Official Update :

ตลาดหุ้นไทยส่อร่วงแรงรับมาตรการรัฐ หวัง Window dressing ช่วยประคอง

บล.กรุงศรี ประเมินการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันนี้ ปัจจัยภายในจะยังกดดันตลาดทำให้การเคลื่อนไหวของ SET Index ในสัปดาห์นี้จะยังผันผวนโดยเราให้กรอบ SET ที่ 1,550 – 1,610 จุด จํานวนผู้ติดเชื้อ Covid-19 ที่ยังทรงตัวเหนือระดับ 3,000 รายต่อวัน ประกอบกับการออกมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มงวดของภาครัฐ โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. และในเขตปริมณฑล จะกดดัน รายได้และ Sentiment การลงทุนของหุ้นในกลุ่ม Domestic Play อาทิ กลุ่มค้าปลีก ร้านอาหาร โรงหนัง และ โรงแรม


อย่างไรก็ตามเราคาดว่าการลดลงของดัชนีจะเป็นไปอย่างจํากัดเนื่องจากราคาหุ้นได้ลดลงสะท้อนปัจจัยนี้ไปบ้างแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา และมีโอกาสจะเห็นการฟื้นตัวของดัชนีหรือเกิด Technical Rebound ได้จากความ คาดหวังที่ภาครัฐจะออกมาตรการเพื่อเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นและอีกด้านอาจจะมี ปัจจัยหนุนในเชิง Tactical จากการทำ Window Dressing ในช่วงปิดไตรมาสซึ่งยังพอมีโอกาสเพราะปัจจุบันนักลงทุนสถาบันมีเงินสดในมืออยู่แล้วกว่า 6.5 พันล้านบาท (มียอดขายสุทธิ ตั้งแต่ 1มิ.ย. – 25 มิ.ย.)


ส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามเพิ่มในสัปดาห์นี้ คือ OPEC+ meeting มีโอกาสปรับเพิ่มปริมาณการผลิตเป็นลบกับราคาและหุ้นกลุ่มนํ้ามัน และปิดท้ายที่การประกาศตัวเลข Nonfarm Pay roll และอัตราว่างงานของ สหรัฐเดือน มิ.ย. จับสัญญาณความแข็งแกร่งในตลาดแรงงานและโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด กลยุทธ์ยังเป็น Selective Buy Top pick คือ BANPU CBG และ CHG



ปัจจัยสําคัญและปัจจัยที่ต้องติดตาม

ราชกิจจาฯ สั่งคุมเข้ม กทม., ปริมณฑล และ 4 จังหวัดภาคใต้ โดย สั่งปิดสถานที่ก่อสร้าง ร้านอาหารห้ามทานในร้าน ห้ามรวมกลุ่มสังสรรค์ โรงแรม ห้ามจัดงานเลี้ยงเกิน 20 คน ทั้งหดมมีระยะเวลาดําเนินการ 30 วัน เริ่ม 28 มิ.ย. เป็นต้นไป เป็นลบต่อ Sentiment และรายได้ของกลุ่มค้าปลีก โรงแรม โรงหนังและ อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับภาคท่องเที่ยว 


แม้ปัจจัยแวดล้อมของตลาดจะดูไม่ ดีแต่ยังพอมีโอกาสที่บรรดากองทุนต่างๆ จะทำราคาปิด (Window dressing) ก่อน ปิดไตรมาสในวันที่ 30 มิ.ย. 64 นี้ได้เนื่องจากปัจจุบันกองทุนมียอดขายสุทธิ (1 มิ.ย. -25 มิ.ย.) รวมกว่า 6.5 พันล้านบาท จึงมีสภาพคล่องพอที่จะทําราคาปิดเพื่อ ดัน NAV ได้


OPEC+ Meeting อาจเพิ่มปริมาณการผลิต  หลังจากล่าสุดราคา นํ้ามันดิบ WTI เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 74$/bbl สูงสุดในรอบ 2 ปีครึ่งประกอบกับดีมานด์ที่ ฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากการเปิดเมืองในหลายประเทศซึ่งการตัดสินใจเพิ่มปริมาณ การผลิตจะกลายเป็นปัจจัยลบเข้ามากดดดันราคานํ้ามันและหุ้นในกลุ่มนํ้ามัน



หุ้นแนะนําประจําสัปดาห์

BANPU เก็งกําไรหุ้น BANPU จากราคาถ่านหินปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 131.1$/ton ทําสถิติ สูงสุดในรอบ 9 ปี คาดส่งผลบวกต่อผลกําไรในไตรมาส 2/21 และในช่วงเวลาที่เหลือของปี นี้ เพิ่มขึ้นอย่างมี นัยสําคัญเมื่อเทียบกับปี ที่ผ่านมา


CBG (ปิด 137 ซื้อ/เป้าใหม่ 155.5 เดิม 140) คาดกําไรสุทธิไตรมาส2 ฟื้นตัวเด่นจากยอดขายในและต่างประเทศกลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะ จีนและพม่า มี ยอดขายเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด นอกจากนี้ CBG ยังมี Upside จากการปรับสูตรลดนํ้าตาลคาดหนุนกําไรเพิ่มได้อีก 300 -320 ล้านบาท • CHG (ปิด 3.74 ซื้อ/เป้า 4.50) คาดกําไรสุทธิ 2Q21 โตแรงทั้ง qoq และ yoy ตามยอดติดเชื้อโควิดทั่วประเทศที่เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 18,000 รายต่อวันใน 1Q21 เป็น 40,000-50,000 รายต่อวันใน 2Q21 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 150%qoq

Most Viewed
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
Updated 1 day ago
Where to put your money
“All-Time High” (จุดสูงสุด) ของวันนี้… อาจเป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของโอกาสครั้งต่อไปก็เป็นได้ !!!
Updated 5 hours from now
Stock of the Day
EPG ก้าวอย่างมั่นคง เน้นบริหารต้นทุนมากกว่าตัวเลข มั่นใจปี 2569/2570 โตทุกกลุ่มธุรกิจ รับโครงการภาครัฐ - Data Center หนุน
Updated 12 hours ago
Wealth EZ
พันธบัตรสหรัฐฯ สำคัญอย่างไร? Bond Yield สหรัฐฯ พุ่ง “โอกาส” หรือ “ความเสี่ยง”
Updated 18 hours ago
News Highlight
ก.ล.ต. ธปท. คปภ. ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ เชิญชวนอินฟลูเอนเซอร์เข้าร่วมโครงการ Money Story for Influencer เล่าเรื่องการเงินอย่างรับผิดชอบ
Updated 11 hours ago
Follow Us