Official Update :

MTC วิ่ง 3% รับไตรมาส 3/67 โตแรง โบรกฯ ชูเป็น Top Pick แนะจับตา ไตรมาส 4/67 - ปี 68 กำไรนิวไฮต่อเนื่อง

ราคาหุ้น MTC หรือ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ปรับตัวขึ้นแรง ล่าสุดปิดตลาดภาคเช้าที่ 48.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ 3.21% จากวันก่อนหน้า หลังประกาศงบไตรมาส 3/67 มีกำไรสุทธิ 1,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.03% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ฟากโบรกฯ ยกให้เป็น Top Pick คาดไตรมาส 4/67 กำไรทำนิวไฮต่อเนื่อง


โดยนายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ MTC เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/67 พอร์ตสินเชื่ออยู่ที่ระดับ 159,323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.83% ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 7,170 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.83% และมีกำไรสุทธิ 1,491 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.03% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน


ขณะที่ 9 เดือนแรกของปีนี้มีรายได้รวม 20,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.81% จากงวดเดียวกันปีก่อน และกำไรสุทธิ 4,325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.66% จากงวดเดียวกันปีก่อน ในส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 2.82% ซึ่งสามารถบริหารจัดการให้อยู่ในระดับไม่เกิน 3.20% เป็นผลมาจากมาตรการในการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง และการจัดเก็บที่ทำได้ตามเป้าหมาย


ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้และกำไรในไตรมาส 3/67 ยังคงมาจากแรงขับเคลื่อนของสินเชื่อที่มีหลักประกันและการขยายสาขาเพิ่ม ส่งผลให้ยอดปล่อยสินเชื่อขยายตัวได้มากขึ้น ปัจจุบันบริษัทเปิดสาขาเพิ่มขึ้น 494 สาขา จากสิ้นปีก่อน ส่งผลให้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2567 มีสาขารวมทั้งสิ้น 8,031 สาขา อีกทั้งบริษัทยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ให้ครบ 600 สาขาในปีนี้ เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้า


อย่างไรก็ตาม บริษัทมั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2567 จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยตั้งเป้าพอร์ตสินเชื่อเติบโต 15-20% พร้อมคุม NPL ให้ไม่เกิน 3.20% ควบคู่การปล่อยสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบและเป็นธรรมภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย


ด้านนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมอง neutral ต่อกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่ 1,491 ล้านบาท ใกล้เคียงกับตลาดคาด โดยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรวมจากกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกันเป็นหลักและการขยายสาขา รวมถึงการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรอง (ECL) จากการตามเก็บหนี้ได้ดีขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากผลบวกของโครงการแจกเงิน 10,000 บาท จากทางรัฐบาลในช่วงปลายเดือนกันยายน ส่วนคุณภาพสินทรัพย์บริหารได้ดีมาก NPL Ratio อยู่ที่ 2.82% ลดลงต่อจาก 2.88% ในไตรมาส 2/67


สำหรับภาพรวม MTC มองว่าเห็นการพัฒนาการจัดการคุณภาพสินทรัพย์ในเชิงบวกตั้งแต่ไตรมาส 3/66 และการตามเก็บหนี้ยังมีแนวโน้มที่ดีต่อในช่วงเดือนตุลาคม นอกจากนั้นกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 ถึงปี 2568 คาดทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง โดยคาดกำไรสุทธิไตรมาส 4/67 จะเติบโตทั้งจากช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อรวม สำหรับค่าใช้จ่ายสำรอง (credit cost) และ NPL Ratio มองว่าอยู่ระดับใกล้เคียงกับไตรมาส 3/67 ดังนั้นยังคง MTC เป็น Top Pick ของกลุ่ม Consumer Finance พร้อมคงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 58 บาท