Official Update :

ส่อง 7 หุ้นนางฟ้า ไตรมาส 2 ผลงานจะเติบโตแค่ไหน ?

“Magnificent 7” เป็นฉายาของ 7 บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลอย่างมากในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและแนวโน้มเศรษฐกิจ ได้แก่ Alphabet (GOOG), Amazon (AMZN), Apple (AAPL), Meta platforms (META), Microsoft (MSFT), NVIDIA (NVDA) และ Tesla (TSLA)


โดยในไตรมาส 1/67 ที่ผ่านมา ผลประกอบการของหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และมีแนวโน้มที่จะดีต่อเนื่องในไตรมาส 2/67 วันนี้ Wealthy Thai จึงมีแนวโน้มการเติบโตและมุมมองการลงทุนหุ้นในกลุ่มฯ นี้มาฝาก


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ให้มุมมองว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/67 ในภาพรวมของหุ้นในกลุ่ม Magnificent 7 ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ และมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องในไตรมาส 2/67 สะท้อนจากการปรับประมาณการขึ้นของกำไรและราคาเป้าหมาย


ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่าปัจจัยพื้นฐานของหุ้นในกลุ่ม Magnificent 7 แข็งแกร่งและมีการเติบโตที่โดดเด่น ฐานะทางการเงินและกระแสเงินสดสะท้อนภาพความเสี่ยงด้านการเงินที่ต่ำ อย่างไรก็ดีราคาหุ้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 28% ตั้งแต่ต้นปี 2567 ทำให้ Valuation ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ P/E 29.7 เท่า


ทั้งนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นในกลุ่ม Magnificent 7 นั้นค่อนข้างสมเหตุสมผลกับแนวโน้มกำไรและปัจจัยพื้นฐานของหุ้น ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าราคาหุ้นตอบสนองข่าวดีมาระยะหนึ่งแล้ว ซึ่งอาจจะมองได้ว่าราคาหุ้นอยู่ในช่วงกลางถึงปลายรอบขาขึ้นแล้ว จึงอาจต้องใช้ความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น


แต่ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าองค์ประกอบราคาและ Valuation ของหุ้นในกลุ่ม Magnificent 7 ยังไม่เข้าข่ายของฟองสบู่เหมือนอย่างในช่วงปี 2544 เพราะการเติบโตของกำไรสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของราคา นอกจากนั้นหุ้นที่มีการเติบโตต่ำและมีความเสี่ยงสูงราคาก็ไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นและให้ผลตอบแทนต่ำกว่าตลาดมาก


ประเมิน Valuation ในภาพรวมนั้นปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจาก P/E 27 เท่า ในช่วงไตรมาส 4/66 เป็น 29.7 เท่า ในช่วงปลายเดือนพ.ค. 2567 และสูงกว่าค่าเฉลี่ย P/E ที่ 26 เท่า ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นหรือ Upside จากระดับปัจจุบันจะมาจากแนวโน้มการเติบโตของกำไรมากกว่าการปรับเพิ่มหรือขยายตัวของ Valuation นอกจากนั้นมองว่า Valuation ก็ขยายตัวรับข่าวบวกไปมากพอสมควรแล้ว จึงทำให้ต้องระมัดระวังหรือรอซื้อเมื่อราคาหุ้นย่อตัวลงเพื่อเพิ่มแต้มต่อในการลงทุนที่มากขึ้น


ฝ่ายวิเคราะห์มองว่าในระยะถัดไปความเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่ม Magnificent 7 จะส่งผลกับตลาดสหรัฐ (S&P500) น้อยลง โดยมองว่าแนวโน้มกำไรของหุ้นนอก Magnificent 7 จะเริ่มฟื้นตัวและมีน้ำหนักมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2567


ขณะเดียวกันความเสี่ยงรวมของหุ้นในกลุ่ม Magnificent 7 คือ ภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลงและไม่ชัดเจน ทำให้บริษัทมีการปรับลดค่าใช้จ่ายด้าน IT นอกจากนั้นราคาสินค้าที่มีราคาแพงขึ้นทำให้การเข้าถึงการใช้งาน AI ช้ากว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งจะส่งผลให้การลงทุนและการหารายได้จากใน AI อาจจะช้ากว่าที่คาดการณ์


อย่างไรก็ตาม ในกลุ่ม Magnificent 7 หุ้นที่ฝ่ายวิเคราะห์ชอบและมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีได้แก่ Microsoft, Google และ Amazon ในขณะที่หุ้นอย่าง Nvidia มีการเติบโตที่ดี แต่อาจจะต้องรอจังหวะซื้อเมื่อราคาย่อตัวลงเพราะราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 132%


สำหรับนักลงทุนที่ยอมรับความเสี่ยงได้สูงมองว่า Apple และ Tesla มีความน่าสนใจมากขึ้นหลังจากราคาตอบสนองข่าวลบมาเยอะ โดยลดลง 1% และ 29% ตั้งแต่ต้นปี 2567 ตามลำดับ และมองว่ามีโอกาสที่จะมีปัจจัยสนับสนุนให้ผลประกอบการฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ได้มากขึ้น แต่จะมีความผันผวนสูงเพราะปัจจัยพื้นฐานปัจจุบันยังค่อนข้างผันผวน


ขณะที่ควรระมัดระวัง Meta  แพลตฟอร์มที่แนวโน้มกําไรจะเริมชะลอตัวลงและการแข่งขันในค่าโฆษณาจากผู้เล่นในแพลตฟอร์มอื่นจะเพิ่มสูงขึ้น


จากข้อมูลข้างต้นนักลงทุนน่าจะได้เห็นภาพรวมของกลุ่ม Magnificent 7 ไปแล้ว แต่สำหรับคาดการณ์ผลประกอบการและคำแนะนำการลงทุนรายหุ้น เช็คได้จาก Infographics ด้านล่าง