Official Update :

KTC เปิดเวทีเสวนามุมมองเศรษฐกิจปี 68 ชี้เส้นทางเศรษฐกิจโลกขรุขระ ส่วนไทยนโยบายรัฐ-ท่องเที่ยวหนุน GDP โต 3%

เคทีซีเปิดเวทีเสวนา KTC FIT Talk 13 ในหัวข้อ "โฟกัสเศรษฐกิจปี 2568: โอกาสและความท้าทาย" มองเศรษฐกิจโลกอ่อนแอท่ามกลางความผันผวนปีหน้า คาดเศรษฐกิจไทยโตประมาณ 3% จากมาตรการภาครัฐ การฟื้นตัวภาคการท่องเที่ยว และการลดดอกเบี้ยของแบงก์ชาติ


ดร. ศุภวุฒิ สายเชื้อ ประธานสภาพัฒนาการเศวรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งมาร่วมให้มุมมองเศรษฐกิจปี 2568 ในงานสัมนานี้ เผยว่า แม้สหรัฐฯ จะดูเติบโตได้ดี แต่เศรษฐกิจโลกโดยรวมก็ยังมีแนวโน้มชะลอตัวในปีหน้า เนื่องจากเศรษฐกิจใหญ่อื่นๆ หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนี ฝรั่งเศส หรือ จีน ต่างก็เจอกับปัญหาภายในประเทศที่จะทำให้ฟื้นตัวช้า


นอกจากนี้ นโยบายต่างๆ ของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เช่น การขึ้นภาษีนำเข้า การจำกัดแรงงานต่างชาติ การลดภาษีนิติบุคคล และ การผลิตพลังงานเพิ่ม (ซึ่งอาจดึงแรงงานที่ขาดแคลนอยู่แล้วมาจากภาคส่วนอื่น) ก็มีโอกาสที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ พุ่งขึ้นสูงในช่วงปลายปี 2568 และอาจกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed ต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะสร้างความผันผวนให้เศรษฐกิจทั่วโลกในปีหน้า


ซึ่งสำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่ รวมถึงประเทศไทย มองว่าโอกาสจากการย้ายถิ่นฐานการผลิตจากประเทศจีนท่ามกลางการกีดกันทางการค้านั้นไม่น่ามีเยอะ เนื่องจากสหรัฐฯ มีการเผยแผนบางส่วนว่าจะนับสินค้าทุกชิ้นที่มีชิ้นส่วนประกอบจากประเทศจีนว่าเป็นสินค้าจีน แม้จะมีสัดส่วนน้อยเพียง 1% ก็ตาม สำหรับทองคำซึ่งเป็นอีกหนึ่งสินทรัพย์ที่มีโอกาสท่ามกลางความผันผวน ก็มองว่ามีโอกาสปรับตัวขึ้น แต่เนื่องจากราคาทองนั้นคาดเดาได้ยาก จึงแนะนำให้ซื้อทองเพื่อป้องกันความเสี่ยงได้ แต่ไม่ควรเกิน 5% ของพอร์ต


ในด้านแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2568 มองว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้ดีในช่วงครึ่งปีแรกจาก (1) การส่งออกที่เร่งตัวขึ้นก่อน Trump ออกมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า (2) นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และ (3) การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว แต่สำหรับช่วงครึ่งปีหลังจะมีความท้าทายกว่า เนื่องจากการส่งออกไทยมีแนวโน้มชะลอตัวหลังสหรัฐฯ ขึ้นภาษี และกำลังซื้อในตลาดประเทศพัฒนาแล้วอื่นๆ อ่อนแอลง นอกจากนี้ รัฐบาลไทยก็มีโอกาสชะลอการใช้จ่ายเพื่อลดการขาดดุลงบประมาณในช่วงครึ่งหลังของปี อย่างไรก็ตาม มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดดอกเบี้ยเมื่อเห็นตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยตลาดคาดว่าจะลดประมาณ 2 ครั้ง ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ มองว่า GDP ไทยโดยรวมจะโตที่เกือบ 3% ในปี 2568


ด้านนายอภิเชษฐ์ เกียรติวรคุณ ผู้อำนวยการ - การเงิน “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มองว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตร้อยละ 2.9 ในปี 2568 โดยคาดว่าจุดเติบโตสูงสุดจะอยู่ในช่วงไตรมาส 4/2567 และไตรมาส 1/2568 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ซึ่งคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ร้อยละ 1.50%-2.00% สอดคล้องกับทิศทางทั่วโลก ทั้งนี้ มองภาคธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม บริการสุขภาพที่ได้ประโยชน์จากสังคมผู้สูงอายุ และสถาบันการเงินที่มีการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินและปรับตัวสู่ดิจิทัล


สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2567 เคทีซีทำกำไรสุทธิ 5,549 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรก และคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายกำไรสุทธิ 7,295 ล้านบาทในสิ้นปี สำหรับปี 2568 บริษัทตั้งเป้าให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยคาดว่าพอร์ตสินเชื่อรวมจะเติบโตราว 4-5% และมีเป้าหมายรักษาคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อให้มีอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPL (Non-Performing Loan) ไม่เกิน 2.0%


นอกจากนี้ ยังวางแผนเพิ่มยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต 10% และขยายผลิตภัณฑ์บัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” (KTC PROUD) 3% และเพิ่มยอดลูกหนี้ใหม่ของสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ให้เท่ากับ 3,000 ล้านบาท ด้วยโซลูชันการเงินเฉพาะบุคคลที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค


ด้านทิศทางธุรกิจเคทีซีในปี 2568 จะพัฒนาองค์กรให้มีความเป็นดิจิทัลอย่างยั่งยืนด้วย 3 องค์ประกอบ คือ คน ระบบและเทคโนโลยี โดยเชื่อมั่นว่าการทำความเข้าใจแนวโน้มเศรษฐกิจในอนาคต และการวางแผนกลยุทธ์ที่รอบคอบ จะช่วยให้เคทีซีสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในยุคที่โลกเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่