ITEL ราคาหุ้นรูด 38% ในหนึ่งปี โบรกฯ ยังประสานเสียง “ซื้อ” มองกำไรผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
ราคาหุ้น บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ ITEL ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2566 จนถึงวันทำการล่าสุด โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลงถึง 38.28% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.90 บาท เมื่อวันที่ 31 ส.ค.67 และล่าสุดเมื่อวันที่ 16 ส.ค.67 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาที่ระดับ 1.79 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 26.67 ล้านบาท โดยราคาหุ้นมีการปรับตัวลดลงอย่างหนักภายหลังการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 2/67 ของ ITEL ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์มีการคาดการณ์ไว้
อย่างไรก็ดี บทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ยังคงแนะนำ “ซื้อ” หุ้น ITEL เชื่อกำไรผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 3.40 บาท จากเดิม 4.00 บาท โดยปรับลด Target P/E จากเดิม 17 เท่า เป็น 16 เท่า (-0.2SD ของค่าเฉลี่ย 5 ปี) สะท้อนการเติบโตในปีนี้ที่ล่าช้าออกไป อย่างไรก็ดี เชื่อว่าผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดของปีนี้ไปแล้ว งานประมูลใหม่ที่ทยอยเซ็นสัญญาจะช่วยเข้ามาเพิ่มรายได้ในช่วงไตรมาส 4/24 ทั้งนี้ กำไรปกติในช่วงครึ่งปีแรก 2567 (1H24) ที่ 90 ล้านบาท คิดเป็น 30%ของประมาณการทั้งปีที่คาด
โดย ITEL รายงานกำไรปกติไตรมาส 2/24 ที่ 21 ล้านบาท ต่ำกว่าคาดถึง 65% ลดลง 69.1% จากไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) และ 66.8% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน (YoY) จากรายได้ของธุรกิจ Installation ที่ต่ำผิดคาดมากเพราะส่งมอบเฉพาะงานใน Backlog เดิม ไม่มีงานใหม่เข้ามาเพิ่ม ขณะที่ธุรกิจ Installation เป็นธุรกิจที่มีอัตรกำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง จึงฉุดให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมต่ำกว่าคาด ประกอบกับดอกเบี้ยจ่ายสูงกว่าคาด ส่งผลให้กำไรต่ำกว่าคาด อย่างไรก็ดี เชื่อว่าธุรกิจ Installation จะทยอยเซ็นงานใหม่เพิ่มและรับรู้รายได้ทันปีนี้ สำหรับรายได้รวมในไตรมาส 2/24 อยู่ที่ 562 ล้านบาท (-22.5% QoQ, -9.6% YoY) หลักๆ มาจากการลดลงของรายได้ธุรกิจ Installation โดยลดลง 61.0% จากไตรมาสก่อน และลดลง 43.8% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เหลือเพียง 148 ล้านบาท จากปกติอยู่ที่ระดับประมาณ 300 +/ -ล้านบาทต่อไตรมาส แต่ยังรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงที่ 30.5% Backlog ของธุรกิจ Installation สิ้นไตรมาส 1/67 อยู่ที่ 663 ล้านบาท เมื่อรับรู้รายได้ไปอีก 148 ล้านบาท ในไตรมาส 2/67 จะเหลืองานในมือ 515 ล้านบาท หากบริษัทไม่ได้รับงานใหม่เพิ่ม อย่างไรก็ดี ไม่มีข้อมูล Backlog ในไตรมาส 2/24 แต่เชื่อว่างานประมูลใหม่ๆ จะทยอยเซ็นสัญญาในช่วงไตรมาส 3/67 และรับรู้รายได้ทันในไตรมาส 4/67 ทั้งนี้ ปรับลดประมาณการกำไรปี 2567-2568 สะท้อนกำไรที่ต่ำกว่าคาดในไตรมาส 2/67
ทั้งนี้ บล.ฟินันเซียฯ ปรับประมาณกําไรปกติปี 2567-2568 ลง 7% และ 4% สะท้อนกำไรที่ต่ำเกินคาดในไตรมาส 2/67 และปี 2569 ค่อนข้างใกล้เคียงเดิม ประมาณการปี 2567-2568 ที่ปรับลงส่วนใหญ่มาจาก 1. ปรับลดรายได้จากธุรกิจ Installation สะท้อนรายได้ที่น้อยกว่าคาดในไตรมาส 2/67 2. ปรับเพิ่มรายได้จากการบริการอุปกรณ์ทางการแพทย์ 3. ปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และ 4. ปรับเพิ่มดอกเบี้ยจ่าย บนสมมติฐานใหม่ โดยคาดว่ากำไรปกติปี 2567-2569 เพิ่มขึ้น 8%/17%/11% ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโตเฉลี่ย 14.2%CAGR
ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ให้ราคาเป้าหมาย 2.70 บาท โดยระบุว่า ITEL รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/67 ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 67% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 83% จากไตรมาสก่อน โดยกำไรหลักอยู่ที่ 21 ล้านบาท ลดลง 67% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 69% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ กำไรหลักต่ำกว่าที่ บล.บัวหลวง คาดไว้ที่ 50 ล้านบาท เนื่องจากรูปแบบการบันทึกรายได้ที่ใช้ในโครงการสำคัญแตกต่างไปจากคาด โดยรายได้ไตรมาส 2/67อยู่ที่ 742 ล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 23% จากไตรมาสก่อน การให้บริการด้านข้อมูลอยู่ที่ 328 ล้านบาท ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 7% จากไตรมาสก่อน รายได้จากการติดตั้งโครงการอยู่ที่148 ล้านบาท ลดลง 44% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 61% จากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้จาก Data center อยู่ที่ 25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 4% จากไตรมาสก่อน
ทั้งนี้ ITEL รายงานอัตรากาไรขั้นต้นไตรมาส 2/67 ที่ 24% ลดลงจาก 28% ในไตรมาส 2/66 และ 26% ในไตรมาส 1/67 โดยอัตรากาไรขั้นต้นของการติดตั้งโครงการอยู่ที่ 31% ทรงตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และไตรมาสก่อน โดยอัตรกำไรขั้นต้นจากการให้บริการด้านข้อมูลอยู่ที่ 20% (ลดลงจาก 26% ในไตรมาส 2/66 แต่เพิ่มขึ้นจาก 19% ในไตรมาส 1/67) และ data center อยู่ที่ 44% (เพิ่มขึ้นจาก 30% ในไตรมาส 2/66 แต่ทรงตัวจากไตรมาสก่อน) และอัตรากาไรขั้นต้นธุรกิจบริการอุปกรณ์การแพทย์อยู่ที่ 21% ในไตรมาส 2/67 (ลดลงจาก 47% ในไตรมาส 1/67) โดยกำไรที่ต่ำกว่าคาดโดยหลักมาจากวิธีการคำนวณการรับรู้รายได้จากบริการข้อมูลการเชื่อมต่อของอาเซียน ในตอนแรก บล.บัวหลวง คาดว่าโครงการนี้จะช่วยสร้างรายได้ 35 ล้านบาท (เกือบทั้งหมดจะเป็นกาไรสุทธิ) ในไตรมาส 2/67 เนื่องจากบริษัทได้รับเงินสดจากโครงการนี้แล้ว (เป็นเวลา 10 ปีในการให้บริการ) อย่างไรก็ตาม รับรู้รายได้เพียง 5 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เนื่องจากทีมบัญชีเลือกที่จะรับรู้รายได้ในช่วงเวลาที่ขยายออกไป ซึ่งครอบคลุมระยะเวลาสัญญาบริการที่คาดไว้
อย่างไรก็ดี งบประมาณภาครัฐที่ล่าช้าน่าจะส่งผลกระทบบางส่วนต่อกำไรไตรมาส 3/67 ของ ITEL รายได้ส่วนใหญ่ของ ITEL ในไตรมาส 3/67 จะมาจาก Backlog และรายได้ประจำ รายได้จากโครงการใหม่จะรับรู้บางส่วนในไตรมาส 3/67 และรับรู้ทั้งหมดตั้งแต่ไตรมาส 4/67 เป็นต้นไป โดยรวมแล้วคาดว่ากำไรหลักจะลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 3/67
ทั้งนี้ เนื่องจากกำไรไตรมาส 2/67 ต่ากว่าคาด บล.บัวหลวง จึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 ลง 35% มาอยู่ที่ 225 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าความล่าช้าและการเปลี่ยนแปลงในโครงการการรับรู้รายได้จะสร้างแรงกดดันต่อผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/67 ของ ITEL (และบางส่วนในไตรมาส 3/67) คาดว่าจะมีโครงการใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นกิจกรรม Data center ที่เพิ่มขึ้นและการเสนอขายหุ้น IPO ของ Blue Solution ซึ่งอาจหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น พร้อมคาดกำไรฟื้นตัวในไตรมาส 4/67 โดยมองว่าราคาหุ้นที่ลดลงในปัจจุบันเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ
