เฟดส่งซิกลดดอกเบี้ย หนุน SET วิ่งต่อ แนะ 6 หุ้นเด่น ธีม Defensive
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองแนวโน้มดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้น ด้วยแรงหนุนความหวังของตลาดที่มองว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือน ก.ย. หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐในเดือน เม.ย. ออกมาต่ำกว่าคาดมาก โดยมีแนวต้านอยู่ที่ 1380 และ 1385 จุด ตามลำดับ ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1363 และ 1355 จุด ตามลำดับ
กลยุทธ์การลงทุนช่วงสั้นมอง SET จะเคลื่อนไหวในกรอบ หลังขาดปัจจัยชี้นำที่ชัดเจน โดยปัจจัยในประเทศยังอยู่ระหว่างรอดูผลประกอบการไตรมาส 1/67 ของกลุ่ม Real Sector ที่กำลังทยอยประกาศภายในกลาง พ.ค. นี้ ขณะที่การประชุมของเฟดที่มีมติคงดอกเบี้ยนโยบายและส่งสัญญาณว่าเฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งต่อไปซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 11-12 มิ.ย. เป็นไปตามตลาดคาด ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำ “Selective Buy” ใน 4 ธีมหลัก ดังนี้
1.หุ้นธีม Earning Play สำหรับเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1/67 ซึ่งคาดจะเติบโตดี YoY และจะประกาศในช่วงสองสัปดาห์หน้า อีกทั้งมองราคาหุ้นยังไม่ได้ปรับตัวขึ้นไม่มาก เลือก AOT ERW MINT KCE OSP ขณะที่แนะนำระมัดระวังการลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า ซึ่งมีความเสี่ยงค่าเงินบาทอ่อนจะกดดันผลประกอบการไตรมาส 1/67 (GPSC เป็นหุ้นโรงไฟฟ้าที่ประกาศตัวแรก 8 พ.ค. ซึ่งตลาดคาดกำไรหดตัว YoY)
2.หุ้นธีม Defensive Stock สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ ซึ่งผลประกอบการไม่ผันผวนตามเศรษฐกิจ เลือก หุ้นการแพทย์ (BDMS) หุ้นขนส่งทางบก (BEM) หุ้นค้าปลีก (CPALL CPAXT) หุ้นสื่อสาร (ADVANC) หุ้นอสังหาปันผลดี (AP)
3.สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูงและต้องการเก็งกำไรในหุ้น Mid- Small Cap. ซึ่งคาดมีโมเมนตัมกำไร 1Q-2Q67 เติบโตดีทั้ง YoY และ QoQ เลือก ONEE SNNP THRE TIDLOR
4.สถานการณ์ในตะวันออกกลางเริ่มเบาบางลง และรายงานสต๊อกน้ำมันที่เพิ่มมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งยังเป็นทิศทางตามฤดูกาล ในกรณีฐานที่เป็นสงครามเงา ราคาน้ำมันดิบ Bent จะอยู่ในระดับที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้นการมีหุ้นน้ำมันสำหรับป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากกรณีความไม่สงบในตะวันออกกลาง สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เลือกหุ้นน้ำมันขั้นต้นอย่าง PTTEP
ด้านหุ้นแนะนำวันนี้ TRUE มองมี story เกี่ยวกับผลประกอบการที่มีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/67 มีกำไรปกติเป็นบวกไตรมาสแรก 802 ลบ. หลังจากควบรวมกิจการและเร็วกว่าที่คาดไว้ ขณะที่ไตราส 2/67 คาดกำไรปกติจะเติบโตต่อ QoQ และ YoY ซึ่งคาดจะผลักดันให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
OR ไตรมาส 1/67 คาดกำไรปรับขึ้นแรง QoQ สู่ระดับ 3.5 พันลบ. จากกำไรขั้นต้น/ลิตรระดับสูงของกลุ่มธุรกิจ Mobility และไม่มีขาดทุนจาก Fx ส่วนไตรมาส 2/67 คาดกำไรดีขึ้นต่อเนื่องจากช่วงเทศกาลวันหยุด ปี 2567 คาดกำไรสุทธิจะเติบโต 16%YoY สู่ 1.33 หมื่นลบ. อีกทั้งซื้อขายที่ PER 67F ที่ 16 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีที่ 27 เท่า
