3 หุ้นตัวเต็ง เหมาะ “เก็งกำไร” ลุ้นเข้า SET50 ครึ่งแรกปี 68
ช่วงโค้งสุดท้ายของปีแบบนี้ นอกจากนักลงทุนจะลุ้นกับผลการดำเนินงานของบรรดาบริษัทจดทะเบียนแล้ว ยังลุ้นกับรายชื่อหุ้นที่จะได้เข้าคำนวณในดัชนีต่างๆ ในปีถัดไปอีกด้วย
โดย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยคาดการณ์หุ้นที่เข้า-ออก ในดัชนี SET50 รอบครึ่งปีแรก 2568 เบื้องต้นจะได้รายชื่อ หุ้นเข้า-ออก ดังนี้ หุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 ได้แก่ BANPU, SAWAD, COM7 และ TCAP ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะถูกนำออกจาก SET50 ได้แก่ TIDLOR, BCP, EA และ CENTEL
ทั้งนี้ หุ้นที่ถูกคัดออกรอบนี้ สาเหตุมาจากเกณฑ์ Market Cap เฉลี่ยที่ไม่ติด 1-50 อันดับแรก แต่อย่างไรก็ตาม ในการคำนวณ Market Cap เฉลี่ยจะต้องใช้ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 ก.ย - 29 พ.ย. 67 เทียบกับข้อมูลที่คำนวณใช้ถึงวันที่ 18 ต.ค. 67 ทำให้ระหว่างทาง ยังมีโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งจะมีการ Update ต่อไป
ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน จากสถิติย้อนหลัง 20 ปี พบว่า หุ้นที่ถูกคำนวณเข้าดัชนี SET50 Index มักจะให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย 4.3-4.6% ก่อนวันเข้าคำนวณ 1-2 เดือน และหากพิจารณาควบคู่กับหุ้นที่แนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 3/67 ที่ Consensus คาดว่าจะเติบโต จึงแนะนำเก็งกำไร SAWAD, COM7 และ TCAP
ทั้งนี้ Wealthy Thai ได้ทำการสำรวจบทวิเคราะห์ของทั้ง 3 หุ้น จากบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ โดยมีรายละเอียดดังนี้
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 47 บาท/หุ้น คาดแนวโน้มกำไรสุทธิของ SAWAD ในช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะโตทั้งจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และจากช่วงครึ่งปีแรก หนุนจากการขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนที่ยังมีความต้องการสูง การตั้งสำรองและผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ปรับตัวลง และรายได้ค่าธรรมเนียมที่ฟื้นตัวตามปัจจัยฤดูกาล ทำให้คาดทั้งปี 2567 SAWAD จะมีกำไรสุทธิ 5,419 ลบ. โต 8.4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามประมาณการเดิม
บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) แนะนำ "ถือ" บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7 พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 25.20 บาท โดยคำแนะนำได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของกำไรที่ดีในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2567 และปี 2568 (+14% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) เนื่องจากคาดว่า COM7 จะได้รับอานิสงส์จากยอดขายอุปกรณ์ AI ที่แข็งแกร่ง และการแย่งส่วนแบ่งตลาดจากผู้ให้บริการโทรคมนาคม
โดยความเสี่ยงที่สำคัญคือเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ขณะที่อัพไซด์ต่อประมาณการอาจมาจากยอดขายโทรศัพท์ AI ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดไว้ ทั้งนี้ คาดการณ์ว่ากำไรหลักในไตรมาส 3/67 จะอยู่ที่ 738 ล้านบาท (+24% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน, +1% จากไตรมาสก่อน) โดยอิงจากรายได้ 1.89 หมื่นล้านบาท (+16% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน, +3% จากไตรมาสก่อน)
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) แนะนำ "ถือ" บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP พร้อมให้ราคาเป้าหมายที่ 51.00 บาท โดยคงคำแนะนำ "ถือ" เพื่อรับเงินปันผลที่คาดว่าให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่ 6.8-7.7% ในปี 2567-2569 ขณะที่คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 จะเติบโตชะลอตัวที่ 3.9% ทั้งนี้ มองว่าแนวโน้มผลกำไรในไตรมาส 3/67 จะทรงตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และจากไตรมาสก่อนหน้า ที่ราว 1.8-1.9 พันล้านบาท
อีกทั้งคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตชะลอตัวลงที่ 3.9%/ 7.5%/ 5% ในปี 2567-2569 (2566: +26.5%) หนุนจาก 1.) ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมสูงขึ้น โดยเฉพาะจาก TTB และ MBK 2.) รายได้รับประกันภัยรวมเพิ่มขึ้น และ 3.) สำรองหนี้ฯ ลดลง อย่างไรก็ดี TCAP มีสภาพคล่องสูง โดยคาดว่า Payout ratio ของ TCAP สูงที่ 50%

