Official Update :

คัดหุ้นงบดีเกินคาด แถมแนวโน้ม Q4/67 แกร่งต่อเนื่อง

ใกล้จบเทศกาลประกาศผลการดำเนินงานบริษัทจดทะเบียนประจำไตรมาส 3/67 แล้ว ซึ่งราคาหุ้นหลายตัวต่างก็ตอบรับประเด็นดังกล่าวไปตามๆ กัน ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดในไตรมาสนี้คือความผิดหวังจากนักลงทุน เนื่องจากภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทส่วนใหญ่ออกมาต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้


โดย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า อ้างอิงข้อมูล Bloomberg ปัจจุบันบริษัทจดทะเบียนรายงานกำไรไตรมาส 3/67 แล้วทั้งสิ้น 305 บริษัท (วันทำการล่าสุด 218 บริษัท) กำไรต่ำกว่าคาด 19% (วันทำการล่าสุด 21%) และหดตัว 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (วันทำการล่าสุดลดลง 39.5%)


อย่างไรก็ตาม ยังมีบริษัทที่ทำผลงานออกมาได้ดีกว่าที่คาดไว้ ได้แก่ SPALI, BTG, AU, SYNEX, M, EPG และ ILINK ดังนั้น Wealthy Thai จึงได้สำรวจปัจจัยพื้นฐานและมุมมองของนักวิเคราะห์ที่มีต่อหุ้นทั้ง 7 บริษัทมาฝากนักลงทุน


บล.กรุงศรี แนะนำ “Trading Buy” บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 20.00 บาท/หุ้น มุมมอง slightly positive ต่อกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่ 1.99 พันลบ. โต 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 24% จากไตรมาสก่อนหน้า เพราะสูงกว่าที่บล.กรุงศรีและตลาดคาด 14% และ 11% ตามลำดับ จากการขายและการโอนที่ดีขึ้นทั้งแนวราบและคอนโด ส่วนแนวโน้มไตรมาส 4/67 แม้กำไรสุทธิมีโอกาสลดลงทั้งจากไตรมาส 4/66 และ 3/67 แต่ยังเป็นกำไรที่สูง โดยประเมินทั้งปี 2567 จะมีกำไรสุทธิที่ 5.8 พันลบ. ลดลง 3% จากปีก่อน


บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด แนะนำ “ซื้อ” บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG ให้ราคาเป้าหมายที่ 26.00 บาท/หุ้น โดย BTG ประกาศกําไรไตรมาส 3/67 ที่ 979 ล้านบาท ดีขึ้น 56% จากไตรมาสก่อน และพลิกจากขาดทุน 784 ล้านบาท ในไตรมาส 3/66 โดยรายได้ปรับตัวดีขึ้นค่อนข้างมากราว 10% จากไตรมาสก่อน และ 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากปริมาณขายเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล


ทั้งนี้ คาดว่ากําไรไตรมาส 4/67 จะอ่อนตัวจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง โดยยังคงประมาณการกําไรปี 2567 ที่ 2,146 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 1.4 พันล้านบาท ในปี 2566 ส่วนแนวโน้มปี 2568 คาดกําไรจะเติบโตราว 32% จากปีนี้ โดยคาดราคาสัตว์บกยังทรงตัวในระดับสูง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบยังอ่อนตัวต่อเนื่อง


บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” บริษัท อาฟเตอร์ ยู จำกัด (มหาชน) หรือ AU ให้ราคาเป้าหมายที่ 11.50 บาท/หุ้น โดย AU รายงานกำไรไตรมาส 3/67 ที่ 83 ล้านบาท โต 55% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 15% จากไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าประมาณการของบล.กรุงศรี 10% โดยผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้รับแรงหนุนจากยอดขายต่อสาขาเดิม (SSSG) ที่โต 4.5% จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และยอดขายที่เพิ่มขึ้นในร้านสะดวกซื้อ


เมื่อพิจารณาจากกำไรงวด 9 เดือน ปี 2567 ซึ่งดเป็น 78% ของประมาณการปี 2567 ของบล.กรุงศรี ที่ 267 ล้านบาท โต 50% จากปีก่อน แสดงให้เห็นว่า AU มีศักยภาพในการปรับเพิ่มประมาณการ ทั้งนี้ คาดว่าไตรมาส 4/67 กำไรจะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การเปิดร้านค้าเพิ่มเติมอีก 3 สาขา ทำให้เครือข่ายขยายตัวเป็น 66 สาขา และยอดขายที่แข็งแกร่งในร้านสะดวกซื้อและช่องทางอื่นๆ


บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ให้ราคาเป้าหมายที่ 17.80 บาท/หุ้น โดย SYNEX รายงานกำไรไตรมาส 3/24 อยู่ที่ 142 ล้านบาท โต 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 9% จากไตรมาสก่อนหน้า ต่ำกว่าที่คาดไว้ 8% แต่สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ 25% โดยรายได้ไตรมาส 3/67 สูงสุดในรอบ 3 ปี ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวโน้มไตรมาส 4/67 น่าจะยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากเป็นช่วงไฮซีซั่น รวมถึงปี 2568 น่าจะยังคงเป็นปีทองของบริษัท


บล.กรุงศรี แนะนำ “Neutral” บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M ให้ราคาเป้าหมายที่ 30.00 บาท/หุ้น โดย M รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/67 ที่ 341 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและ 16% จากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเกินกว่าประมาณการของบล.กรุงศรี ทั้งนี้ ปรับประมาณการปี 2567 ขึ้น 5% เพื่อสะท้อนผลงานที่ดีขึ้นในไตรมาส 3/67 โดยกำไร 9 เดือนแรกของปี 2567 คิดเป็น 74% ของประมาณการทั้งปี และคาดว่าไตรมาส 4/67 กำไรจะแข็งแกร่งขึ้นตามฤดูกาลเมื่อเทียบกับไตรมาส 3/67 นอกจากนี้หุ้นของ M ซื้อขายที่อัตราส่วน P/E ปี 2568 ที่ 16 เท่า โดยได้รับแรงหนุนจากสถานะเงินสดสุทธิที่แข็งแกร่งและอัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่น่าดึงดูดใจ 5-6%


บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ EPG ให้ราคาเป้าหมายที่ 5.70 บาท/หุ้น โดยกำไรหลักของ EPG ในไตรมาส 2 ปีงบประมาณ 2568 อยู่ที่ 427 ล้านบาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อนหน้า สูงกว่าที่คาดไว้ 12% และสูงกว่าที่ตลาด 16% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 135.3 ล้านบาท ลดลงทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ การดำเนินงานหลักเป็นไปตามคาด แต่บริษัทมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่า


สุดท้าย บล.กรุงศรี แนะนำ “ซื้อ” บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ILINK ให้ราคาเป้าหมายที่ 8.50 บาท/หุ้น โดยผลการดำเนินงานไตรมาส 3/67 ไม่เพียงมีกำไร แต่กำไรยังเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2/67 ด้วย โดยกำไรสุทธิอยู่ที่ 143 ล้านบาท ลดลง 9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 26% จากไตรมาสก่อน ทั้งนี้ เชื่อว่าแนวโน้มที่แข็งแกร่งจะดำเนินต่อไปในไตรมาส 4/67 ดังนั้นการซื้อขายที่อัตราส่วน P/BV ปี 2025 ที่ 1 เท่า หุ้นกำลังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ซึ่งบ่งชี้ว่าหุ้นมีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง