Official Update :

BAM ผลงานผ่านจุดต่ำสุด ไตรมาส 2/64 เตรียมรับการฟื้นตัว!!

ช่วงที่ผ่านมา BAM หรือ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้การเก็บเงินสดจากการขายสินทรัพย์ลดลง ส่งผลกระทบกับกำไรสุทธิของบริษัทโดยตรง แต่ช่วงไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป นักวิเคราะห์หลายสำนักมีความเห็นตรงกันว่า ผลประกอบการของ BAM จะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้น โดยนักวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า แนวโน้มธุรกิจของ BAM จะฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/64 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จากปัจจัยหนุนการเก็บเงินสด (Cash Collections) ที่ดีขึ้น โดย BAM ยังคงเป้าการจัดเก็บเงินสดปี 2564 ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 29% จากปีก่อน และได้ตั้งเป้าการจัดเก็บเงินสดในไตรมาส 2/64 ไว้ที่ 4.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 35% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกลยุทธ์การเน้นขายสินทรัพย์รอการขาย (NPAs) มากขึ้น โดยเฉพาะช่องทางออนไลน์ เนื่องจากเป็นสินค้าที่ BAM มีพร้อมขายอยู่แล้ว


ทั้งนี้ แม้ปัจจุบันกรมบังคับคดีจะปิดการขายทอดตลาดในบางสาขา (เฉพาะพื้นที่ที่มีการระบาดของ Covid-19 รุนแรง แต่งานเอกสารยังทำได้เหมือนเดิม) ซึ่งเดือนเม.ย.-มิ.ย. 64 กระทบการขาย NPLs ของ BAM บางส่วน (สัดส่วนรายได้การขาย NPLs ผ่านกรมบังคับคดีราว 18% ของรายได้รวม) อย่างไรก็ตาม คาดว่ากรมบังคับคดีจะกลับมาเปิดขายทอดตลาดได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 หลังกระจายวัคซีนได้มากขึ้น ขณะเดียวกันราคาหุ้นปรับฐานไปกว่า 15% ในรอบ 4 เดือน ซึ่งสะท้อนความเสี่ยงไปมากแล้ว จึงยังแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท


ด้านนักวิเคราะห์จากบล.บัวหลวง และ บล.เอเชีย เวลท์ ก็มีความเห็นในทิศทางเดียวกัน โดยบล.บัวหลวง ระบุว่า คาดกำไรไตรมาส 2/64 ของ BAM ที่ 349 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 157.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 41.2% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการขายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ การปรับโครงสร้างหนี้และการเรียกเก็บเงินที่เข้มข้นขึ้น โดยฝ่ายวิจัยได้ปรับประมาณการณ์กำไรปี 2564 ของ BAM ลง 17.2% มาอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.7% จากปีก่อน เนื่องจากความคาดหวังต่อดอกเบี้ยรับสุทธิที่น้อยลงในไตรมาส 1/64 และ 2/64 ดังนั้นจึงปรับลดราคาเป้าหมายจาก 24.20 บาท มาเป็น 21.00 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ ซื้อ


ส่วนบล.เอเชีย เวลท์ คาดว่าไตรมาส 2/64 ของ BAM จะฟื้นตัวจากปัจจัยดังนี้ 1. ยอดเก็บเงินสดของ NPL และ NPA สูงกว่าไตรมาส 1/64 และการเลื่อนชำระมาจากไตรมาสที่ผ่านมา รวมถึงรายได้ผ่อนชำระ NPA ส่วนที่เหลือจากปี 2563 จะเข้ามาในไตรมาส 2/64 ราว 450 ล้านบาท, 2. เร่งรับชำระจากลูกหนี้ NPL จากการอนุมัติตั้งราคาพิเศษ Onetime ให้กับลูกหนี้ อย่างไรก็ตามการเข้าซื้อหนี้เสียใหม่ๆ มีแนวโน้มลดลงหลังธนาคารพาณิชย์ชะลอการขายหนี้เสีย ทำให้ Supply ในตลาดลดลง และความผันผวนของเศรษฐกิจทำให้ BAM ต้องพิจารณาการเข้าซื้อหนี้เสียอย่างถี่ถ้วนมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต่อรายได้ NPL ของบริษัทในระยะสั้น


โดยปรับราคาเป้าหมายของ BAM มาที่ 22.40 บาท ซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าการฟื้นตัวของกำไรสุทธิในปี 2564 จะเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นปรับตัวลดลงกว่า 16.6% ส่งผลให้ปัจจุบันมี Upside อยู่ที่ 23.8% โดยมองว่าราคาได้ตอบรับผลประกอบการที่ลดลงไปแล้ว จึงแนะนำ “ซื้อ” ทยอยสะสม รับการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง



 

ศุภมาศ ศรีขำ

นักข่าวสายการเงินและตลาดทุน ที่คลุกคลีกับวงการข่าวมาตั้งแต่เด็ก ชื่นชอบการออกไปหาประสบการณ์และการเรียนรู้ใหม่ๆ อยากถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเงิน และตลาดทุนให้ผู้อ่านทุกคนใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ เพื่อไปถึงเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้