เช็คเลย! เปิดลิสต์ 7 หุ้นหลบภัย ตลาดผันผวนช่วงเลือกตั้งสหรัฐฯ

ยังคงเป็นประเด็นที่ถูกกล่าวถึงอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ซึ่งรวมไปถึงแวดวงตลาดทุนด้วยเช่นกัน เนื่องจากแม้จะเป็นปัจจัยภายนอกประเทศ แต่ก็ส่งผลกระทบต่อการลงทุนในประเทศไม่น้อยไปกว่าปัจจัยอื่น ๆ จึงมีนักลงทุนจำนวนไม่น้อยที่มีความกังวลต่อประเด็นดังกล่าวว่าจะส่งผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มใดบ้าง และมีหุ้นตัวใดบ้างที่ยังคงมีแนวโน้มในการลงทุนที่ดีจากสถานการณ์นี้


โดย บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุถึงเรื่องนี้ไว้ว่า มีข้อมูลจาก FactSet ของสหรัฐฯ ที่ระบุว่า เดือนกันยายนมักจะเป็นเดือนที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวย่ำแย่ที่สุดของปี โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่าน ดัชนี S&P500 ร่วงลงเฉลี่ย 2.3% ในเดือนก.ย. ประกอบกับเดือนพ.ย. จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้วย


จากข้อมูลในการเลือกตั้ง 5 ครั้งที่ผ่านมานับตั้งแต่ปี 2004-2020 นักลงทุนมักจะเทขายหุ้นออกมาอย่างต่อเนื่องในเดือนก.ย. และต.ค. ในปีที่มีการเลือกตั้ง ก่อนที่จะกลับเข้าซื้อหุ้นในไตรมาส 4 ทั้งนี้ ระยะสั้น บล.อาร์เอชบี แนะนำหลบเข้าหุ้น BH, BCH, PR9, BDMS, CHG, CPF, BTG และรอซื้อเมื่ออ่อนตัวในกลุ่มการเงินและโรงไฟฟ้า ถ้าการจ้างงานแย่กว่าที่ตลาดคาด เพราะเฟดอาจส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยแรงในเดือนพ.ย. นี้


ทั้งนี้ Wealthy Thai ได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งปีหลังของหุ้นในกลุ่มดังกล่าวมาไว้ให้แล้ว ดังนี้


บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BH และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2567 เป็น 309 บาท โดยมองบวกกับแนวโน้มผลการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 เนื่องจาก 1. ผู้ป่วยจากคูเวตมีแนวโน้มจะกลับมาใช้บริการ 2. รายได้จากผู้ป่วยต่างชาติขยายตัว 3. คุมสัดส่วน SG&A ต่อรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้โมเมนตัมผลการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทเป็นบวก อีกทั้งคาดว่าไตรมาส 3/67 จะทำสถิติสูงสุดใหม่


บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คงคำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) หรือ BCH พร้อมคงมูลค่าพื้นฐานปี 2567 ที่ 21.80 บาท โดยแนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง 2567 คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตดีกว่าครึ่งปีแรกและยังเติบโตดีจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากการเติบโตของคนไข้เงินสดทั้ง IPD และ OPD ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ รพ.ใหม่สามแห่งที่มีผลขาดทุนจะเริ่มกลับมามีกำไร โดยคงประมาณการกำไรปกติที่ 1,642 ล้านบาท โต 17% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน


บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คำแนะนำ “ซื้อ” บริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 24 บาท โดยคาดว่ากำไรจะโตดีต่อเนื่องในไตรมาส 3/67 จากไฮซีซั่นของธุรกิจ Healthcare นอกจากนี้ PR9 ยังได้เซ็นสัญญากับตัวแทนเพิ่มเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อดึงผู้ป่วยชาวตะวันออกกลางให้เข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลของบริษัทฯ โดยเฉพาะชาวกาตาร์และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดังนั้น จึงคาดว่ารายได้จากผู้ป่วยต่างชาติจะโตดีในช่วงครึ่งปีหลัง 2567


บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS ที่ 38 บาท โดยทิศทางไตรมาส 3/67 คาดการณ์กำไรสุทธิ 4,300 ลบ. โต 11% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 29% จากไตรมาสก่อน จากปัจจัยบวก 1. รายได้ รพ. กลับมาเติบโตตามการใช้บริการเพิ่มขึ้น และปัจจัยบวกฤดูกาลช่วงหน้าฝน 2. มี Economies of scale ของการใช้บริการเพิ่มขึ้นทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมทั้ง 3. คาดอัตราภาษีลดลงจากสิทธิประโยชน์ BOI หากกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือน 2567 คิดเป็น 74% ของกำไรสุทธิปี 2567


บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) หรือ CHG พร้อมคงราคาเหมาะสมที่ 3.50 บาท โดยแนวโน้มไตรมาส 3/67 เข้าสู่ไฮซีซั่นจากโรคระบาดตามฤดูกาล ด้านโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 ที่ไตรมาส 2/67 รายได้หดตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จะฟื้นตัวดีหลังมีการปิดเตียง/ปรับปรุง และได้รับผลกระทบจากการปรับการจ่าย AdjRW ขณะที่โรงพยาบาลจุฬารัตน์แม่สอดมีแนวโน้มดีต่อเนื่องหลังจ่ายงบลงทุนไปเกือบหมดแล้ว เกิด Economies of scale ส่งผลให้ EBITDA margin รวมฟื้นตัวได้ดีขึ้น


บล.เคจีไอ แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 2568 ที่ 28.50 บาท โดยคาดว่ากำไรในงวดครึ่งปีหลัง 2567 ยังคงแข็งแกร่งใกล้เคียงกับระดับที่เห็นในไตรมาส 2/67 โดยมีราคาหมูในประเทศไทย และต้นทุนอาหารสัตว์ที่ลดลงเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญ ทั้งนี้ คาดว่าราคาหมูในประเทศไทยจะฟื้นตัวขึ้นเป็น 74 บาท/กก. ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จาก 69.3 บาท/กก. ในไตรมาส 2/67 อย่างไรก็ตาม ราคาหมูในเวียดนามอาจลดลงเล็กน้อย เนื่องจากราคาหมูลดลงในช่วงหน้าฝน นอกจากนี้ ยังคาดว่าราคาไก่จะลดลงเล็กน้อย เพราะอุปสงค์การส่งออกน่าจะลดลงในไตรมาส 4/67


สุดท้าย บล.หยวนต้า คงคำแนะนำ “เก็งกำไร” บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG พร้อมคงราคาเหมาะสมที่ 25 บาท โดยประเมินแนวโน้มผลประกอบการจะฟื้นตัวต่อเนื่องในไตรมาส 3/67 จากแนวโน้มราคาขายเฉลี่ยที่จะปรับขึ้นต่อตามราคาหมูในประเทศ และธุรกิจไก่ที่ยังแข็งแกร่งจากตลาดการส่งออก นอกจากนี้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรยังมีนโยบายตัดวงจรลูกหมูและแม่พันธุหมูในระบบ ซึ่งคาดจะส่งผลต่อปริมาณอุปทานหมูในประเทศที่จะลดลงช่วงปลายปี 2567 ถึงต้นปี 2568 ขณะที่ฝั่งอุปสงค์มี Upside จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ด้านต้นทุนการเลี้ยงคาดยังลดลงต่อ เพราะบริษัทมีสต็อกวัตถุดิบที่ราคาต่ำอยู่ และคาดราคาข้าวโพดจะทยอยปรับลงในเดือนก.ย.เป็นต้นไป คาดช่วยหนุน GPM ช่วงครึ่งหลังปี 2567 ให้ฟื้นตัว


Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 22 hours ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
Updated 1 day ago
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
Updated 1 day ago
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
Updated 1 day ago
Follow Us