THG ครึ่งปีแรก ราคาหุ้นร่วง 45% โบรกฯ แนะทั้ง “ถือ” และ “ลดน้ำหนัก” ชี้ผลประกอบการยังมีความเสี่ยง
ตั้งแต่ต้นปี 2567 ราคาหุ้นของ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG ตกลงอย่างหนัก โดยลดลงถึง 45.45% จากราคา 54.25 บาท เหลือเพียง 30 บาท ณ วันที่ 28 มิถุนายน 2567
ในขณะที่ผลประกอบการไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 6.37 ล้านบาท ลดลงถึง 97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ที่ลดลง สวนทางกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการปรับปรุงศูนย์ให้บริการภายในโรงพยาบาลและมีการเช่าพื้นที่ภายนอกเพื่อเปิดศูนย์ ให้บริการดูแลด้านสุขภาพ
แล้วในระยะถัดไปผลการดำเนินงานของ THG มีโอกาสฟื้นตัวหรือไม่ ราคาหุ้นที่ปรับลงแรงเป็นโอกาสเข้าซื้อไหม Wealthy Thai มีมุมมองที่น่าสนใจจากนักวิเคราะห์มาฝาก
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่าผลประกอบการไตรมาส 2/67 ของ THG จะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 70-80 ล้านบาท ลดลง 40-45% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรพ.ธนบุรี บำรุงเมือง มีผลการดำเนินงานแย่ลง และธุรกิจที่อยู่อาศัยโอนห้องน้อยกว่าไตรมาส 2/66
พร้อมคงประมาณการปี 2567 คาดกำไรสุทธิ 393 ล้านบาท โต 33% จากปีก่อน โดยคาดว่าช่วงครึ่งหลังของปี 2567 กำไรสุทธิเด่นกว่าครึ่งปีแรก และดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 44 ล้านบาท เพราะได้ปัจจัยบวกด้านฤดูกาลของธุรกิจรพ. และการทยอยโอนห้องชุดเพิ่มขึ้น
ประเด็นสำคัญ
- โรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ฟื้นตัวหลังจากผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาสแรก
- โครงการ Jin Wellbeing County มีห้องเหลือ 241 ห้อง คาดว่าจะโอนห้องได้ 3-4 ห้องในไตรมาส 2/2567 และมี backlog รอโอนอีก 10 ห้องในครึ่งปีหลัง
- การเพิ่มศักยภาพการให้บริการของโรงพยาบาลในเครือ
- สถานการณ์ในประเทศเมียนมาเอื้อต่อโรงพยาบาล Ar Yu International
- คาดว่ารายได้รวมปี 2567 จะเติบโตไม่น้อยกว่า 10% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมี EBITDA margin ที่ 25%
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ Reduce ด้วยเป้าหมายราคา 30 บาท เนื่องจากความเสี่ยงในการปรับโครงสร้างธุรกิจ และผลขาดทุนจากธุรกิจที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ นอกจากนี้ THG ยังมี Valuation ที่แพงที่สุดในกลุ่มโรงพยาบาลที่ศึกษา โดยมี P/E ปี 2567 ที่ 82 เท่า สูงกว่า P/E เฉลี่ยของกลุ่มที่ 38 เท่า
ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า THG จะคุ้มทุนในไตรมาส 1/67 จากค่าใช้จ่ายพิเศษในการปรับโครงสร้าง โดย THG ได้เลื่อนแผนยกระดับโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง ออกไป 5 ปี เพื่อเน้นการดูแลระดับสามตติยภูมิ โดยคาดว่า EBITDA จะเป็นบวกในไตรมาส 2/67 และการดำเนินงานจะกลับสู่ปกติในครึ่งปีหลังของปีนี้ คาดว่ารายได้จะเติบโต 7% เป็น 10.5 พันล้านบาท และกำไรหลักจะเพิ่มขึ้นเป็น 500 ล้านบาทในปี 2567
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิเคราะห์ได้ปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2567-2568 ลง 14-39% และคงคำแนะนำ "ถือ" ด้วยราคาเป้าหมาย 40 บาท เนื่องจากมูลค่าซื้อขายที่แพง โดยมี P/E ปี 2568 ที่ 40 เท่า ปัจจัยบวกที่อาจส่งผลดีต่อราคาหุ้นคือ การได้พันธมิตรใหม่สำหรับโครงการ Jin Wellbeing County และการฟื้นตัวของโรงพยาบาลธนบุรี บำรุงเมือง
