ตลท. เตรียมใช้ 3 มาตรการดูแลซื้อขาย คุมเข้มหุ้นร้อนแรง-โปรแกรมเทรด เชื่อลดความผันผวนในตลาดหุ้นได้

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เผย 2 .. นี้ เตรียมใช้ 3 มาตรการดูแลการซื้อขายเพิ่มเติม คือ Dynamic Price Band-Auction- Minimum Resting Time เชื่อช่วยลดความผันผวนในตลาดหุ้นไทย


นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกฎหมาย และหัวหน้ากลุ่มงานเลขานุการองค์กรและกำกับองค์กร ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 .. นี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเริ่มใช้ 3 มาตรการในการดูแลการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มเติม ซึ่งประกอบไปด้วย 1. การกำหนดกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band เป็นรายหลักทรัพย์, 2. การเพิ่มวิธีจับคู่ซื้อขายในคราวเดียว (Auction) และ 3. การกำหนดเวลาขั้นต่ำของคำสั่งซื้อขาย ก่อนที่จะสามารถแก้ไขหรือยกเลิกคำสั่งซื้อขาย (Minimum Resting Time) 


สำหรับมาตรการ Dynamic Price Band รายหลักทรัพย์ เฟส 1 ที่จะเริ่มมีผลในต้นเดือนก.. นี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อควบคุมและลดความผันผวนของราคาซื้อขายหลักทรัพย์ในระหว่างวัน โดยกำหนดกรอบ DPB ไว้ที่ บวก-ลบ 10% จากราคาซื้อขายล่าสุด ส่วนกลไกการทางานคือ เมื่อมีคำสั่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่จะทำให้เกิดการจับคู่นอก DPB (Aggressive Order) ระบบซื้อขายจะหยุดจับคู่หลักทรัพย์นั้นและเข้าสู่ Pre-open 2 นาที


โดยลักษณะการทำงาน ระบบจะยกเลิก Aggressive Order เฉพาะในส่วนของคำสั่งที่ทำให้ Trigger จากนั้นจะเข้า Pre-Open 2 นาที โดยผู้ลงทุนสามารถ ส่ง แก้ไข และยกเลิก Order ได้ ขณะเดียวกันหากเหลือเวลาไม่ถึง 2 นาที จะเข้าสู่ Session ถัดไปทันทีโดยไม่มีการจับคู่ เช่น Trigger DPB ที่เวลา 12:29 น. จะเข้าช่วง Intermission ตอน 12:30 น. โดยไม่มีการจับคู่


ส่วนหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่จะใช้มาตรการ Dynamic Price Band ใน Phase 1 ได้แก่ หุ้นสามัญ, หน่วยทรัสต์ เช่น REIT, และ หน่วยลงทุนของกองทุนรวม เช่น Property Fund ที่มีราคามากกว่า 1 บาท ขณะที่ Phase 2 มีผลบังคับใช้เพิ่มเติมไปยังหลักทรัพย์ที่มีหลักทรัพย์ข้างต้นเป็น Underlying เช่น DW และหลักทรัพย์ที่ซื้อขายแบบหน่วยย่อย (Odd-lot) และหลักทรัพย์ Foreign


ทั้งนี้ มาตรการ Dynamic Price Band จะไม่ถูกบังคับใช้กับหลักทรัพย์ที่มีเหตุการณ์ที่อาจส่งผลให้มีการเปลี่ยนแปลงของราคาได้มากกว่าปกติ เช่น หลักทรัพย์ที่ซื้อขายในวันแรก (First Trading Day) หรือหลักทรัพย์ที่ ตลท. มีการขยาย Ceiling & Floor ประจำวัน เช่น หุ้นที่มีข่าว Tender Offer รวมถึงหุ้นไอพีโอที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นวันแรก


ขณะที่ Single Stock Futures หรือ SSF ใน Phase 1 ที่มีหุ้นที่หยุดซื้อขายชั่วคราวตามมาตรการ DPB เป็น Underlying สามารถซื้อขายใน TFEX ได้ตามปกติ ส่วน Phase 2 จะเข้าสู่มาตรการ DPB เช่นเดียวกับหุ้นอ้างอิง


ในส่วนของมาตรการ Auction มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับการกำกับดูแลหลักทรัพย์ที่อยู่ในมาตรการกำกับการซื้อขาย โดยหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายผิดไปจากสภาพปกติ ตั้งแต่ระดับ 2 ขึ้นไป จะเข้าข่ายมาตรการ คือ ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย ต้องใช้บัญชี Cash Balance ห้าม Net settlement และต้องซื้อขายด้วย Auction และเมื่อเข้าสู่ระดับ 3 จะถูกหยุดการซื้อ-ขายเป็นระยะเวลา 1 วัน และหลังจากนั้นจะใช้มาตรการซื้อขายในระดับ 2


กลไกการทำงานของ Auction จะเปิดให้จับคู่ซื้อขายวันละ 3 รอบ ได้แก่ Pre-Open 1, Pre-Open 2 และ Pre-Close โดยสุ่มเวลาจับคู่เหมือนหุ้นปกติ ซึ่งในช่วง No-Matching 1 และ No-Matching 2 จะไม่เปิดให้ส่ง order แต่สามารถ Change Volume และ Cancel Order ได้


ในกรณีที่หุ้น Underlying ของ SSF ที่ซื้อขายใน TFEX เข้าสู่มาตรการกำกับการซื้อขายและซื้อขายด้วยวิธี Auction TFEX  ผู้ลงทุนจะยังคงสามารถทำการซื้อขาย SSF ดังกล่าวใน TFEX ได้ตามปกติ แต่หากเป็นวันซื้อขายวันสุดท้ายของ SSF ดังกล่าว TFEX จะคำนวณราคาสำหรับการส่งมอบหรือใช้อ้างอิง เพื่อคำนวณส่วนต่างของราคาเพื่อใช้ชาระหนี้ในวันซื้อขายวันสุดท้าย (Final Settlement Price) โดยใช้ราคาซื้อขาย Auction ครั้งสุดท้ายของหุ้นที่เป็น Underlying รวมถึง TFEX อาจปรับลด Position Limit ของ SSF ดังกล่าว ซึ่งผู้ลงทุนสามารถถือ SSF เดิมต่อไปได้ แต่จะไม่สามารถเพิ่มฐานะ (Position) ให้เกินกว่าจำนวนที่ TFEX กำหนดได้


สุดท้ายมาตรการ
Minimum Resting Time มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเสนอซื้อขายในลักษณะใส่และถอนที่มีความถี่จนอาจทำให้ผู้ลงทนทั่วไปเข้าใจผิดว่ามีความต้องการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในปริมาณมาก ซึ่งส่วนใหญ่ธุรกรรมในลักษณะนี้มักจะเป็นของโปรแกรมเทรด นักลงทุนทั่วไปไม่สามารถส่งคำสั่งซื้อขายด้วยความเร็วในระดับนี้ได้


โดยกลไกการทำงาน คือ ผู้ลงทุนจะสามารถแก้ไขหรือยกเลิกการเสนอซื้อขายของตนได้ ภายหลังจากที่ได้มีการส่งหรือแก้ไข การเสนอซื้อขายแล้ว เป็นระยะเวลาขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 250 มิลลิวินาที แต่มาตรการดังกล่าวจะไม่ใช้กับ Market Maker ที่ขึ้นทะเบียนกับ SET หรือ TFEX และปฏิบัติหน้าที่ดูแลสภาพคล่อง


อย่างไรก็ตาม ตลท. เชื่อว่าทั้ง 3 มาตรการดูแลการซื้อขายเพิ่มเติมที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 2 .. นี้ จะช่วยให้ความผันผวนตลาดหุ้นไทยลดลงได้ สะท้อนจากมาตรการ Uptick Rule ที่ทำให้มูลค่าการขายชอร์ตลดลงอย่างมีนับสำคัญ โดยตั้งแต่วันที่ 1 .. – 9 .. 67 มูลค่าการขายชอร์ตลดลงเหลือ 1.8 พันล้านบาท จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 5.2 พันล้านบาท หรือลดลงกว่า 66%