สำรวจ TSMC หุ้นเซมิคอนดักเตอร์ยักษ์ใหญ่ ผู้อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี AI ทั่วโลก

ถ้าพูดถึงบริษัท TSMC หรือ Taiwan Semiconductor Manufacturing Company (TSMC) คงแทบจะไม่มีนักลงทุนสายเทคฯ คนไหนที่ไม่รู้จักบริษัทนี้ เนื่องจาก TSMC เป็นบริษัทผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดในโลก 


ซึ่งตามรายงานสำนักข่าว CNN ชิปที่ผลิตโดยบริษัทมีสัดส่วนถึง 90% ของชิปที่ถูกผลิตทั่วโลก โดยมีลูกค้าหลักคือ AMD, Apple, ARM, Broadcom, Marvell, MediaTek Qualcomm และ Nvidia และในไตรมาส 3/67 TSMC เพิ่งจะประกาศงบออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้


โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 36% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน แตะ 23,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในขณะที่รายได้สุทธิ และ กำไรต่อหุ้น (EPS) โตขึ้น 54.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน ด้านกำไรขั้นต้น (gross profit margin หรือ GM) อยู่ที่ 57.8% แถมบริษัทยังปรับเพิ่มคาดการณ์รายได้รวมทั้งปี 2567 ด้วย โดยคาดว่าจะโตขึ้น 30% จากเดิมที่คาดไว้ที่ 20%


ดังนั้นหุ้นต่างประเทศสัปดาห์นี้ Wealthy Thai จึงอยากพาทุกท่านมาศึกษามุมมองการลงทุน และแนวโน้มการเติบโตในระยะถัดไปของ TSMC ท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านด้านเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองงบ TSMC ดีทุกมิติ เช่น (1) รายได้เติบโตทุกกลุ่ม โดยเฉพาะ HPC (High Performace Computing) (+67%), สมาร์ทโฟน (+20%), IoT (+10%) และ ยานยนต์ (+32%) (2) กําไรเติบโตได้ดีทั้ง EPS และ GM สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการผลิตที่สูง และ (3) ความต้องการชิป AI แข็งแกร่ง เห็นได้จาก ยอดขายชิป 3 นาโนเมตร ที่รายได้ทั้งหมดที่คิดเป็น 20% ของรายได้เวเฟอร์และมีสัดส่วนยอดขายในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็น 71%


โดยในระยะถัดไป คาดว่า TSMC ยังจะได้แรงหนุนจากปัจจัยต่างๆ เช่น 

1.ความต้องการชิป AI ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น จากการพัฒนาเทคฯ AI การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ของกลุ่มเทคฯ เช่น PC AI และ Smartphone AI และการลงทุนใน Data center ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแนวโน้มนี้ทําให้ TSMC ปรับคาดการณ์รายได้จาก AI สำหรับปี 2567 ขึ้นเป็น 15% จากเดิมที่ 10%


2.กําไรขั้นต้นที่สูง จากประสิทธิภาพในการผลิตที่เพิ่มขึ้นและการควบคุมต้นทุนที่ดี โดยอัตราการใช้กําลังการผลิต (UTR) สูงถึง 100% 


3.การลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะการมุ่งพัฒนาชิป 2 นาโนเมตร ที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลดีกว่าและประหยัดพลังงานมากกว่าเมื่อเทียบกับชิป 3 นาโนเมตร และการลงทุนในปี 2566 ที่สูงราว 30,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในปี 2567 ก็น่าจะทำให้บริษัทเติบโตได้ดีขึ้นในระยะถัดไป


4.การขยายกําลังการผลิตไปยังต่างประเทศเพิ่มเติม โดยมีแผนสร้างโรงงานในยุโรปที่เน้นตลาดชิป AI นอกเหนือจากโรงงานในญี่ปุ่น อริโซนนา และ เยอรมันที่กำลังก่อสร้างอยู่ 


5.ราคาชิปขั้นสูงปรับเพิ่ม โดยมีแนวโน้มเพิ่มราคาชิป 3 นาโนเมตร และ 5 นาโนเมตร ประมาณ 5-10% ในปี 2568 เพื่อเพิ่มผลกําไร


ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน มองว่าแม้ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นหลังประกาศผลประกอบการไปแล้วพอสมควร แต่คาดว่าในระยะถัดไป บริษัทมีแผนการปรับปรุงต้นทุน เพิ่มราคาชิป และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ซึ่งมีโอกาสทำให้ทําให้กำไรมีแนวโน้มเติบโตในระดับสูง


ประกอบกับรายได้ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น  จึงแนะนำให้ลงทุนในช่วงที่ราคาย่อตัว ทั้งนี้ Bloomberg ให้ราคาเป้าหมายไว้ที่ 226.1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งมี Upside ประมาณ 10% จากราคาปัจจุบัน


Most Viewed
Fun of Funds
“หุ้นไต้หวัน” มหาอำนาจ “ชิปโลก”... โอกาสลงทุนรับการเติบโตของ “AI Megatrend” เศรษฐกิจโตดี-หุ้นโตโดดเด่น” !!!
Updated 1 day ago
Banking
ทีทีบี ผนึกพันธมิตร DBS สร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ยกระดับการบริหารความมั่งคั่ง
Updated 1 day ago
News Highlight
ONEE ท็อปฟอร์ม! โชว์ศักยภาพผ่านงาน Earnings Call ไตรมาส 2 ปี 2569 ทำรายได้รวม 2,259.36 ลบ. กำไรสุทธิ 67.88 ลบ.
Updated 1 day ago
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 16 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 19 hours ago
Follow Us