ส่องเทรนด์การเติบโตของ Tesla หลังงบไตรมาส 1/67 ออกมาต่ำคาด
เป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ สำหรับผลประกอบการไตรมาส 1/67 ของ Tesla Inc (TSLA) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ที่รายได้และกำไรปรับตัวลดลง หลังยอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งรายละเอียดจะเป็นอย่างไร และแนวโน้มในช่วงที่เหลือของปี 2567 จะปรับตัวดีขึ้นหรือไม่ Wealthy Thai มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝาก
โดยบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า รายได้ในไตรมาส 1/67 ของ Tesla อยู่ที่ 2.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.45 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 47% ซึ่งเป็นผลกระทบจากยอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกที่ต่ำกว่าคาดที่ระดับ 386,810 คัน
นอกจากนี้ Tesla ประกาศปลดพนักงานทั่วโลก 10% รวมถึงมีแผนเร่งการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดออกสู่ตลาดมากขึ้น และการพัฒนารถบรรทุกไฟฟ้า Semi ในปี 2568
ฝ่ายวิเคราะห์มองว่างบไตรมาส 1/67 ที่ออกมาอ่อนแอตามที่เราเคยคาดการณ์ไว้หลังในช่วงที่ผ่านมา Tesla ยังคงมีแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น กระบวนการขายที่ช้า, การแข่งขันที่ในอุตสาหกรรม Ev, อุปสงค์ที่ลดลง, ปัญหาการผลิต เช่น การปิดโรงงานในบอร์ลิน ฯลฯ
แต่อย่างไรก็ดี มองว่าตลาดรับรู้แนวโน้มงบที่อ่อนแอไปพอสมควรในช่วงก่อนประกาศ และตลาดมีความคาดหวังเชิงบวกต่อการปรับลดต้นทุน, แผ่นการเร่งผลิตรถ EV ราคาประหยัด หรือ Model 2 ที่ Surprise ตลาด ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทเคยแจ้งว่าจะวางจำหน่ายในปี 2568 (ก่อนหน้านี้ตลาดคาดว่ายกเลิกแผนไปแล้ว) นอกจากนี้ยังคาดหวังต่อการเปิดตัว Robotaxi และ Model 3 แบบขับเคลื่อน 4 ล้อสำหรับการขับขี่ ซึ่งผู้ซื้อจะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากรัฐบาลกลาง
สำหรับมุมมองในปี 2567 ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้มองว่า Tesla ยังคงมี Downside ที่ทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวนอยู่จาก 1) แนวโน้มผลประกอบการที่ยังคงซบเซาและจะ bottom ในช่วงไตรมาส 3-4 นี้ 2) ภาพอุตสาหกรรม และ Peer ที่ยังคงปรับลดราคาแข่งขัน รวมถึง Tesla ที่ล่าสุดมีการปรับดราคารถลงทั่วโลก และ 3) บริษัทอยู่ในระหว่างปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ เช่น การลดคนงาน
ส่วนในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ประเมินว่า Tesla มีพัฒนาการเชิงบวกที่ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งมีส่วนส่งผลให้ราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นดีกว่า จากโปรแกรมทดลองใช้ฟรีในฟีเจอร์ Full elf-Driving ที่หากว่ามีการสมัครสมาชิกจะมีค่าใช้จ่ายราว 199 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อเดือน ซึ่งภาพนี้มีส่วนช่วยเพิ่มแหล่งที่มารายได้ให้กับบริษัทได้
รวมถึงการรับรู้รายได้ Cyber truck เข้าสู่ผลประกอบการ และแผนธุรกิจใหม่ เช่น Robotaxi ที่คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ให้เพิ่มขึ้นได้ ซึ่งสำหรับใครที่รับความเสี่ยงการปรับลดราคาของอุตสาหกรรม รวมถึงความผันผวนของธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรกได้ ฝ่ายวิเคราะห์แนะมองจังหวะย่อตัวลงของหุ้นเพื่อคาดหวังการฟื้นตัวของธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งมองว่าจะให้ Risk-Reward ที่ดี
ขณะที่ประเด็นที่ต้องติดตามคือการลดต้นทุนและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สามารถชดเชยการลดราคาทันหรือไม่ ด้าน P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 51.4 เท่า ขณะที่ Bloomberg ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 185.7 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมี Upside จากราคาปัจจุบัน

