LHSC รุกลงทุน “เทอร์มินอล 21 พัทยา” มั่นใจศักยภาพแกร่ง ชูปันผลปีแรกสูง 9.5% เตรียมเปิดให้รายย่อยจองซื้อ 4-8 พ.ย. นี้
LHSC เดินหน้าขยายการลงทุนสู่ “โครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา” มั่นใจศักยภาพแกร่ง คาดอัตราจ่ายผลตอบแทนหลังลงทุนเพิ่มเติมในปีแรกสูงถึง 9.5% เล็งแจ้งราคาเสนอขายวันที่ 29 ต.ค. นี้ พร้อมเปิดให้ผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมและประชาชนทั่วไปจองซื้อ วันที่ 4-8 พ.ย. 67
นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ในฐานะ Sponsor ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) เปิดเผยว่า กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทั้งโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมในประเทศไทยมากว่า 40 ปี และได้ขยายธุรกิจสู่การพัฒนาโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โดยเปิดให้บริการโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศกในปี 2554 และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้มาใช้บริการ จึงต่อยอดความสำเร็จสู่โครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และใกล้กับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยเปิดบริการในปี 2561
นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด ในฐานะ Sponsor ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) เปิดเผยว่า กลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำทั้งโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมในประเทศไทยมากว่า 40 ปี และได้ขยายธุรกิจสู่การพัฒนาโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โดยเปิดให้บริการโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศกในปี 2554 และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้มาใช้บริการ จึงต่อยอดความสำเร็จสู่โครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และใกล้กับโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยเปิดบริการในปี 2561
ทั้งนี้ พัทยาถือเป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ เช่น รัสเซีย จีน เกาหลี และคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยพัทยาจะมีฤดูกาลของนักท่องเที่ยวจากชาติต่าง ๆ ซึ่งไม่เหมือนกัน ทำให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวจีนมีความแตกต่างจากนักท่องเที่ยวชาติอื่น ๆ ในแง่ของการใช้จ่ายอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการกิน, การจับจ่ายใช้สอย และการท่องเที่ยว ดังนั้น การที่มีนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อประเทศจีนมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้กลายเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและเมืองพัทยาได้เป็นอย่างดี
“นอกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนแล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวเชื้อชาติอื่น ๆ ที่เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก ได้แก่ นักท่องเที่ยวในโซนเอเชีย รวมไปถึงกลุ่มใหม่ ๆ คือ ประเทศในแถบตะวันออกกลาง โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบีย และอินเดีย ซึ่งมองว่าอินเดียมีความน่าสนใจ เนื่องจากมีจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยเป็นจำนวนมาก และมีการเดินทางไปท่องเที่ยวยังพัทยาในปริมาณมากเช่นกัน โดยไม่ว่าจะเป็นช่วงโลว์ซีซัน หรือไฮซีซัน จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังพัทยาไม่ได้เกิดความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ” นายประเสริฐ กล่าว
ด้าน ดร.ณัฐกวิน เจียมโชติพัฒนกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานและอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ กล่าวว่า LHSC เป็นกองรีทโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ของกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ และเป็นกองรีทในกลุ่มรีเทลที่ลงทุนในศูนย์การค้าธีม “Tourist Mall” เน้นจับกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทย ซึ่งได้รับประโยชน์จากการขยายตัวอย่างชัดเจนของภาพรวมการท่องเที่ยวและธุรกิจค้าปลีก
ปัจจุบัน LHSC ลงทุนในโครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 อโศก บนทำเลใจกลางเมืองบริเวณอโศก-สุขุมวิท ย่านศูนย์กลางธุรกิจและการท่องเที่ยวของกรุงเทพฯ ที่แวดล้อมด้วยโรงแรมระดับ 4 – 5 ดาว คอนโดมิเนียมระดับบน อาคารสำนักงานชั้นนำ สถานศึกษา และศูนย์ประชุมนานาชาติ และเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้า BTS อโศก และ MRT สุขุมวิท ที่มีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าทั้ง 2 ระบบและเปลี่ยนการเดินทางในแต่ละวันเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้โครงการศูนย์การค้า 21 อโศก สามารถดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยไตรมาส 2/2567 มีจำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ย (Foot Traffic) สูงถึงกว่า 47,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นกว่า 10% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 และมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยสูงถึง 98%
ขณะที่ผลการดำเนินงานของ LHSC ในครึ่งปีแรกของปี 2567 มีรายได้จากการลงทุนรวม 696.3 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิจากการลงทุนรวม 321.4 ล้านบาท เติบโตถึงกว่า 35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างโดดเด่นและได้รับปัจจัยบวกจากภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยที่เติบโตได้ดี โดย LHSC มีประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่อง (ปีละ 6 ครั้ง) ล่าสุดประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงาน 8 เดือนแรกของปีนี้ไปแล้วรวม 0.697 บาทต่อหน่วย
นอกจากนี้ LHSC ตอกย้ำกองรีทคุณภาพ โดยได้รับรางวัล Best REIT Performance Awards ในกลุ่มรางวัล Business Excellence จากงาน SET Awards 2023 ส่วนทรัพย์สินใหม่โครงการศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 พัทยา ที่จะลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยไตรมาส 2/2567 จำนวนผู้ใช้บริการเฉลี่ย (Foot Traffic) สูงถึงกว่า 37,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566 กว่า 10% และสูงกว่าช่วงก่อนโควิด-19 รวมถึงมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยสูงถึง 99%
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 2567 มองว่าการเติบโตในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นไปในลักษณะเดียวกันกับช่วงครึ่งปีแรกที่มีการเติบโตที่ค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่อง โดยสอดคล้องกับภาคการท่องเที่ยว ทั้งนี้ ทรัพย์สินที่จะได้รับเข้ามาใหม่จะเป็นตัวช่วยสนับสนุนการเติบโตของเงินปันผลให้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นด้วย
ส่วนในปี 2568 มองว่าเป็นไปในทิศทางเชิงบวกที่ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยผลประกอบการของศูนย์การค้าทั้ง 2 แห่ง หลังจากผ่านช่วง COVID-19 ก็มีผลประกอบการที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมามีความโดดเด่นมากว่าปีก่อนหน้า และอาจจะมากกว่าปีก่อนจะเกิด COVID-19 ด้วยซ้ำ ภาพของการลงทุนในตัวของกองเอง พอได้ทั้ง 2 โครงการเข้ามา ทำให้กระแสเงินสดที่เพิ่มเข้ามาก็จะเพิ่มในเรื่องของการจ่ายเงินปันผลที่แต่เดิมมีการจ่ายทุก ๆ 2 เดือนอยู่แล้ว ผลตอบแทนก็จะกลับไปหานักลงทุนมากขึ้น และมีโอกาสที่จะเติบโตในเรื่องของเงินปันผลมากขึ้น”
ขณะที่ นางสาวจิตติสา เจริญพานิช ผู้บริหารงานวาณิชธนกิจ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายร่วม กล่าวว่า การลงทุนเพิ่มเติมครั้งที่ 1 LHSC คาดว่าจะแจ้งราคาเสนอขายสูงสุดของหน่วยทรัสต์ผ่านเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 29 ตุลาคม 2567 โดยผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมของ LHSC และประชาชนทั่วไป จองซื้อพร้อมกันในวันที่ 4 – 8 พฤศจิกายน 2567 ที่ราคาเสนอขายสูงสุด
สำหรับผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมสามารถจองซื้อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหน่วยทรัสต์ ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และสำหรับประชาชนทั่วไปสามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน)
โดยผู้จองซื้อที่เป็นผู้ถือหน่วยทรัสต์เดิมที่ได้รับสิทธิ กำหนดอัตราส่วนใช้สิทธิจองซื้อที่ 1 หน่วยทรัสต์เดิม ต่อ 0.5941 หน่วยทรัสต์เพิ่มเติม และกรณีที่ราคาเสนอขายสุดท้าย ต่ำกว่าราคาเสนอขายสูงสุด จะได้รับเงินส่วนต่างคืนภายใน 7 วันทำการ (กรณีโอนเงิน) และ 10 วันทำการ (กรณีจ่ายเช็ค) นับจากวันสิ้นสุดระยะเวลาการจองซื้อ
“ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย มีความมั่นใจในการเพิ่มทุนของกองทรัสต์ LHSC ในแง่ของการประสบความสำเร็จจากการเสนอขายในรอบนี้ โดยตัวกอง LHSC เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่มีความน่าสนใจ มีความพร้อมในทุกด้าน ทำให้มีความมั่นใจในกอง LHSC และศักยภาพของทรัพย์สินที่ลงทุน” นางสาวจิตติสา กล่าวทิ้งท้าย
Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 6 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 11 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 17 hours ago
Stock of the Day
TU ฉลอง 10 ปี กลยุทธ์ “Sea Change” ชี้เชื่อมโยงการเงิน-ความยั่งยืนถึง 75% ลุยกุ้งคาร์บอนต่ำ ดัน Net Zero ในปี 2030
Updated 16 hours ago
Follow Us
News Update
