6 หุ้นไม่ลับ ได้ประโยชน์ มาตรการรัฐ “ยิ่งใช้ยิ่งได้”

ในสัปดาห์หน้ารัฐบาลจะเปิดอนุญาตให้ประชาชนลงใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ตามมาตรการช่วยเหลือที่ได้รับผลกระทบจากโควิด19 ซึ่งโครงการนี้เอาใจคนที่มีฐานะปานกลาง และระดับสูง ดังนั้นจะต้องดูว่าจะมีคนใช้สิทธิมากน้อยเพียงใด และหุ้นกลุ่มไหนจะได้ประโยชน์


นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่าในช่วงตั้งแต่กลางเดือนมิ.ย.ถึงสิ้นเดือน จะเห็นกระแสหนุนเชิงบวกกับหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น มาตรการคนละครึ่งเฟส 3 ที่ได้รับเปิดให้ลงทะเบียนแล้ว ซึ่งวันแรกมีคนลงทะเบียน 23 ล้านราย จากสิทธิทั้งหมดที่รัฐกำหนดไว้ที่ 31 ล้านราย


ส่วนสัปดาห์หน้าวันที่ 21 มิ.ย.64 จะเริ่มให้ลงทะเบียน มาตรการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” รัฐสนับสนุน e-Voucher ผ่าน G-Wallet บนแอปพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ในอัตรา 10-15% และเริ่มใช้จ่ายเงินส่วนที่นำไปคำนวณสิทธิ ตั้งแต่ 1 ก.ค.-30 ก.ย.64 และจะสามารถเริ่มใช้จ่ายส่วน e-Voucherได้ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-31 ธ.ค. 64  โดยจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อใบเสร็จสูง เช่น กลุ่มซ่อมแซม-ต่อเติมบ้าน อย่าง HMPRO-DOHOME ,กลุ่มแฟชั่น CRC,กลุ่มอุปกรณ์ไอที COM7-SPVI,และกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN


ก่อนที่เราจะไปประเมินพื้นฐานของหุ้นในแต่ละตัวที่ได้ประโยชน์จากโครงการ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” นั้นเราจะพานักลงทุนมาทำความเข้าใจโครงการดังกล่าวว่ามีวิธีใช้อย่างไร โดยโครงการประกาศออกมาก็เพื่อที่จะดึงดูดให้ผู้มีกำลังซื้อสูง กลุ่มผู้มีรายได้สูง นำเงินออกมาใช้จ่ายซื้อสินค้า ค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าบริการต่าง ๆ โดยใช้จ่ายกับผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)


โดยสามารถสรุปสั้นได้แบบนี้ คือ คนที่ร่วมโครงการ จ่ายเงินไปก่อน จากนั้นจะได้เงินคืนทีหลังรูปแบบของ E-Voucher โดยจะได้ E-Voucher 10-15% ของค่าใช้จ่าย สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาท สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 4 ล้านคน คุณสมบัติ : สัญชาติไทย, อายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่เป็นผู้มีบัตรคนจน, ผู้ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ และที่สำคัญไม่ใช้สิทธิ คนละครึ่งเฟส 3


สำหรับระยะเวลาซื้อสินค้า/รับ E-Voucher (ได้รับหลังซื้อ) : กรกฎาคม - กันยายน 2564 และระยะเวลาใช้ E-Voucher : สิงหาคม - ธันวาคม 2564 โดยต้องลงทะเบียนผ่าน www.ยิ่งใช้ยิ่งได้.com


สรุปคือ คนที่ได้สิทธิ ยิ่งใช้ยิ่งได้ นั้น จะต้องจ่ายเงินตัวเองซื้อสินค้าออกไปก่อน โดยชำระเงินผ่าน G-Wallet ในแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" เพื่อซื้อสินค้าและบริการกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และโครงการจะคืนเงินกลับให้ผ่าน E-Voucher สูงสุดไม่เกิน 7,000 บาทต่อคน


ตัวอย่างเช่น หากเราซื้อโน๊ตบุ๊คราคา 40,000 บาท ในร้านค้าในห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่อื่นๆที่เข้าร่วมรายการ เราจะได้รับคูปองเงินคืนจำนวน 6,000 บาท ซึ่งเราสามารถนำคูปองนี้ หลังจากที่ลงทะเบียนแล้ว ไปซื้อสินค้าในร้านอื่น ๆ ได้อีก โดยจะเปิดให้กดรับสิทธิ์ช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน เพื่อนำไปใช้จ่ายซื้อสินค้าได้ช่วงเดือนสิงหาคม - ธันวาคม 2564


โดยจะเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อใบเสร็จสูง เช่น กลุ่มซ่อมแซม-ต่อเติมบ้าน อย่าง HMPRO-DOHOME ซึ่งนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส จำกัด ผลกระทบ COVID-19 ที่ระบาดรอบใหม่มากขึ้น ต่อทั้งยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และรายได้ค่าเช่า ที่มีการให้ส่วนลดผู้เช่าเพิ่มขึ้น


ขณะที่ความคืบหน้าธุรกิจต่างประเทศปัจจุบันเปิดสาขาเพิ่ม 1 แห่งแล้วในมาเลเซีย และในเวียดนาม เริ่มจำหน่ายสินค้าผ่านShoppee + Lazada แล้วตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมย.64แม้ทิศทางยอดขายสาขาเดิมยังฟื้นตัวสูง จากปีก่อนจากฐานต่ำในเดือนเม.ย.64 และน่าจะดีขึ้นกว่าอย่างมีนัยฯ แต่เริ่มเห็นปัจจัยบั่นทอนการฟื้นตัวในช่วงเดือนพ.ค. -มิ.ย.64 มากขึ้น ทำให้แนวโน้มยอดขายสาขาเดิมในไตรมาส 2/64 น่าจะได้ประโยชน์ฐานต่ำลดลง โดยทั้งปี 64 คาดยอดขายสาขาเดิมจะโต 7.2%


ขณะที่แนวโน้มการกระจายวัคซีนที่รัฐฯมีแผนเร่งมากขึ้น และร่วมมือกับหลายฝ่าย เชื่อว่าจะเห็นจำนวนผู้ป่วยใหม่ลดลงต่อเนื่องหลังเริ่มมีการฉีดวัคชีนสอดคล้องกับต่างประเทศ ทำให้น่าจะคาดหวังมาตรการคุม COVID ที่ผ่อนคลายลง และหนุนกิจกรรมเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ในงวดครึ่งหลังปี 64


ดังนั้นภาพรวมฝ่ายวิจัยจึงยังคงคาดกำไรปี 64 เติบโต 17%ภาพรวมประเมินแม้ระยะสั้นอาจเห็นผลกระทบ COVID กดดัน แต่ประเมินพื้นฐานธุรกิจระยะกลาง - ยาวแข็งแกร่ง จากจุดเด่นผู้นำกลุ่มสินค้าปรับปรุงบ้าน รวมถึงยังมีโอกาสขยายฐานธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งมาเลเซียที่แนวโน้มดีขึ้น และเวียดนาม ฝ่ายวิจัยจึงยัง ชอบพื้นฐานของ HMPRO แนะนำ ทยอยซื้อสะสม เมื่อราคาอ่อนตัว มูลค่าเหมาะสมที่ 14.90 บาท


สำหรับกลุ่มแฟชั่น CRC การเดินหน้ารุกออนไลน์ไทย และสร้างฐานค้าปลีกในเวียดนามต่อเนื่องหลักๆเน้นกลยุทธ์ช่วยสร้างยอดขายระยะกลาง-ยาว คือ เดินหน้าแผนOmni-channe (16% ของยอดขายในไทย) ด้วยแผน Cross-sell ตามสินค้าพฤติกรรมลูกค้า เช่น การนำสินค้าบางส่วนของไทวัสดุ มาขายบนเว็บเพาเวอร์บาย


ขณะที่ในเวียดนาม ยังคงแผนรุกต่อเนื่อง ทั้งการเปิด Go! Mall + Tops ที่เปิดปีละ 8 สาขา (เดิม 6สาขา) และล่าสุดเตรียมแผนเปิดไทวัสดุในเวียดนาม นอกจากนี้ จะผลักดันสินค้าPrivate Brand (9% ของยอดขาย) ที่มีมาร์จิ้นสูงให้มีสัดส่วนมากขึ้น การฟื้นตัวจะเด่นขึ้นในครึ่งหลังของปี 64 และต่อเนื่องปี 2565


แม้ฝ่ายวิจัยมองบวกต่อแผนข้างต้น แต่ผลกระทบ COVID รอบใหม่ หลักๆเป็นDownside ต่อสมมติฐานยอดขายสาขาเดิม (SSSG) และ Gross margin จึงปรับลดกำไรปี 2564 ลง 49. 7% เพื่อสะท้อนผลกระทบดังกล่าว ได้กำไรปี 2564 มาอยู่ที่ 3.1พันล้านบาท (จาก 46 ล้านบาท ในปี 2563 โดยให้น้ำหนักกำไรใน 2H64 เป็นหลัก จากความคืบหน้าวัคซีนหนุนการจับจ่าย + นักท่องเที่ยว (8% ของยอดขาย) ที่จะทยอยฟื้นตัว


ทั้งนี้ กำไรปี 2565 จะลดลงจากเดิม 8.4% เนื่องจากฝ่ายวิจัยปรับรวมแผนผลักดันสินค้าPrivate Brand รวมถึง การเปิดสาขา Go! Mal เวียดนาม ที่ยังรวมในประมาณการปีละ 6 สาขา โดยคาดกำไรจะเติบโตสูง 102% ในปี 2565 จากฐานต่ำ และการฟื้นตัวทุกธุรกิจ


ขณะที่ กลุ่มอุปกรณ์ไอที อย่าง COM7 การเติบโตนับจากงวดครึ่งหลังของปี 64 และในระยะกลาง ยังเห็นชัดเจน ที่น่าสนใจ คือ การเริ่มต้นธุรกิจสินเชื่อ แม้ระยะสั้นเน้นที่แก้ปัญหากำลังซื้อให้กับกลุ่มลูกค้าที่ยังมีความต้องการซื้อสินค้าไอที่ ซึ่งกลายเป็นสินค้าจำเป็น และยังค่อนข้างระมัดระวัง คือ ปล่อยสินเชื่อเองเฉพาะกลุ่มนักศึกษา ที่ซื้อสินค้าใน Studio7 ส่วนกลุ่มลูกค้าอื่น จะจับมือพันธมิตรสินเชื่อTrue Money คาดบวกต่อบริษัททั้งระยะสั้น ที่จะช่วยเรื่องยอดขาย


ขณะที่ระยะกลาง ถึงยาว น่าจะเริ่มคาดหวังธุรกิจสินเชื่อเข้ามาเป็น S-Curve ใหม่ได้ โดยปรับเพิ่มกำไรปี 2564-65 ขึ้น 27.3% และ 26.9%ภายใต้กลยุทธ์ดังกล่าว ประเมินยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ครึ่งแรกปี 64  คาดเติบโต 35%-40% และจะเห็นการรักษาระดับสูงเกิน 20% ต่อเนื่องในครึ่งหลังของปี 64  เป็น Upside ต่อสมมติฐานยอดขายสาขาเดิมปี 64 ที่ โดต 6.3% ซึ่งฐานรายได้ที่เพิ่มขึ้นคาดจะช่วยประสิทธิภาพกำไรด้วย


ดังนั้นจึงปรับเพิ่มกำไรปี 2564-65 ขึ้น 27.3% และ 26.9% ได้กำไรปี 2564 เติบโต 48.1% และเพิ่มอีก10.1% ในปี 2565 ซึ่งยังไม่รวม Upside มาร์จิ้นจากแนวโน้มการขายอุปกรณ์เสริมซึ่งให้มาร์จิ้นสูง + ออนไลน์ซึ่งไม่มีต้นทุนสาขา เริ่มขยายตัวเร็วขึ้น และธุรกิจการเงิน ซึ่งบริษัทร่วม NCAP ที่อาจลงมาให้สินเชื่อเอง และมีความครบวงจรจากพันธมิตร CHAYO (ผู้บริหาร COM7 ถือหุ้น) ที่ช่วยปิดความเสี่ยง NPL จากความสามารถตามหนี้


และปิดท้ายที่กลุ่ม กลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN ผลของการระบาดของโควิด19 ในรอบที่ 2 และรอบที่ 3 ทำให้ต้องปรับลดประมาณการกำไรปี 64-65 ส่งผลให้กำไรปกติปี 64 อยู่ที่ 7 พันล้านบาท แต่จะฟื้นตัวระดับ 1 หมื่นล้านบาทในปี 65 ซึ่งคาดว่าในงวดไตรมาส 2/64 จะเป็นไตรมาสที่ต่ำที่สุด ก่อนจะทยอยฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ แนะนำซื้อลงทุนระยะยาว ประเมินราคาเป้าหมายที่ 58 บาทต่อหุ้น



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
Updated 1 day ago
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 6 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 5 hours ago
Stock of the Day
SpaceX ฉีกธรรมเนียม IPO เคาะราคาขาย 135 ดอลลาร์ล่วงหน้า จำนวน 555.5 ล้านหุ้น ก่อนโรดโชว์ ตลาดจับตาราคาไฟนอล 11 มิ.ย. นี้
Updated 3 hours ago
Follow Us