Official Update :

ส่องพื้นฐาน 3 ธุรกิจแปรรูปเนื้อสัตว์ ผลงานผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ?

ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทจดทะเบียนไทยในกลุ่มธุรกิจอาหารที่เกี่ยวกับส่งออกและแปรรูปเนื้อสัตว์จากหมูและไก่ ต้องเผชิญกับราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ผลประกอบการปรับตัวลดลงหรือบางรายก็ทำให้ต้องแบกรับกับผลขาดทุน


ดังนั้นในวันนี้ทาง Wealthy Thai จะไปพาดูแนวโน้มผลประกอบการของ 3 บริษัทในตลาดหุ้นไทยที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกและแปรรูปเนื้อสัตว์จากหมูและไก่กันว่า ความน่าสนใจของตัวหุ้นจะเป็นเช่นไร


โดยเริ่มกันที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า แนวโน้มไตรมาส 2/67 กำไรจะเติบโตได้ต่อไตรมาสก่อนหน้าและพลิกมีกำไรจากช่วงเดียวกันก่อน จากราคาหมูในประเทศที่ฟื้นขึ้นชัดเจนจนสูงกว่าระดับต้นทุนการเลี้ยง รวมถึงราคาต้นทุนยังมีแนวโน้มลดลงหนุน อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวเด่นกลับสู่ภาวะปกติ


ทั้งนี้ จากแนวโน้มผลประกอบการที่กลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังปัจจัยกดดันหลักได้แก่ การลักลอบนำเข้าหมูเถื่อน และราคาต้นทุนการเลี้ยงที่สูงได้สิ้นสุดลง และเริ่มเห็นผลจากการที่บริษัทปรับโครงสร้างธุรกิจในต่างประเทศและตัดจำหน่ายธุรกิจที่มีผลการดำเนินงานอ่อนแอออกไป พร้อมกับราคาหุ้นปัจจุบันที่ยังต่ำกว่าอดีต จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 24 บาท และยังเลือกเป็น Top pick กลุ่มฟาร์มสัตว์


ต่อมา บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า แนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 2/67 มีโอกาสพลิกกลับมามีกำไรได้ จากราคาหมูในประเทศที่ฟื้นตัวเด่น มาอยู่ที่สูงกว่าต้นทุนการเลี้ยง, ธุรกิจหมูในกัมพูชามีแนวโน้มดีขึ้นและมีกำไรได้ และราคาต้นทุนวัตถุดิบทยอยปรับลดลงต่อเนื่อง


ด้วยผลประกอบการที่จะกลับสู่รอบขาขึ้นและพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ตั้งแต่ไตรมาส 2/67 เป็นต้นไป หลังปัจจัยกดดันจากหมูเถื่อนสิ้นสุดลง จึงคงประมาณการกำไรปี 2567 ที่ 3,332 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนในปี 2566 ที่ 1,398 ล้านบาท ดังนั้น จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมายที่ 25 บาท


สุดท้าย บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ผลการประกอบการไตรมาส 2/67 จะเติบโตเด่นจากช่วงเดียวกัน จากปริมาณขายที่สูงขึ้นตามฤดูกาล และต้นทุนที่ลดลงต่อเนื่อง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัว


ทั้งนี้ ราคาหุ้นในปัจจุบันยังอยู่ในโซนล่างและต่ำที่สุดในกลุ่มฟาร์มสัตว์ รวมไปถึงยังไม่สะท้อนแนวโน้มผลประกอบการในปี 2567 ที่คาดจะกลับมาเติบโตและมีโอกาสในการปรับประมาณการกำไรขึ้น หากงบไตรมาส 2/67 ออกมาใกล้เคียงกับคาดการณ์ จึงแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 15.40 บาท