Official Update :

ฝนกระหน่ำ! หนุนปริมาณน้ำเพิ่ม หุ้นกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์

ปกติแล้วในช่วงฤดูร้อน นักลงทุนมักจะนึกถึงธีมหุ้นเครื่องดื่มหรือหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่จะได้รับอานิสงส์จากความต้องการของผู้บริโภคที่สูงขึ้น แต่ในช่วงฤดูฝนที่ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นแบบนี้ ธีมหุ้นอะไรอะไรที่จะโดดเด่นเข้าตา วันนี้ Wealthy Thai มีข้อมูลที่น่าสนใจมาฝาก


โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ภาวะลานีญาในช่วงเดือน ก.ค. - ก.ย. 2567 และ ต่อเนื่องไปม.ค.- มี.ค. 2568 โดยเฉพาะเดือนก.ค. นี้ คาดว่าจะมีปริมาณฝนสูงกว่าค่าปกติ (เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วงเดียวกันของปี 2534-2563)


ซึ่งนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ปริมาณฝนที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้ผลผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนรายได้เกษตรกร (Farm Income) ให้สูงขึ้นในอนาคต นับเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นในกลุ่มรากหญ้า เช่น DOHOME และ GLOBAL อีกทั้งปริมาณฝนที่สูงขึ้นยังส่งผลบวกโดยตรงกับหุ้นที่ผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนพลังงานน้ำอย่าง CKP


ขณะที่ปัจจัยพื้นฐานของ DOHOME ฝ่ายวิเคราะห์คาดไตรมาส 2/67 จะมีกำไรสุทธิ 202 ล้านบาท โต 412% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 17% จากไตรมาสก่อนหน้า ตามอัตรากำไรขั้นต้นที่จะปรับขึ้นเป็น 17.5% จาก 14% ในไตรมาส 2/66 หลังไม่มีระบายสต็อคสูงเหมือนปีก่อน และการบริหารและจัดการสินค้าที่ดีขึ้น ส่วน SSSG คาดจะติดลบเหลือ -6% จาก -9.8% ในไตรมาส 1/67 ตามการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อขายงานหลังบ้าน


จากการเบิกจ่ายงบประมาณรัฐที่คาดจะเร่งขึ้นในช่วงที่เหลือของปี ทำให้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่า SSSG ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จะเป็นบวกอีกครั้งและยังคงคาดกำไรปี 2567 ที่ 1,056 ล้านบาท เติบโต 98% สูงสุดในกลุ่ม Home improvement จึงคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12.30 บาท


ส่วน GLOBAL นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด คาดว่ากำไรไตรมาส 2/67 จะอยู่ในระดับค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาส 2/66 โดย SSSG จะหดตัวลงเล็กน้อยท่ามกลางอัตรากําไรขั้นต้นที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นโดยมีสัดส่วนยอดขายสินค้า private brand ที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น จากการเติมสต็อกสินค้าได้ดีขึ้นและการบริหารจัดการกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ดีขึ้น


อย่างไรก็ตาม การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเพิ่มเติมและการขยายสาขาเชิงรุกจะช่วยหนุนให้ยอดขายและกําไรครึ่งหลังของปีนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ประเมินกำไรปี 2567 ที่ 2,754 ล้านบาท โต 3.11%  คงคําแนะนํา Outperform ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2567 ที่ 18.5 บาท


สุดท้าย CKP นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดผลประกอบการไตรมาส 2/67 จะฟื้นตัว โดยคาดกำไรครึ่งปีหลังปีนี้และปี 2567 จะเติบโตได้ดี เนื่องจากสถานการณ์น้ำในเขื่อน Xiaowan และ Nuozhadu ซึ่งมีอิทธิพลต่อโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรีรวมกันมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รวมถึงจากการคาดการณ์ของ ENSO Forecast ในช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสเกิดปรากฏการณ์ลานีญามากกว่าเอลนีโญ ทำให้คาดว่าปริมาณฝนจะดีกว่าครึ่งหลังปี 2566 และครึ่งแรกปี 2567 ทำให้โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำไซยะบุรีและน้ำงึม 2 จะมีปริมาณผลิตไฟฟ้ามากขึ้น


ฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรปี 2567 ที่ 1,829 ล้านบาท เติบโต 25% คงแนะนำ ซื้อ ประเมินราคาเป้าหมายที่ 4.5 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย Valuation ถูก P/E ปี 2567 เท่ากับ 16.9 เท่า (-1.1 SD) และ P/BV ที่ 1.1 เท่า (-1 SD)