ทำความรู้จักกับ "เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว" Cyber security 1 ใน 5 ของประเทศ กำลังเข้าตลาดหุ้นฯ
บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด(มหาชน) หรือ SECURE ซึ่งมีแผนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ทีมข่าว Wealthy Thai สรุปมาให้ฟังแล้ว
อีกหนึ่งหุ้นไอพีโอที่น่าจับตาอย่าง บริษัท เอ็นฟอร์ซ ซีเคียว จำกัด(มหาชน) หรือ SECURE ซึ่งมีแผนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยมีบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน จะมีความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหน ทีมข่าว Wealthy Thai สรุปมาให้ฟังแล้ว โดยการเปิดเผยข้อมูลผ่านนายนักรบ เนียมนามธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SECURE และนายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน
นายนักรบ เนียมนามธรรม กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซลูชั่นด้านการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cyber security) และธุรกิจให้บริการที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ที่บริษัท เป็นตัวแทนจำหน่าย โดยมีแผนที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) จำนวน 27.74 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 27.0 ของทุนจดทะเบียน ก่อนการใช้สิทธิใบสำคัญแสดงสิทธิ และได้แต่งตั้งให้ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai)
สำหรับวัตถุประสงค์การใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ เพื่อใช้สร้างศูนย์ให้บริการด้านเทคนิค (Technical Support Center), การลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยทางเทคโนโลยีไซเบอร์ (Cyber security),การลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อสร้างการเติบโตให้กับบริษัทฯ และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
ส่วนการลงทุนในอนาคต บริษัท มีแผนสร้างศูนย์ให้บริการด้านเทคนิค และขยายทีมบุคลากรในฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการให้กับลูกค้า และใช้ในการสาธิตการทำงานของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่าย เพื่อให้ลูกค้ามีความรู้ ความเข้าใจในผลิตภัณฑ์ และสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการได้ดียิ่งขึ้น
รวมทั้งมีแผนลงทุนเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และซอฟต์แวร์ด้าน Cyber security ที่จะช่วยในการเชื่อมต่อโซลูชั่นของผลิตภัณฑ์ที่บริษัทฯ เป็นตัวแทนจำหน่าย เข้ากับระบบต่างๆ ของลูกค้า และอาจมีการร่วมมือกับบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ รวมถึงการขายซอฟท์แวร์ ภายใต้แบรนด์ของบริษัทฯ (White Label) ตลอดจนการซื้อทรัพย์สินทางปัญญาจากบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์
สำหรับผลประกอบการย้อนหลังในช่วง 3 ปี (2561-2563) ที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวม 575.70 ล้านบาท 650.78 และ 639.14 ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิจำนวน 69.46 ล้านบาท 58.42 ล้านบาท และ 23.73 ล้านบาท ตามลำดับ โดยบริษัทมีรายได้ประจำระดับ 25-30% มาอย่างต่อเนื่อง
นายนักรบ กล่าวอีกว่า การระบาดของ COVID-19 ไม่กระทบต่อธุรกิจ เนื่องจากมองว่า ตราบใดที่มีการใช้ไอที ก็จะมี Cyber security เข้าไปกำกับดูแล โดยคู่แข่งในประเทศไทย มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ Cyber security เหมือนกับทาง SECURE เพียง 4 ราย ซึ่งทั้ง 4 รายเป็นบริษัทจากต่างประเทศ และ SECURE ถือเป็นรายเดียวที่เป็นสัญชาติไทย มีมาร์เก็ตแชร์ประมาณ 20-25%
นอกจากนี้การตัดสินใจระดมทุน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของบริษัทฯ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจมีโอกาสในการขยายการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เมื่อผนึกเข้ากับผลประกอบการที่เติบโต เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากการที่องค์กรต่างๆที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยข้อมูล โดยเฉพาะจากแผนการบังคับใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ.2562 และ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่คาดว่าจะมีผลบังคับในปี 2565
ดังนั้นส่งผลให้บริษัทมีฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต รวมทั้งจะทำให้มีโอกาสรับงานโครงการขนาดใหญ่มากขึ้น ขณะเดียวกันได้เพิ่มศักยภาพการพัฒนาองค์กรผ่านการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า และพันธมิตรต่างๆ รวมถึงการขยายธุรกิจในต่างประเทศอีกด้วย
นายพายุพัด มหาผล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า SECURE เป็นบริษัทที่มีความน่าสนใจในการลงทุนอย่างมาก เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีผลประกอบการเติบโตในทิศทางที่ดีมาโดยตลอดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา และจุดเด่นที่สำคัญคือ มีความเชี่ยวชาญอย่างสูงในด้าน Cyber security ผสานกับความเข้าใจในความต้องการของตลาด รวมถึงการมีโซลูชั่นที่มีประสิทธิภาพ เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาด mai ภายใน 30 วันนับจากนี้
ทั้งนี้ที่ผ่านมาบริษัทได้รับการตอบรับจากลูกค้าหลายกลุ่ม อาทิ ภาครัฐ สถาบันการศึกษา สาธารณสุข สถาบันการเงิน กลุ่มผู้ให้บริการ และกลุ่มองค์กรธุรกิจ จึงถือเป็นอีกบริษัทที่น่าสนใจอย่างมากสำหรับการลงทุน ขณะที่แนวโน้มในอนาคตที่ยังสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมาก ตามการขยายตัวของโลกยุคดิจิทัล ที่มีการปรับเปลี่ยนและเพิ่มความซับซ้อนทางด้านเทคนิคที่มีผลกระทบที่รุนแรงมากขึ้น
