบบถูกเรียกคืนได้ หรือเป็น callable capital และการที่ทาง CGIF ไม่มีการกู้ยืมเงินมาจากแหล่งใด และไม่มีการปล่อยกู้ทำให้ CGIF มีงบดุลหรือ balance sheet ที่แข็งแกร่ง
โดยจากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 พบว่า CGIF มีเงินกองทุนอยู่ที่ 1,329 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และค้ำประกันหุ้นกู้ไปแล้วทั้งหมด 72 ธุรกรรม รวมมูลค่า 3,210 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 25 ธุรกรรม รวมมูลค่า 987 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นหุ้นกู้ที่ครบกำหนดไถ่ถอนเรียบร้อยแล้วและอีก 47 ธุรกรรม รวมมูลค่า 2,223 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นหุ้นกู้ค้ำประกันคงค้าง ซึ่งหากมีธุรกรรมใดเกิดเหตุผิดนัดชำระหนี้ ทาง CGIF จะดำเนินการชำระหนี้หุ้นกู้คืนเต็มจำนวนในระยะเวลาที่กำหนด
กระบวนการเรียกร้องเงินชดเชย หากเกิดเหตุการณ์ผิดนัดชำระหนี้
-
ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จะต้องแจ้งความประสงค์ให้ CGIF ทราบผ่านการกรอกเอกสารที่ระบุไว้ในสัญญาค้ำประกัน
-
เมื่อ CGIF ได้รับเอกสาร จะเริ่มดำเนินการชำระหนี้หุ้นกู้คืนให้แก่ผู้ถือหุ้นกู้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินต้น ดอกเบี้ย และดอกเบี้ยสำหรับระยะเวลาที่เกินมา นับจากวันผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 15 วันทำการเท่านั้น
ในช่วงที่ผ่านมา CGIF ให้การสนับสนุนบริษัทไปแล้ว 12 จาก 13 ประเทศสมาชิกอาเซียน + 3 และเคยค้ำประกันหุ้นกู้ไปแล้วกว่า 9 สกุลเงิน จากทั้งหมด 13 สกุลเงินของประเทศต่าง ๆ ในสมาชิกอาเซียน +3
ในส่วนของประวัติการออกหุ้นกู้ที่ค้ำประกันโดย CGIF ในประเทศไทยนั้น มีบริษัทที่ประสบความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ที่ค้ำประกันโดย CGIF ไปแล้วกว่า 10 บริษัท นับตั้งแต่ปี 2556 รวมมูลค่าค้ำประกันทั้งหมด 22,350 ล้านบาท หรือ ประมาณ 640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ดังนั้น ในมุมมองภาพรวมจะเห็นได้ว่า CGIF มีความสำคัญอย่างมาก สำหรับบริษัทที่ต้องการจะออกหุ้นกู้ที่อยากลดต้นทุนหรือดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในการออกตราสารหนี้ หรือ ต้องการออกหุ้นกู้ที่มีอายุยาวขึ้นได้เพื่อให้สอดคล้องกับแผนระดมทุนระยะยาวเนื่องจากการมีการค้ำประกันจะทำให้อันดับเครดิตของหุ้นกู้ดีขึ้น
ดังนั้น CGIF จึงช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ออกหุ้นกู้ โดยถ้าบริษัทผู้ออกหุ้นกู้บริษัทไหนที่ CGIF เข้าไปช่วยค้ำประกันหุ้นกู้ให้นั้นก็เป็นเครื่องหมายการันตีให้กับนักลงทุนได้เลยว่า บริษัทนั้นผ่านการพิจารณาด้านเครดิตบริษัทมาอย่างเข้มงวดเรียบร้อยแล้วและยังมีการดำเนินธุรกิจที่สอดคล้องกับมาตรฐานการปกป้องสิ่งแวดล้อมและสังคมของ CGIF
นอกจากนี้หุ้นกู้ค้ำประกันโดย CGIF ยังให้ผลตอบแทนค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตใกล้เคียงกัน และมั่นใจได้ว่าความเสี่ยงในการไม่ได้รับเงินคืนนั้นต่ำมากอย่างแน่นอน

