คัด 3 หุ้นเด่น กลุ่มเครื่องดื่ม รับอานิสงส์ไฮซีซั่น-ส่งออกโตพุ่ง
หุ้นกลุ่มเครื่องดื่มที่เน้นการส่งออกไปตลาดต่างประเทศ กำลังฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจีน รวมถึงกำลังซื้อในประเทศที่มีทิศทางเป็นบวก โดยเฉพาะหุ้นส่งออกน้ำผลไม้อย่าง COCOCO, MALEE, PLUS ดังนั้นโพยหุ้นในสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจพื้นฐานของ 3 หุ้น ในช่วงไฮซีซั่นจะมีทิศทางเป็นอย่างไร และภาวะรวมทั้งปี 2567 จะเติบโตน่าประทับใจแค่ไหน
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า หุ้นกลุ่มเครื่องดื่มที่เน้นการส่งออกไปตลาดต่างประเทศเริ่มฟื้นตัว ซึ่งแรงหนุนมาจากภาพใหญ่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ประคองได้ดีกว่าตลาดคาด ในขณะที่จีนมีสัญญาณฟื้นตัวจากจุดต่ำสุด ประกอบกับกำลังซื้อในประเทศที่มีสัญญาณทางบวก โดยเฉพาะการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลปลายปี ซึ่งเป็นบวกต่อหุ้น COCOCO, MALEE และ PLUS
สำหรับสัดส่วนการส่งออกไปยังต่างประเทศของ COCOCO แบ่งเป็น จีน 60% สหรัฐฯ 22% ของยอดขายรวมทั้งหมด ส่วน PLUS มีสัดส่วนการส่งออกไปสหรัฐฯ 41% เอเชีย 34% (จีน 20%) และยุโรป 6% ของรายได้รวม ขณะที่ MALEE บล.กรุงศรี ประเมินว่ามีการส่งออกไปต่างประเทศประมาณ 32% ส่วนที่เหลืออีก 68% เป็นในประเทศ
ด้านปัจจัยพื้นฐานของ COCOCO บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จํากัด (มหาชน) คาดผลประกอบการไตรมาส 3/67 จะยังทำสถิติสูงสุดใหม่ หนุนโดยปัจจัย 1. ไฮซีซั่นของการส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก โดยเฉพาะสหรัฐฯ และยุโรปที่เข้าสู่ฤดูร้อน 2. สายการผลิตน้ำมะพร้าวใหม่จะสามารถใช้เครื่องจักรได้ตลอดทั้งไตรมาส เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และ 3. ศักยภาพในการเติบโตจากลูกค้ารายใหม่ในจีน
บล.บียอนด์ ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และให้ราคาเป้าหมายที่ราคา 15 บาท อิงจาก P/E ปี 2567 ที่ 25 เท่า โดย COCOCO เป็นหนึ่งในหุ้น Top picks ของฝ่ายวิเคราะห์ในกลุ่มเครื่องดื่ม เนื่องจากมีแนวโน้มการเติบโตของรายได้ที่โดดเด่นในปี 2567-2568 ที่ระดับ 886 ล้านบาท และ 1,211 ล้านบาท ตามลำดับ
นอกจากนี้บัญชีลูกหนี้การค้าในไตรมาส 2/67 เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ใกล้เคียงกับการเติบโตรายได้ ประกอบกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงานยังคงเป็นบวกและเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับผลประกอบการของบริษัท ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานของบริษัทแข็งแกร่ง
ส่วน PLUS บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดกำไรปกติในไตรมาส 3/67 เบื้องต้นในกรอบ 65-70 ล้านบาท กลับมาเติบโตทั้งจากไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน หนุนจากรายได้ที่คาดทำนิวไฮได้ต่อ เนื่องจากการเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนของยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงการรับรู้ผลของการขยายช่องทางจำหน่ายของร้าน Walmart ในสหรัฐฯ เป็น 3,700 สาขาเต็มไตรมาส
ขณะที่แนวโน้มอัตรากำไรขั้น (GPM) ในไตรมาส 3/67 คาดอยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 27% สูงขึ้นจากไตรมาส 2/67 หนุนจาก Urate ที่สูงขึ้นตามยอดขาย รวมถึง Product Mix ที่ดีขึ้น แต่ยังชะลอตัวจากไตรมาส 3/66 จากการรับรู้ค่าเสื่อมที่สูงขึ้นจากการขยายกำลังการผลิต (PET Aseptic Line) ตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4/66 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ประเมินแนวโน้มกำไรในไตรมาส 4/67 จะชะลอตัวลงจากไตรมาส 3/67 เนื่องจากเป็นช่วงโลว์ซีซั่น แต่คาดยังสามารถเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนได้จากช่องทางการจัดจำหน่ายในสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นเป็น 4,000 สาขา นอกจากนี้ปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับคู่ค้ารายใหญ่ในจีนสำหรับการส่งออกน้ำมะพร้าว ซึ่งบริษัทคาดว่าจะสามารถเซ็นสัญญาการซื้อขายได้ภายในไตรมาส 4/67 นับเป็น Upside โดยให้คำแนะนำ “เก็งกำไร” ราคาเหมาะสมปี 2567 ที่ 6.10 บาท
สุดท้าย MALEE บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 17.7 บาท ใกล้เคียงกลุ่มฯ และเทียบเท่า PEG ที่ 1.2 เท่า ของกำไรสุทธิ 3 ปีข้างหน้า (67-69) ที่เติบโตเฉลี่ย 21% ต่อปี และมี discount จากกลุ่มฯ ที่ PEG เฉลี่ย 1.5 เท่า เติบโตเฉลี่ย 15% ต่อปี
ซึ่ง MALEE มีความน่าสนใจจากการเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มสินค้าสุขภาพสูงที่กำลัง Turnaorund หลังควบรวมกับ ABICO ช่วยลดต้นทุนและความผันผวนของธุรกิจ อีกทั้งอุตสาหกรรมน้ำผลไม้กลับมาเติบโต และบริษัทมีมาร์เก็ตแคปขึ้นเป็นอันดับ 1 รวมถึงยังมีแบรนด์น้ำมะพร้าวที่เป็นสินค้าเด่นของไทย ซึ่งมีโอกาสสูง นอกจากนี้ยังมี Upside ใหม่ๆ จากสินค้าน้ำมะพร้าวใหม่ ออเดอร์ OEM ขนาดใหญ่ 2 ราย ที่จะเริ่มในไตรมาส 2/68
ขณะเดียวกันแนวโน้มช่วงครึ่งหลังของปี 2567 บริษัทได้ปรับราคาสินค้าแบรนด์ในประเทศขึ้นเฉลี่ย 5% ตั้งแต่เดือนก.ย. ที่ผ่านมา เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมองมาร์จิ้นจะดีขึ้นรวมถึงสินค้าใหม่ที่ได้รับผลตอบรับดี ทั้งนี้ประมาณกำไรครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวแรงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลงจากครึ่งปีแรก จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

