VRANDA พ้นจุดต่ำสุด รับผลบวกท่องเที่ยวฟื้น-โอนวิลล่าภูเก็ต หนุนผลงานปี 67 เทิร์นอะราวด์
ความเคลื่อนไหวของราคาหุ้น บมจ.วีรันดา รีสอร์ท หรือ VRANDA ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ เมื่อประกาศงบไตรมาส 1/67 ทำกำไรสุทธิ 36 ล้านบาท เติบโต 411% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ท่ามกลางการขยายตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยธุรกิจโรงแรมทำผลงานเติบโต 11% จากอัตราเข้าพักและอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงไฮซีซันและหลังจากบริษัทประกาศยุติการขาดทุนธุรกิจขนมหวานที่กดทับผลการดำเนินงาน แต่ผลงานไตรมาส 2-3 ซึ่งเข้าสู่โลว์ซีซันธุรกิจโรงแรม จึงต้องจับตาว่าแนวโน้มการดำเนินงานในมุมมองนักวิเคราะห์เป็นอย่างไร
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 คาดว่าจะลดลงจากไตรมาส 1/67 แต่หากเทียบกับไตรมาส 2/66 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น จากปัจจัยการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ Residence โครงการใหม่ที่หัวหิน เบื้องต้นคาดจะรับรู้ประมาณ 60-70 ล้านบาท ประกอบกับแรงกดดันจากธุรกิจร้านอาหารที่ทยอยปิดกิจการเสร็จสิ้นในไตรมาสนี้ ซึ่งด้อยค่าทั้งจำนวนไปแล้วตั้งไตรมาส 4/66
ขณะที่แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง คาดผลประกอบการเติบโตจากช่วงครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งจะเห็นเด่นชัดไตรมาสสุดท้ายปีนี้ โดยบริษัทได้ขยายห้องพักโรงแรมสมุยจำนวน 20 ห้อง และเปิดโรงแรมใหม่ที่ภูเก็ต 159 ห้อง รองรับการเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน และการเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ครั้งแรกของโครงการ Residence ใหม่ที่ภูเก็ต ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 850 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 4/67
ทั้งนี้ ประมาณการกำไรปกติเพิ่มเป็น 76 ล้านบาท จากเดิม 51 ล้านบาท ภายใต้สมมติฐานการปรับเพิ่มของรายได้ของธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะสูงขึ้น 3% จากอัตราการเข้าพักเฉลี่ยที่ดีขึ้นและการเพิ่มรายได้โรงแรมใหม่ที่ภูเก็ต อย่างไรก็ตามได้ปรับลดรายได้ธุรกิจพัฒนาอสังหาฯ ลง 30% ให้ใกล้เคียงเป้าหมายรับรู้รายได้ของบริษัท และปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 37.3%
ดังนั้น จึงปรับประมาณการราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 7.20 บาทต่อหุ้น (อิง EV/EBITDA ที่ 11x เทียบค่าเฉลี่ยของกลุ่มโรงแรมช่วงปีก่อนโควิด19) จาก Upside gain ราว 16% และคงคำแนะนำ ‘ซื้อ’ หุ้นซื้อขายบน PER ปี 67 ที่ 26 เท่า และ EV/EBITDA ปี 2567 ที่ 10.4 เท่า
ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ จีเอ็มโอ-แซด คอม (ประเทศไทย) ประเมินว่า แม้ระยะสั้นผลประกอบการมีแนวโน้มชะลอตัวจากช่วงโลว์ซีซันของภาคการท่องเที่ยว จากตัวเลขนักท่องเที่ยวรายเดือนในเมษายนที่อ่อนตัวและพฤษภาคมที่ทรงตัวในระดับต่ำ แต่เชื่อว่าทั้งปีจำนวนนักท่องเที่ยวจะเติบโต 25% จึงคาดว่า VRANDA จะกลับมาโดดเด่นในไตรมาส 4/67 เมื่อเข้าสู่ช่วงไฮซีซัน เนื่องจากประสิทธิภาพการทำกำไรจากธุรกิจโรงแรมที่ดี
ประกอบกับผลงานในไตรมาส 1/67 ที่ดีและตัดขาดทุนจากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแล้ว จึงปรับประมาณการกำไรเพิ่มขึ้น 124% มาอยู่ที่ 64 ล้านบาท พร้อมปรับประมาณการอ้างอิง DCF อยู่ที่ 7.60 บาท (จากเดิม 6.50 บาท) จึงคงแนะนำ ซื้อ
