เทียบฟอร์ม 5 บิ๊กหุ้นค้าปลีก เตรียมรับอานิสงส์ Digital Wallet
นโยบาย Digital Wallet 10,000 บาทของรัฐบาลถือเป็นแรงกระตุ้นสำคัญที่คาดว่าจะทำให้หุ้นกลุ่มค้าปลีกเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเพิ่มกำลังซื้อของประชาชนและกระตุ้นการบริโภคในประเทศ หุ้นกลุ่มค้าปลีก เช่น CPALL, CPAXT, CRC, HMPRO และ BJC จึงมีแนวโน้มได้รับประโยชน์อย่างมาก
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ กระทรวงการคลังจะประกาศวันเปิดลงทะเบียนสำหรับประชาชนและร้านค้าเพื่อรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" โดยมีการยืนยันตัวตนผ่าน 5 ช่องทาง กระทรวงการคลังเตรียมเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าเป็นเวลา 2 เดือนนับจากวันประกาศ ส่วนวันแจกหรือโอนเงิน
ขณะนี้ได้ไทม์ไลน์โครงการที่มีความชัดเจนในเดือน ก.ค.แล้ว โดยในวันที่ 24 ก.ค.67 นี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีจะแถลงรายละเอียดทั้งหมดของโครงการ พร้อมแจ้งวันลงทะเบียนให้ประชาชนและร้านค้าทราบ ซึ่งขณะนี้ระบบลงทะเบียนนั้นดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจรายได้/กำไรของ Top 5 หุ้นค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในไทยว่ามีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง
1.CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่า CPALL จะมีกำไรปี 2567 เพิ่มขึ้น 25% แตะ 22,700 ล้านบาท ทำสถิติใหม่จากการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวฟื้นตัว ปรับเป้าราคาหุ้นเป็น 78 บาทจากเดิม 75 บาท และแนะนำ "ซื้อ" โดย ROE ปี 2567 คาดว่าจะอยู่ที่ 19.2% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกที่ 14%
2.CPAXT หรือ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) คาดว่ากำไร CPAXT ปกติปี 2024 จะโต 26% โดยไตรมาส 2 กำไรจะโตขึ้นเพราะยอดขายดี กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น และดอกเบี้ยลดลงจากการรีไฟแนนซ์ พร้อมแนะนำ "ซื้อ" โดยมีราคาเป้าหมายปี 2024 ที่ 39 บาท
3.CRC หรือ บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุว่าผู้บริหารตั้งเป้ารายได้ปี 2567 โต 8-10% YoY และ EBITDA โต 15-17% YoY เน้นควบคุมค่าใช้จ่าย ตั้งเป้า SG&A to sales ที่ 27.5% คงประมาณการกำไรปกติปี 2567 ที่ 8.8 พันล้านบาท (+8% YoY) แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 40 บาทต่อหุ้น
4.HMPRO หรือ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/67 ของ HMPRO จะอ่อนแอจากการใช้จ่ายด้านการบริโภคที่ลดลง แต่คาดว่าผลประกอบการในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จะฟื้นตัว โดยกำไรสุทธิปี 2567 คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2% YoY มาอยู่ที่ 6,596 ล้านบาท ทำให้ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยเป้าหมายที่ 12.50 บาท
5.BJC หรือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุว่า BJC ปรับลดเป้าหมายราคาหุ้นเป็น 29 บาท และแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจาก EBITDA แข็งแกร่ง คาดว่า EBITDA จะเพิ่มขึ้น 9% ในปี 2567 จากยอดขายทุกกลุ่มธุรกิจและต้นทุนลดลง หุ้นซื้อขายที่ P/E 19 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 20.2% จากยอดขายและการควบคุมต้นทุนที่ดี โดยประเมินรายได้ในปี 67/68 จะเติบโต 5%/4% YoY
นโยบาย Digital Wallet ถือเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา เพราะจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นค้าปลีกที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว

