Official Update :

วิเคราะห์ SMD-WINMED กับโอกาสที่เติบโตในอนาคต

เทคโนโลยีทางการแพทย์มักจะเป็นเรื่องที่สำคัญ ที่จะต้องพัฒนานวัตกรรมต่างๆให้ทันสมัยอยู่ทุกช่วงเวลาและทุกช่วงสมัย ยิ่งด้วยในสภาวะปัจจุบันสังคมทั่วโลกส่วนใหญ่กำลังเข้าสู่ยุคของผู้สูงอายุ โดยเฉพาะประเทศไทย ขณะเดียวกันไม่เพียงแค่นั้น โลกยังจะต้องเผชิญกับภาวะภัยพิบัติการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสที่ในอนาคตจะมีเข้ามาอีกหรือไม่ เพราะในยุคสมัยนี้ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากการระบาดของเชื้อไวรัสคิด19


ดังนั้นหากเอ่ยถึงบริษัทประกอบธุรกิจจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่เพิ่งจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในช่วงที่ผ่านมาเมื่อไม่นานมานี้ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เซนต์เมด จำกัด (มหาชน) หรือ SMD และบริษัท วินเนอร์ยี่ เมดิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ WINMED สำหรับแนวโน้มธุรกิจเครื่องมือแพทย์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร Wealthy Thai จะเล่าให้ฟังว่า


SMD ประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยสั่งซื้อและนำเข้าเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จากผู้ผลิตอุปกรณ์ทางการแพทย์ชั้นนำของโลก อาทิ สหรัฐฯ เยอรมนี ออสเตรเลีย สวิสเซอร์แลนด์ และจีน เพื่อจัดจำหน่ายให้แก่สถานพยาบาลชั้นนำในประเทศ ทั้งโรงเรียนแพทย์ โรงพยาบาลรัฐบาล โรงพยาบาลเอกชน คลินิก และบุคคลทั่วไป


โดยบทวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด ระบุว่า SMD ผู้เชี่ยวชาญผลิตภัณฑ์การแพทย์ด้านเวชบำบัดวิกฤตและการช่วยหายใจและเวชศาสตร์การนอนหลับ ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยมีการนำเข้าเครื่องมือแพทย์และอุปกรณ์ทางการแพทย์จากผู้ผลิตมากกว่า 30 ราย จากหลากหลายประเทศ อาทิ สหรัฐฯ เยอรมนี ออสเตรเลีย สวิสเซอร์แลนด์ และจีน


ขณะที่ด้านผลิตภัณฑ์แบ่งได้ 6 กลุ่มคือ 1) สินค้าด้านเวชบำบัดวิกฤต 2) สินค้าด้านการช่วยหายใจและเวชศาสตร์การนอนหลับ 3) สินค้าด้านหทัยวิทยา 4) เครื่องมือแพทย์ทั่วไป 5) สินค้าสมาร์ทฮอสพิทอล และ 6) ผลิตภัณฑ์อื่น โดยมีสัดส่วนรายได้ปี 63 ที่ 40.2% 35.2% 11.6% 8.4% 4.2% และ 0.4% ตามลำดับ ทั้งนี้บริษัทมีรายได้จากการขายและกำไรสุทธิปี 2561-2563 อยู่ที่ 494.3-645.6 ลบ. และ 30.5-77.8 ลบ. ตามลำดับ โดยคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย CAGR เฉลี่ย 2 ปีที่ 14% และ 60% ตามลำดับ


อีกทั้งการที่ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 65 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ คาดการณ์ว่า ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวในปี พ.ศ.65 และในปี พ.ศ. 73 จะมีสัดส่วนประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 26.9 ของประชากรทั้งประเทศที่ 67.2 ล้านคน หรือคิดเป็นจำนวนผู้สูงอายุราว 18 ล้านคน ซึ่งผู้สูงอายุมีแนวโน้มเข้ารับการรักษาจากโรงพยาบาลสูงกว่าวัยหนุ่มสาว นอกจากนี้กระทรวงสาธารณะสุขเปิดเผยงบประมาณรายจ่ายปี 64 อยู่ที่ 1.46 แสนลบ.เติบโต 11.2% จากปี 60 เป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมต่อการจำหน่ายเครื่องมือแพทย์


โดยคาดการณ์กำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ปี 63-65 ที่ 14% ต่อปี จากการขยายศูนย์ตรวจการนอนหลับ และการลงทุนในเครื่องมือแพทย์ให้เช่า ซึ่งคาดรายได้จากการขายและบริการ ปี 64 อยู่ที่ 747 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจาก 1.การรับรู้รายได้ศูนย์ตรวจการนอนหลับที่ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เต็มปีจำนวน 4 เตียง


2.การขยายตลาดเครื่องมือแพทย์ให้เช่าหลังได้รับเงินจาก IPO ขณะที่คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะอ่อนตัวลงจาก 42% สู่ระดับ 41% เนื่องจากธุรกิจใหม่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ด้านอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเทียบกับรายได้จะทรงตัวที่ระดับ 26.0% ทั้งนี้เราคาดการณ์กำไรปี 64 อยู่ที่ 89 ล้านบาท เติบโต 14% จากปีก่อน และคาดการณ์รายได้จากการขายและบริการ และกำไรปี 65 จะอยู่ที่ราว 822 ล้านบาท และ 101 ล้านบาทเติบโต 10% และ 14% ตามลำดับ


สำหรับการประเมินมูลค่าหุ้น ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าด้วยวิธี Prospective P/E Ratio โดยอ้างอิง P/E Ratio ที่ 24.4 เท่าซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 1 ปีของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจคล้ายคลึงกัน อาทิ BIZ อย่างไรก็ตามค่า P/E Ratio ที่ใช้ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม Consumer Product- mai ที่ 26.8 เท่า ทั้งนี้คาดการณ์กำไรต่อหุ้น (EPS) สำหรับปี 2564 ที่ 0.41 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสมที่ 10 บาทต่อหุ้น



WINMED

ย้ายมากันที่ WINMED ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายชุดตรวจเพื่อการวิเคราะห์ วินิจฉัยและ/หรือบำบัดรักษา รวมถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีลูกค้าคือ กลุ่มลูกค้าภาครัฐ และกลุ่มลูกค้าภาคเอกชน โดยใน ปี 63บริษัทมีรายได้จากลูกค้าภาครัฐคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.93 และเอกชนร้อยละ 26.07


โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทแบ่งตามสัดส่วนรายได้หลักได้เป็น 1.ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสตรี (WOMEN HEALTH CARE) แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ผลิตภัณฑ์สำหรับการตรวจหาเชื้อมะเร็งปากมดลูก และ ผลิตภัณฑ์กลุ่มเวชศาสตร์มารดาและทารก 2.ผลิตภัณฑ์ธนาคารโลหิต (BLOOD BANKING) : ผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในการแยกส่วนประกอบของโลหิต และอุปกรณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับงานธนาคารโลหิต


3.ผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยของโลหิต (BLOOD SAFETY) : ผลิตภัณฑ์สำหรับการหาสารพันธุกรรมของเชื้อก่อโรคต่างๆ (Nucleic Acid Testing : NAT) และสำหรับการยับยั้งเชื้อจุลชีพ(Pathogen Inactivation) ในโลหิตของผู้บริจาคโลหิต 4. ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเซลล์บำบัด (CELL THERAPY) : บริการด้านการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการสมัยใหม่ ด้านการรักษาด้วยเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) และ 5. กลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น เช่น เครื่องตรวจคัดกรองผู้ป่วยอัตโนมัติ เครื่องดักจับแมลงดูดเลือด กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคเป็นต้น


สำหรับ โครงการในอนาคตของบริษัท คือห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ผ่านชุดเก็บเซลล์จากช่องคลอดด้วยตัวเอง (Self Collect) เนื่องจากทางบริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญในประเด็นมะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดอันดับ 2 ของผู้หญิงในประเทศไทย และเป็นการเข้าสู่ตลาด B2C มากขึ้น โดยบริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากเงินที่จะได้รับจากการเสนอขายหุ้น IPO ประมาณ 17.00 - 22.00 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในไตรมาสที่ 2/64 และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มให้บริการในไตรมาส 3/64


รวมถึงการสร้างห้องปฏิบัติการด้านการเตรียมผลิตภัณฑ์เซลล์เพื่อการรักษาด้วยวิธีเซลล์บำบัด (Cell Therapy) ซึ่งเป็นทางเลือกอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาโรคมะเร็ง โดยบริษัทมีแผนที่จะซื้อเครื่องคัดแยกและเพาะเลี้ยงเซลล์ในระบบปิดแบบอัตโนมัติ (CliniMACS Prodigy System) และก่อสร้างห้องปฏิบัติการ โดยบริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากเงินที่จะได้รับจากการเสนอขายหุ้น IPO ประมาณ 65 - 80ล้านบาท โดย บริษัทคาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างในไตรมาสที่ 3/64 และคาดว่าจะแล้วเสร็จและเริ่มให้บริการได้ในไตรมาสที่ 1/65


นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ทิสโก้ มองว่า รายได้ปี 64  มีการเติบโตประมาณ 8% จากปีก่อน จากผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสตรีที่ยังคงได้รับผลกระทบของ COVID-19 ระลอกที่ 2 และ 3 ซึ่งทำให้ยังคงมีเข้าใช้บริการตรวจโรคจากสถานพยาบาลน้อยลง โดยตัวขับเคลื่อนรายได้จะยังคงจะเป็นผลิตภัณฑ์ธนาคารโลหิต และ ผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยของโลหิต เนื่องจากการขาดแคลนเลือดที่ทำให้มีความต้องการในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับโลหิตเพิ่มขึ้น


อย่างไรก็ตาม คาดอัตรากำไรจะถูกกดดันเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายทั้งด้านการตลาดและค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในส่วนงานผลิตภัณฑ์ใหม่ ด้านผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งเป็นการขยายตลาดเข้าสู่ B2C มากขึ้น ที่คาดจะพร้อมจำหน่ายและให้บริการช่วงไตรมาสที่ 3 เราคาดจะเริ่มเห็นรายได้จากส่วนนี้ในไตรมาสที่ 4 และเห็นการเติบโตชัดเจนหลังสถานการณ์การระบาดเริ่มคลี่คลาย และมีการรับรู้มากขึ้นจากการแนะนำของแพทย์


ส่วนผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเซลล์บำบัดยังคงต้องใช้เวลาเพื่อให้มีการยอมรับมากขึ้นจากราคาการรับบริการที่ยังคงสูง แต่การเติบโตของตลาดที่มี CAGR ถึง 25.5% เราคาด จะเป็นส่วนช่วยหนุนกำไรของบริษัทในอนาคต ความเสี่ยงที่ต้องระวังคือ การระบาดที่ยืดเยื้อออกไปซึ่งอาจกดดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสตรี และการเข้ามาของคู่แข่งรายใหม่เนื่องจากลักษณะของสินค้าสามารถทดแทนกันได้



Maratronman

เดินทางสู่โลกใหม่ ค้นหาสิ่งใหม่ นำเสนอมุมใหม่ กับเรื่องราวใหม่

Most Viewed
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
Updated 18 hours ago
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
Updated 22 hours ago
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
Updated 19 hours ago
Digital Asset
ก.ล.ต. กล่าวโทษผู้ให้บริการแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO พร้อมผู้สนับสนุน กรณีประกอบธุรกิจนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต
Updated 19 hours ago
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
Updated 2 hours ago
Follow Us