เช็คลิสต์ 4 หุ้นปันผลสูง แนวโน้มโตแกร่ง เป้าหมายวายุภักษ์-กองทุนประหยัดภาษี
ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ นักลงทุนหลายๆ คนนอกจากจะมองหาหุ้นที่น่าเข้าลงทุนแล้ว ยังคาดหวังหุ้นที่ให้ผลตอบแทนในรูปแบบการปันผลด้วยอัตราที่ดี รวมไปถึงมีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในช่วงปี 2568 ซึ่งจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับการคัดสรรหุ้นที่ตอบโจทย์การลงทุนในลักษณะดังกล่าว Wealthy Thai จึงได้หยิบยกเอาบทวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ที่ระบุไว้ว่า ธีมหุ้นที่จ่ายปันผลสูงและคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการเป็นเป้าหมายสะสมของกองทุนวายุภักษ์และกองทุนที่ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีช่วงปลายปี แนะนำหุ้นที่ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตได้ในปี 2568 โดยเลือก KTB, BBL, ADVANC, HMPRO
โดย Wealthy Thai ยังได้ทำการรวบรวมบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้มีการระบุถึงหุ้นทั้ง 4 ไว้ โดยมีรายละเอียดดังนี้
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB และเลือก KTB เป็นหุ้นเด่น พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 23.50 บาท/หุ้น โดยมีมุมมองเป็นบวกเกี่ยวกับแนวโน้มธุรกิจของ KTB ในปี 2568-2569 จากจุดแข็งที่พร้อมรับปัจจัยหนุนที่กำลังจะมาถึง โดยเฉพาะการใช้จ่ายภาครัฐที่เพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งในระยะสั้นและยาว ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการเติบโตของสินเชื่อของ KTB ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ 1% CAGR จากสมมติฐานที่ Conservative ของบล.ฟินันเซีย ไซรัส และเป้าประมาณการที่ต่ำกว่า 3% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน
ในปี 2567 จากกลยุทธ์การหาประโยชน์สูงสุดจากพอร์ตสินเชื่อของบริษัทฯ สินเชื่อขนาดใหญ่และรายย่อยยังเป็นปัจจัยหนุนสำคัญของบริษัทฯ กลุ่มรายย่อยของ KTB มีลักษณะเฉพาะเมื่อเทียบกับธนาคารอื่น เนื่องจากลูกค้าส่วนมากเป็นพนักงานของรัฐและมีบัญชีเงินเดือนกับธนาคารฯ ทั้งนี้ คงประมาณการตัวเลขการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2567-2569 ที่ 3.2% CAGR อันมีพื้นฐานจากสมมติฐานที่ Conservative ของบล.ฟินันเซีย ไซรัส
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 182.00 บาท/หุ้น โดยกำไรไตรมาส 2/67 ยังทำได้ดี โดยโต 12% จากไตรมาสก่อน และ 5% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ผลจากสินเชื่อยังโต NIM สูง คุมค่าใช้จ่ายได้ดี พร้อมตั้งสำรองสูงเพื่อคงความ conservative
ทั้งนี้ คาดว่าไตรมาส 3/67 กำไรทรงตัวจากไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และหนุนกำไรทั้งปี 2567 โต 6% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนตามคาด รับผลดีการเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ยังถือเป็นหุ้นพื้นฐานดี เงินกองทุนแข็งแกร่ง มีสำรองสูง มีรายได้จากธุรกิจตปท.มากสุดในกลุ่มเข้ามาหนุน และมีราคาถูกสุดในกลุ่ม แถมปันผลจูงใจ คาดทั้งปี 5.5% นอกจากนี้คาดว่ายังเป็นหนึ่งในเป้าหมายลงทุนของกองทุนวายุภักษ์ด้วย
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “เก็งกำไร” บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 270.00 บาท/หุ้น โดยคาดการณ์กำไรปกติไตรมาส 3/67 ที่ 8.3 พันล้านบาท (-2.8% จากไตรมาสก่อน, +9.0% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) กำไรที่ลดลงจากไตรมาสก่อนมาจากค่าใช้จ่าย Admin ที่ยังเพิ่มขึ้น ส่วนกำไรที่เติบโตจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน มาจากรายได้ที่เติบโต, การอุดหนุนค่าเครื่องที่ลดลง และการควมคุมต้นทุนอื่น ๆ อย่างเข้มข้น
ทั้งนี้ หากกำไรปกติไตรมาส 3/67 ออกมาตามคาด กำไรปกติงวด 9 เดือน ปี 2567 จะคิดเป็น 74% ของประมาณการทั้งปี 2567 ที่ 3.4 หมื่นล้านบาท (+20% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) ขณะที่คาดว่ากำไรปกติไตรมาส 4/67 จะเติบโตจากไตรมาสก่อน ตามภาวะเศรษฐกิจไทยที่ได้แรงกระตุ้นจากนโยบายการแจกเงินของรัฐบาล, การเข้า High Season การท่องเที่ยว และ Synergy กับ TTTBB ที่จะเร่งตัวขึ้น ขณะที่ปี 2568 อยู่ที่ 3.8 หมื่นล้านบาท (+12% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน)
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 12.00 บาท/หุ้น โดยคาดว่าจะรายงานกำไรในไตรมาส 3/67 ที่ 1.4 พันล้านบาท (-4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ -9% จากไตรมาสก่อน) ซึ่งทำให้กำไรในงวด 9 เดือน ปี 2567 อยู่ที่ 4.8 พันล้านบาท (+1% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) และคิดเป็น 72% ของประมาณการกำไรเต็มปีของ บล.เคจีไอ
โดยกำไรลดลงจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อนจากยอดขายสาขาเดิม (SSS: same store sales) และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย ในขณะที่กำไรลดลงจากไตรมาสก่อน จะเป็นผลของปัจจัยฤดูกาล อย่างไรก็ดี คาดว่ากำไรไตรมาส 4/67 จะะเพิ่มขึ้นจากผลของปัจจัยฤดูกาล, สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น, นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีความเป็นไปได้ที่อุปสงค์ซ่อมแซมบ้านจะเพิ่มหลังน้ำท่วม ทั้งนี้ ยังคงประมาณการกำไรปี 2567 เติบโตอยู่ที่ 4%

