Official Update :

ส่องผลงานไตรมาส 2/67 “3 หุ้นปั๊มน้ำมัน” ในตลาดหุ้นไทย

ในช่วงเดือนพฤษภาคม ถือเป็นช่วงที่นักลงทุนหลายคนจับตามองกับตัวเลขผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 1/67 เพื่อคาดการณ์ถึงแนวโน้มธุรกิจในระยะถัดไปและภาพรวมในช่วงที่ผ่านมา ก่อนที่จะหาจังหวะการลงทุนในหุ้นหรือบริษัทที่เป็นเป้าหมาย           


และหุ้นสถานีบริการ หรือ ปั๊มน้ำมัน ก็เป็นหุ้นอีกหนึ่งกลุ่มที่นักลงทุนจับตามองเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน ดังนั้น ก่อนที่จะทราบตัวเลขผลประกอบการของกลุ่มดังกล่าวในไตรมาส 1/67 ในวันนี้ทาง Wealthy Thai ได้รวบรวมภาพธุรกิจในไตรมาส 2/67 และคำแนะนำในการลงทุนมาแบ่งปันให้แก่ผู้อ่าน


โดยเริ่มกันที่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ได้คาดกำไรไตรมาส 2/67 ที่ 2,500-2,600 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ตามปริมาณขายน้ำมันรวมที่มีแนวโน้มลดลงจากการเข้าสู่ช่วงฤดูฝน และค่าการตลาดที่คาดลดลงมาอยู่ที่ระดับ 0.90-1.00 บาท/ลิตร หลังราคาน้ำมันมีแนวโน้มทรงตัว และบริษัทมีการตรึงราคาขายน้ำมันในช่วงวันหยุดสงกรานต์


อย่างไรก็ตามคาดกำไรไตรมาส 2/67 จะสามารถทรงตัวได้ จากช่วงเดียวกันปีก่อน แม้ปริมาณขายน้ำมันมีแนวโน้มลดลง แต่ปริมาณขายของ Café Amazon ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง (ผลจากอากาศที่ร้อนขึ้น) และค่าใช้จ่าย SG&A ที่มีแนวโน้มลดลงจากปีก่อน ทั้งนี้ ในระยะสั้นราคาหุ้นยังไม่มีปัจจัยบวก จึงแนะนำ “เก็งกำไร” โดยมองว่าหุ้นจะกลับมาน่าสนใจอีกครั้งที่ระดับราคาต่ำกว่า 17.50 บาท และให้ราคาเหมาะสมอยู่ที่ 20.10 บาท


ต่อมา บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่ากำไรในไตรมาส 2/67 จะยังเติบโตจากช่วงเดียวกัน โดยมีแรงหนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของ BSRC, ปริมาณขายของ OKEA ที่ได้แรงหนุนจากการรับรู้แหล่ง Statfjord และ ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าส่วนเพิ่มจากโรงไฟฟ้า US CCGT ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยแนวโน้ม crack spread ที่อ่อนตัว ดังนั้นจึงยังแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 50 บาท


สุดท้ายบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/67 คาดจะเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อนหน้าไม่สูงมากนัก เพราะแนวโน้มค่าการตลาดจะยังไม่ดีเหมือนช่วงไตรมาส 1/67 แต่จะการเติบโตของปริมาณการขายมาช่วยลดผลกระทบดังกล่าว


ทั้งนี้ แนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 10 บาท โดยมองราคาหุ้นระยะสั้นถูกกดดันจากแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 1/67 ที่ลดลงและต่ำกว่าคาด จึงแนะนำให้ wait and see จนกว่าสถานการณ์ด้านค่าการตลาดจะดีขึ้นอย่างยั่งยืน รวมถึงการขยายการลงทุนในกลุ่ม Non-oil ให้ได้ตามแผนที่วางไว้ ค่อยเป็นโอกาสสะสมอีกครั้ง