Official Update :

MGC บวกแรง 19% จับตาส่งมอบรถ EV กว่า 2 พันคัน โบรกฯ คาดดันกำไรครึ่งปีหลังพุ่ง 190%

บ่ายวันนี้ (20 ก.ย. 67) ราคาหุ้น MGC หรือ บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยราคาอยู่ที่ 4.76 บาท เพิ่มขึ้น 0.76 บาท หรือ +19% จากการคาดการณ์ของโบรกเกอร์ว่าบริษัทจะมีกำไรเติบโตสูงถึง 190% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 เนื่องจากความร่วมมือกับบริษัท อรุณ พลัส ในการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Zeekr และ Xpeng กว่า 2,000 คัน


โดยบริษัทหลักทรัพย์บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แม้ MGC จะประสบกับความท้าทายในไตรมาส 1/67 จนเกิดการขาดทุนสุทธิ แต่ในไตรมาส 2/67 บริษัทกลับมามีกำไรอีกครั้ง ด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 27% จากไตรมาสก่อนหน้า และรายได้จากบริการหลังการขายที่เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน


ทั้งนี้ จากแนวโน้มปัจจุบัน นีโอ โมบิลิตี้ (เอเชีย) บริษัทร่วมทุนระหว่าง MGC และ อรุณ พลัส ที่คาดจะส่งมอบรถยนต์ 2,000 คัน สำหรับแบรนด์ Zeekr และ Xpeng ภายในสิ้นปี 2567


สำหรับ Zeekr มี Backlog อยู่ประมาณ 500 คัน คาดว่าจะส่งมอบในไตรมาส 3/67 โดยมีการจองใหม่ทุกวัน ส่วน Xpeng คาดว่าจะส่งมอบครั้งแรกในไตรมาส 3/67 และเพิ่มขึ้นตามอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 4/67


อย่างไรก็ตาม Xpeng ได้ประกาศตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 12 รายแรกในไทยแล้ว โดยปกติการเริ่มต้นใหม่มักขาดทุนในช่วงแรก แต่ฝ่ายวิเคราะห์เชื่อว่า นีโอ โมบิลิตี้ (เอเชีย) จะรายงานกำไรได้อย่างรวดเร็วในปีแรกของการดำเนินงาน โดยใช้การทำงานร่วมกันจากทั้งสองกลุ่ม ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์คาดกำไรของบริษัทร่วมทุนที่ 40 ล้านบาท หรือคิดเป็นส่วนแบ่งกำไรต่อ MGC ที่ 20 ล้านบาท


อีกทั้งคาดว่าอัลฟาเอ็กซ์จะเริ่มมีกำไรในปี 2567 ดังนั้นจากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลให้ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ากำไรสุทธิของ MGC ในครึ่งหลังของปี 2567จะเพิ่มขึ้น 190% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสาคัญเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ส่งผลให้ภาพรวมกำไรปี 2567 จะอยู่ที่ 251 ล้านบาท และเติบโตต่อในปี 2568 โดยคาดว่ากำไรสุทธิของ MGC จะอยู่ที่ 454 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% จากปีก 2567


นอกจากนี้ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจกับ City Auto Corp ซึ่งเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ของเวียดนามที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการขายส่งและขายปลีกรถยนต์ฟอร์ด ชิ้นส่วนยานยนต์และบริการ ซ่อมแซม ซึ่งเปิดโอกาสการเติบโตระยะยาวในเวียดนาม