ส่องอนาคต Walt Disney เมื่อธุรกิจสตรีมมิ่งฟื้นตัวต่อเนื่อง !

หุ้นต่างประเทศสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอพานักลงทุนมาทำความรู้จักกับธุรกิจและแนวโน้มการดำเนินงานของ Walt Disney Company (Walt Disney Company (DIS.US) ผู้ผลิตสื่อและความบันเทิงระดับโลก ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง เช่น Star Wars The Avengers และ Kingdom of the Planet of the Apes อาณาจักรแห่งพิภพวานร (2024) ที่กำลังฉายทั่วโลก ฯลฯ และสตรีมมิ่งทีวีสุดฮอตอย่าง Disney+ Hotstar รวมถึงยังสวนสนุก Disneyland ที่คุณหนูๆ และผู้ใหญ่หลายคนชื่นชอบ


โดย Walt Disney มีสัดส่วนรายได้หลักมาจาก 3 กลุ่ม คือ ธุรกิจ Entertainment สัดส่วนประมาณ 45% ซึ่งรายได้ในส่วนนี้มาจากธุรกิจสื่อ การผลิตสื่อมัลติมีเดีย เครือข่ายทีวี และ Streaming โดยแบ่งออกเป็นส่วนธุรกิจย่อยดังนี้ 1) Linear Networks ดําเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จํานวนมาก รวมถึงเครือข่ายเคเบิลในประเทศและต่างประเทศ เช่น Disney, ESPN และ National Geographic รวมถึงมีเครือข่ายโทรทัศน์กระจายเสียง ABC และสถานีโทรทัศน์ในประเทศแปดสถานี


2) Direct-to-Consumer ประกอบด้วยบริการสตรีมมิ่งต่างๆ รวมถึง Disney+ Disney+ Hotstar, Hulu และ Star+ และ 3) Content Sales/Licensing and Other. การขาย/การให้สิทธิใช้งานเนื้อหาของ Disney และส่วนอื่นๆ จําหน่ายเนื้อหาภาพยนตร์และโทรทัศน์ให้กับทีวีของบุคคลที่สามและบริการวิดีโอตามต้องการ (VOD) แบบสมัครสมาชิก ส่วนนี้ยังรวมถึงการจัดจําหน่ายละคร การจําหน่ายความบันเทิงภายในบ้าน เช่น ดีวีดีและบลูเรย์ การจําหน่ายเพลงการแสดงละครและการออกใบอนุญาตกิจกรรมบันเทิงสดบนบรอดเวย์และทั่วโลก


รองมาลงเป็นธุรกิจ Experiences สัดส่วนราว 36% ซึ่งเป็นรายได้ที่มาจากสวนสนุก บริการและผลิตภัณฑ์ของดิสนีย์ที่เกี่ยวข้องกับสวนสนุก ซึ่งรวมไปถึงรีสอร์ตในสวนสนุกในสาขาฟลอริดา แคลิฟอร์เนีย ฮาวาย ปารีส ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ยังมีบริการล่องเรือและสโมสร และสุดท้ายธุรกิจ Sports สัดส่วนรายได้ 19% ซึ่งมาจากช่องกีฬาอย่าง ESPN ประกอบด้วยช่องโทรทัศน์แบรนด์ ESPN จํานวน 8 ช่อง รายการ ESPN บนเครือข่าย ABC และบริการสตรีมวิดีโอโดยตรงถึงผู้บริโภค ESPN+


สำหรับภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 2/67 (เดือนม.ค. - มี.ค. 67) ที่ผ่านมา บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ระบุว่า Walt Disney (DIS) มีรายได้ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย แต่เพิ่มขึ้น 1.2% จากไตรมาส 2/66 ด้าน EPS ดีกว่าคาดและเติบโตอยู่ที่ 1.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ขณะที่ภาพรวมธุรกิจสตรีมมิ่ง Disney+ มีผู้ใช้งานใหม่ 6 ล้านราย และมีผลขาดทุนลดลงเป็น 18 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าธุรกิจสตรีมมิ่งทั้งหมดจะมีกําไรในไตรมาส 4/67


อย่างไรก็ดี Walt Disney ไม่ให้คาดการเติบโตในไตรมาส 3/67 ส่วนธุรกิจสวนสนุกมีรายได้เพิ่ม 10% แต่คาดกําไรจากการดําเนินงานไม่เติบโตในไตรมาส 3/67 เนื่องจากค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจโทรทัศน์ดั้งเดิมยังคงแสดงผลประกอบการที่อ่อนแอจากการสูญเสียผู้ชม นอกจากนี้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของกําไรต่อหุ้นทั้งปี 2567 เป็น 25% จากเดิม 20%


ด้านมุมมองของบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองว่า ภาพรวมงบไตรมาส 2/67 ออกมาอยู่ใน Path การฟื้นตัวที่ดีทั้งจากธุรกิจสตรีมมิ่งที่มีผลขาดทุนน้อยลงและธุรกิจสวนสนุกที่ยังคงเติบโตได้ดี แต่อย่างไรก็ดีด้วยคาดการณ์ที่ออกมาอ่อนแอทั้งการเติบโตผู้ใช้งานสตรีมมิ่งในไตรมาสปัจจุบันจะซบเซา และคาดว่าจำนวนผู้เข้าชมสวนสนุกจะชะลอจากระดับสูงสุดหลังโควิด ซึ่งภาพนี้ทำให้หุ้นลงกว่า 9.5%


ในระยะสั้นมองว่า Walt Disney ยังมี Downside ที่ทำให้ราคาหุ้นมีความผันผวนอยู่จากการบริษัทอยู่ในช่วงปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ ซึ่งทำให้ระยะสั้นการดำเนินธุรกิจมีความผันผวนได้ และต้องใช้ระยะเวลากว่าจะเห็นผล ประกอบกับแนวโน้มค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการบันทึกค่าเสื่อมราคา Goodwill ที่เกี่ยวข้องกับ star India operations ซึ่งภาพนี้กดดันการขยายตัวของกำไร ประกอบกับการปรับลดคาดการณ์และแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาสปัจจุบันที่มีแนวโน้มซบเซา รวมถึงแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก เช่น การชะลอการใช้จ่ายของผู้บริโภค, แนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลกที่ยังฟื้นตัวไม่สม่ำเสมอ


ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 ประเมินว่า Walt Disney มีพัฒนาการเชิงบวกที่ดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งมีส่วนทำให้ราคาหุ้นมีแนวโน้มเปลี่ยนเทรนด์ได้จาก 1. การ turn around ของกำไรโดยเฉพาะในธุรกิจสตรีมมิ่งที่เชื่อว่ายังคงดำเนินต่อเนื่อง, 2. ธุรกิจสวนสนุกที่ยังคงได้รับประโยชน์จากความต้องการท่องเที่ยวที่ยืดหยุ่น และ 3. แนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของ Fed ซึ่งภาพนี้มีส่วนช่วยให้การบริโภคและการจับจ่ายดูดีขึ้น ซึ่งจะช่วยหนุนภาพธุรกิจหลักอย่างสวนสนุกและสตรีมมิ่ง


ฝ่ายวิเคราะห์แนะนำมองจังหวะย่อตัวลงของหุ้นเพื่อคาดหวังการฟื้นตัวของธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง โดยมองจังหวะในการเข้าลงทุนที่ต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมองว่าจะให้ Risk-Reward ที่ดี ด้าน P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 22.2 เท่า ซึ่งน้อยกว่าระดับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ 33.3 เท่า ขณะที่ Bloomberg ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 126.9 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมี Upside 20.3% จากราคาปัจจุบัน


Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
Updated 1 day ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“กองตราสารหนี้โลก”…Upside จำกัด - แต่ได้ Yield สูงชดเชย !!!
Updated 19 hours ago
Insurance
เมืองไทยประกันชีวิต ยกระดับ MTL Health Services มากกว่าความคุ้มครอง ช่วยลูกค้าวางแผนการรักษาอย่างมั่นใจ
Updated 20 hours ago
Stock of the Day
SET นิ่ง แต่เงินไม่ได้นิ่ง! จับตาวอลุ่ม “เก็บ” ก่อนหุ้นวิ่ง รอบนี้โฟกัสกลุ่มโรงพยาบาล BDMS วอลุ่มพุ่ง BH เด้งรับ Cover Short
Updated 22 hours ago
Follow Us