Official Update :

จบมหากาพย์รถไฟฟ้าสายสีส้ม โบรกฯ คาดคิกออฟเดือนต.ค. 70 ชี้เป็นอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมาย BEM-CK

ภายหลังศาลปกครองสูงสุดพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องกรณีข้อพิพาทโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ทำให้โครงการที่เคยหยุดชะงักกลับมาเดินหน้าต่อในรอบ 4 ปี และคาดว่าจะเริ่มเดินรถ MRT ฝั่งตะวันออกได้ในเดือนต.ค. 2570 นับเป็นประโยชน์และอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายของ BEM และ CK โดยตรง


นักวิเคราะห์จากหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ความชัดเจนของสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีส้ม คาดว่าจะเซ็นสัญญาได้ภายในช่วงปลายปีนี้ และมองว่าสัมปทานรถไฟฟ้าสีส้ม (Net Cost Agreement) อยู่ที่ 1.5 บาทต่อหุ้น ภายใต้สมมติฐานว่าจะเดินรถ MRT สายสีส้มฝั่งตะวันออกได้ภายในเดือน ต.ค. 2570 และฝั่งตะวันตกคาดว่าจะเริ่มเดินรถได้ภายใน มี.ค. 2573 ที่จะส่งผลเชิงบวกต่อหุ้น BEM และปัจจัยการปรับลดค่าผ่านทางด่วนที่คาดว่าจะไม่กระทบ เนื่องจาก กทพ.จะปรับลดส่วนแบ่งรายได้ลง จากเดิมที่ กทพ./BEM สัดส่วน 60/40


ส่วนการดำเนินโครงการก่อสร้างทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (งามวงศ์วาน-พระราม9) ระยะทาง 17 กม. ที่คาดว่า BEM จะเป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างวงเงิน 3.4 หมื่นล้านบาท ซึ่งประเมินว่าจากโครงการดังกล่าวจะช่วย Upside ราคาหุ้น 0.8 บาทต่อหุ้น


ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มีมุมมองเชิงบวกต่อ BEM และ CK จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่กลับมาเดินหน้าอีกครั้ง โดย BEM ประเมินว่าโครงการดังกล่าวเป็น Upside ต่อราคาเป้าหมายราว 1-2 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มทุน เนื่องจากลักษณะเป็นการทยอยลงทุน และงานก่อสร้างจะได้ Subsidy ภายหลังจากภาครัฐ โดยประเมิน net D/E ในช่วง 1-2 ปีแรกอยู่ที่ราว 2x ต่ำกว่า covenant ที่ 2.5 เท่า


ส่วน CK เบื้องต้นประเมินว่าจะ Upside ต่อราคาเป้าหมายราว 3-4 บาทต่อหุ้น โดยจะได้รับอานิสงส์จาก backlog ประมาณ 1 แสนล้านบาท จากสิ้นปีที่มี backlog 1.2 แสนล้านบาท และได้รับอานิสงส์จากเงินลงทุนใน BEM ตามราคาที่เพิ่มขึ้น โดยคาดว่างานก่อสร้างจะเริ่มได้ภายในปี 2568 และกำไรปกติในปี 2568 มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ แตะระดับอย่างน้อย 2,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% หนุนโดยงานสายสีเขียวใต้ ทางคู่เด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ และหลวงพระบางเร่งตัวต่อเนื่อง และการเริ่มต้นสายสีส้ม


จึงคงคำแนะนำซื้อ BEM ที่ราคาเป้าหมาย 10.40 บาท เป็น Top pick กลุ่ม Ground Transport จากกำไรปกติทำจุดสูงสุดใหม่ นอกเหนือจากสายสีส้ม ยังมี catalyst จากโครงการ Double Deck ซึ่งคาดจะเห็นความคืบหน้าในช่วงครี่งหลังปีนี้และครึ่งแรกของปีหน้า เช่นเดียวกับ CK ที่คงคำแนะนำซื้อ และเป็นท็อปพีคกลุ่มรับเหมาก่อสร้างจาก Backlog สูงกว่าคู่แข่ง และหากรวมมูลค่างานกับสายสีส้มจะสูงถึง 2-2.5 แสนล้านบาท ที่ช่วย secure รายได้อย่างน้อย 5 ปีข้างหน้า