Official Update :

PTTGC แจงไตรมาส 1/67 พลิกขาดทุน 606 ลบ. เหตุบันทึกขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนทางบัญชี

PTTGC เผยผลประกอบการไตรมาส 1/67 มีผลขาดทุนสุทธิ 606 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 82 ล้านบาท และไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 5,081 ล้านบาท หลังขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ รวมถึงรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุน


โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC รายงานตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศ ในไตรมาส 1/67 มีกำไรจากการดำเนินงานปกติจำนวน 703 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่บริษัทมีขาดทุนจากการดำเนินการปกติจำนวน 1,949 ล้านบาท


ทั้งนี้ บริษัทรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปกติและควบคุมไม่ได้ ได้แก่ กำไรจากสต๊อกน้ำมันและรายการการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Stock Gain Net NRV) รวม 359 ล้านบาท กำไรจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง 107 ล้านบาท รวมถึงขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ทางการเงินรวมเป็น 1,577 ล้านบาท


นอกจากนี้ บริษัทรับรู้ส่วนขาดทุนจากเงินลงทุนในไตรมาสนี้จำนวน 323 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนในธุรกิจปิโตรเคมีส่วนใหญ่ยังคงไม่ฟื้นตัว ส่งผลให้ในไตรมาส 1/67 บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิรวม 606 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 82 ล้านบาท และไตรมาสก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 5,081 ล้านบาท


ในไตรมาส 1/67 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 155,187 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาผลิตภัณฑ์ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามราคาตลาดในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่น ธุรกิจฟีนอล และธุรกิจโพลิเมอร์ เป็นหลัก แต่ปรับตัวลดลง 4% จากไตรมาส 4/67 จากราคาผลิตภัณฑ์ในกลุ่มธุรกิจโรงกลั่นลดลงเป็นหลักและปริมาณการขายของโรงกลั่นที่ลดลง จากผลิตภัณฑ์ดีเซลที่ปรับลดลงตามอุปสงค์ที่ลดลงตามฤดูกาลหลังจากฤดูหนาวเป็นหลัก


ขณะที่ Adjusted EBITDA ในไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 11,054 ล้านบาท ปรับลดลง 2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดย Adjusted EBITDA ในไตรมาส 4/2566 มีการรับรู้กำไรจากจากการซื้อคืนหุ้นกู้ 1,422 ล้านบาท ดังนั้นเมื่อพิจารณาเฉพาะผลจากการดำเนินงานแล้วมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจอะโรเมติกส์และโอเลฟินส์ และปริมาณการขายที่ปรับเพิ่มขึ้นของบริษัท allnex โดยธุรกิจโรงกลั่นมีส่วนต่างผลิตภัณฑ์ในระดับสูงแต่ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อน เนื่องจากการอ่อนตัวลงของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ดีเซลภายหลังจากที่ผ่านช่วงฤดูหนาวรวมทั้งสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบที่มีความผันผวนในช่วงไตมาส 1/67 จากเหตุการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งค่าการกลั่นเฉลี่ยของไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 8.3 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล


ในขณะที่ธุรกิจอะโรเมติกส์ปรับตัวดีขึ้นจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์พาราไซลีนและเบนซีนเป็นหลัก นอกจากนี้โรงงานโอเลฟินส์และโรงงานโพลิเมอร์มีปริมาณการขายที่ปรับสูงขึ้นหลังจากการหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาส 4/66 เป็นหลัก ส่งผลให้ปริมาณการขายของผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์และเคมีภัณฑ์ปรับเพิ่มขึ้น 3% อย่างไรก็ตามเริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของราคาเม็ดพลาสติกโพลิเอทีลีนเฉลี่ยในไตรมาส 1/67


สำหรับผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ชนิดพิเศษปรับเพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายของบริษัท allnex หลังจากอุปสงค์ลดลงตามฤดูกาลของธุรกิจในช่วงวันหยุดยาวในไตรมาส 4 เป็นหลัก ทั้งนี้ธุรกิจปิโตรเคมีโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะอ่อนตัวโดยได้รับความกดดันจากปัจจัยทั้งในด้านภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นมากนัก และอุปทานส่วนเกินที่มีในตลาดโดยเฉพาะอุปทานใหม่ในประเทศจีน